สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวเกี่ยวกับปัญหาที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ จำนวน 5,083 ไร่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถมาตรฐานระดับโลก และสนามช้างอารีนา สนามฟุตบอลมาตรฐานฟีฟา จะไปต่อกันอย่างไร
โดย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่าได้หารือกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางต่าง ๆ ว่าเรื่องคดีต้องใช้เวลาในการเข้า-ออกพื้นที่ แต่กกท.ไม่อยากให้มีผลกระทบกับอีเวนต์ต่าง ๆ ดังนั้นเป็นไปได้ที่ กกท. จะหารือกับรฟท. และกระทรวงคมนาคม เพื่อเข้ามาช่วยดูแลจัดการเป็นการชั่วคราว เพื่อให้กิจกรรมทางด้านกีฬาดำเนินต่อไปได้ตามแผน จนกว่าจะมีการยุติในข้อกฎหมาย
เรื่องนี้ “พยัคฆ์น้อย” มองว่าแนวทางของดร.ก้องศักดเหมือนจะดูดี! แต่ขอให้หารือกับ “อัยการสูงสุด” ให้มีความชัดเจนก่อน! ว่าตอนนี้ใครเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ 2 สนาม แต่ต้องไม่ใช่หน่วยงานรัฐเข้าไปขอเช่าจากเอกชน หรือเผลอไปรับรองกรรมสิทธิ์ให้เอกชน ซึ่งใกล้จะ “เกม โอเวอร์” อยู่แล้ว!
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2568 เพจทีมพีอาร์ รฟท. ลงรายละเอียดว่า รฟท.ย้ำคำพิพากษาศาลปกครอง วินิจฉัยตามเอกสารการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน พ.ศ. 2462-2465 ถือเป็นที่สุด ตามเอกสารการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินรถไฟประกอบด้วย
1.พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตสร้างทางรถไฟหลวง ต่อจากนครราชสีมา-อุบลราชธานี ประกาศ ณ วันที่ 8 พ.ย.2462 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2462 (รัชกาลที่ 6)
2.พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการจัดซื้อที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น เพื่อสร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมรถไฟแผ่นดินจัดสร้าง ประกาศ ณ ลงวันที่ 7 พ.ย. 2464 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2464 (รัชกาลที่ 6) 3.พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟแลทางหลวง พ.ศ.2464
4.แผนที่แสดงเขตที่ดินของกรมรถไฟ ตอนแยกไปยังที่ย่อยศิลา-เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ อนึ่ง ทางสายหลัก จะเป็นแผนที่แสดงเขตที่ดินของกรมรถไฟ ตอนที่ 2 ตั้งแต่ ต.ท่าช้าง จ.นครราชสีมา ถึง จ.สุรินทร์
5.การแจ้งการครอบครองที่ดินรถไฟตอนแยกเขากระโดง ในปี 2497 มีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 บัญญัติให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน อยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ แจ้งการครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
รฟท.จึงดำเนินการแจ้งการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิการครอบครองที่ดินตามที่ปรากฏในแผนที่แสดงเขตที่ดินของกรมรถไฟ ตอนแยกไปยังเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ อันเป็นที่มาของใบแจ้งการครอบครองที่ดิน (สค.1) เลขที่ 1180 เนื้อที่ 5,083 ไร่ 80 ตารางวา
รฟท.เห็นว่าคำพิพากษาศาลฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันทุกฝ่าย ว่าที่ดินรถไฟตอนแยกเขากระโดง เป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. อันเป็นที่ดินของรัฐ การออกเอกสารสิทธิในที่ดินทับซ้อนที่ดินของ รฟท.จึงเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยคลาดเคลื่อน และไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทุกภาคส่วนควรเคารพต่อคำพิพากษาอันเป็นบรรทัดฐานสูงสุดทางกฎหมาย.
พยัคฆ์น้อย



