มอนิ่ง นิ่ง นิ่งเหล่าทาสที่น่ารักของเดี๊ยน “มาดามกุ๊งกิ๊ง” นางพญาสุดเริ่ดในใจของคุณชายชเวมาแล้วย่ะ พวกหล่อนสบายดีไหม ถ้าสบายขอเสียงหน่อยย่ะ เดี๊ยนจิเล่าความแซ่บให้ฟัง ตามมาย่ะ!
เรื่องของสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของ คู่จิ้นหญิงรักหญิง หรือ ยูริ คู่หนึ่งในวงการบันเทิง มีชื่อเสียงพอสมควร หลายคนรู้จัก พูดมาแล้ววัยรุ่นและคนยุคนี้รู้จัก
จริงๆเรื่องนี้ได้ยินมานานแล้ว และคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระมากๆ เพราะปกติ เวลาคนจะดังหรือเริ่มจะดังก็มักจะมีข่าวเกาเหลาออกมาเสมอ แม้ความจริงจะเป็นเรื่องจริงต่อมาก็ตาม แต่เบื้องต้นมันเป็นข่าวพื้นฐานที่หลายคนรู้อยู่แล้ว เลยไม่ได้แปลกใจอะไร
จนมาล่าสุด รู้จากแหล่งข่าวว่า ทั้งสองคนมีพฤติกรรมยี้หน้าแรงใส่กัน และมีโมเมนต์ชิงดีชิงเด่นกันมานานแล้ว ใครแฟนคลับเยอะกว่ากัน แย่งซีนได้ก็แย่งกัน เรียกว่าแฟนคลับไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่
งานนี้ได้รับการยืนยันเพิ่มเติมจากแหล่งข่าววงในว่าเหตุการณ์ล่าสุดที่คนเริ่มจับสังเกตได้ว่า คู่นี้คงจิ้นกันได้อีกไม่นานแล้ว เพราะส่อแววแยกทางกัน
โดยเป็นเหตุการณ์ในห้องแต่งตัวของห้างๆหนึ่ง ซึ่งสองคนนี้ไปอีเว้นท์กัน เบื้องหน้าแฟนๆมากันก่อน 1 วันเพื่อเตรียมทำโปรเจ็คท์เซอร์ไพร้ส์และเตรียมความพิเศษให้คู่จิ้นคู่นี้ แต่พอวันงานจริงๆ ต่างคนต่างมาถึงห้างและพอมาถึง ไม่มีห้องแยก ทำให้สองคนแยกกันนั่งคนละฝั่งเลย ซ้ายและขวา
ตอนแรกแหล่งข่าวบอกว่าไม่ได้คิดมาก เพราะคิดว่าทีมของแต่ละคนมาเยอะเลยแยกกันนั่ง แต่นานๆไป ก็มีคนของอีกฝั่งหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “แฟนคลับเดี่ยวเธอจัดเต็มมาก ป้ายใหญ่โอเคเลย” ก่อนที่จะทิ้งให้คนเข้าใจเอาเองว่า “แฟนคลับคู่” คงไม่เยอะเท่าแฟนคลับเดี่ยว ทำให้รู้ปัญหาคู่นี้ทันทีเลยว่า แย่งกันดังแน่ๆ
ต่อมา เมื่อสองสาวคู่จิ้นนั่งแต่งหน้าทำผมกันสักพัก ก็มีคนมาบรีฟลำดับก็บอกว่า “ขอพูดเลยนะคะ รอบเดียว” ทางหนึ่งในคู่จิ้นก็บอกว่า “ขอบรีฟแยก เพราะไม่สะดวกรวม” ก็ทำเอาหน้าของคนบรีฟงานงงไปตามๆกันว่าทำไมล่ะ
ก่อนที่ทีมบรีฟงานจะถึงบางอ้อ เมื่อเห็นสายตาของหนึ่งในคู่จิ้นที่มองอีกฝั่งแบบไม่เป็นมิตร ทำให้รู้เลยว่า ภาพที่เห็นกับสิ่งที่เป็นนั้น คนละทิศทางกัน
ภาพที่เห็นว่าขึ้นเวทีจิ้นกัน รักกันมาก เล่าโมเมนต์หวานเยิ้มไม่จริงเลย เพราะหลังไมค์สะบัดหน้าใส่กัน ไม่ยุ่งกันเลย แถมยังเกทับอีกว่าแฟนคลับเดี่ยวมาเยอะกว่า บลาๆ จบ
เชื่อเถอะว่าเดาไม่ยากย่ะ ชิชะอิอิ ใครพูดมา!
—————————————-
คอลัมน์ “มายาลั้ลลา”
โดย “มาดามกุ๊งกิ๊ง”



