“ผมเก่งเรื่องการสร้างสิ่งต่าง ๆ” ทรัมป์ กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่เขาประกาศโครงการซึ่งอาจจะเป็นโครงการใหญ่ที่สุด นั่นคือ ห้องบอลรูมขนาดใหญ่ มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,470 ล้านบาท) ในทำเนียบขาว
อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์หลายคนกล่าวว่า การปรับโฉมทำเนียบขาวของทรัมป์ ในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง มีสไตล์ที่คล้ายคลึงกับอสังหาริมทรัพย์ที่เขาพัฒนา สังเกตได้จากพื้นที่บางส่วนในปัจจุบัน มีลักษณะเหมือนกับรีสอร์ทมาร์-อา-ลาโก อันหรูหราของทรัมป์ในรัฐฟลอริดา โดยเฉพาะสวนกุหลาบที่เพิ่งปูพื้นใหม่ พร้อมโต๊ะปิกนิกและร่มสีเหลือง-ขาว
ในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรก นายปีเตอร์ ยอร์ก นักเขียนด้านสไตล์ชาวสหราชอาณาจักร เรียกสไตล์ของทรัมป์ว่า “ความเก๋แบบเผด็จการ” โดยเปรียบเทียบกับสไตล์ของผู้นำเผด็จการต่างชาติ ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่อย่างการเปลี่ยนโฉมเมืองหลวงของสหรัฐทั้งหมด
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเชื่อมโยงความปรารถนาที่จะทำให้กรุงวอชิงตัน “สวยงาม” เข้ากับการปราบปรามอาชญากรรมในช่วงที่ผ่านมาอย่างชัดเจน เช่น การส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิไปประจำการในเมืองที่เป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต
“นี่คือการยกระดับประสิทธิภาพของการใช้อำนาจอย่างต่อเนื่อง นั่นคือสิ่งที่ทรัมป์ทำ เขาเอาชื่อของตัวเองไปใส่ไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิล และกาสิโน ดังนั้น ตรรกะจึงสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เว้นแต่ว่าตอนนี้กำลังเล่นกับชีวิตของผู้คน ชื่อเสียงของสหรัฐ และมรดกทางประชาธิปไตย” นายปีเตอร์ โลจ ผู้อำนวยการคณะสื่อ จากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน กล่าว
สมาคมประวัติศาสตร์ทำเนียบขาว พิจารณาการเปลี่ยนแปลงของทรัมป์ในบริบท โดยระบุว่า ทำเนียบขาวเป็น “สัญลักษณ์ที่มีชีวิตของประชาธิปไตยอเมริกัน” ซึ่งพัฒนาและคงอยู่ในฐานะสถานที่สำคัญระดับชาติ
“การปรับปรุงทำเนียบขาวตลอดทั้งประวัติศาสตร์ เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อและสภาคองเกรส เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย ความสมบูรณ์ทางประวัติศาสตร์ และจังหวะเวลา แต่ถึงอย่างนั้น การเปลี่ยนแปลงหลายครั้งเหล่านี้กลายเป็นส่วนสำคัญต่ออัตลักษณ์ของทำเนียบขาว และมันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงทำเนียบขาวในปัจจุบัน โดยปราศจากวิวัฒนาการและการต่อเติมเหล่านี้” นายสจวร์ต แมคลอริน ประธานสมาคมประวัติศาสตร์ทำเนียบขาว ระบุในบทความเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา
อนึ่ง ทรัมป์กล่าวว่า เขาออกเงินทุนสนับสนุนการปรับปรุงทำเนียบขาวด้วยตัวเอง แต่แผนการที่ใหญ่กว่านั้นของเขา จะต้องได้รับความช่วยเหลือจากภายนอก ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่า ห้องบอลรูมใหม่ที่คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จก่อนทรัมป์ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐครบวาระที่สอง ในเดือน ม.ค. 2572 จะได้รับเงินทุนจากทรัมป์ และ “ผู้บริจาคที่รักชาติ” รายอื่น ๆ
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐคาดหวังว่าสภาคองเกรสจะเห็นชอบออกเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 64,800 ล้านบาท) สำหรับแผนการใหญ่ของเขา ในการเปลี่ยนโฉมกรุงวอชิงตันให้ดูดียิ่งขึ้น
กระนั้น แผนการดังกล่าวยังรวมถึงการปราบปรามโดยกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ซึ่งทรัมป์ข่มขู่ว่าจะขยายไปยังเมืองอื่น เช่น เมืองชิคาโก แม้เขาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของฝ่ายตรงข้ามที่ว่า “ผู้นำสหรัฐกำลังทำตัวเหมือนเผด็จการ” ก็ตาม.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



