การเมืองฝุ่นตลบ พลิกคว่ำพลิกหงายทุกนาที หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน เกมชิงอำนาจฟอร์มทีมรัฐบาลเกิดขึ้นทันที สถานการณ์พลิกนาทีต่อนาที พรรคเพื่อไทยเลือกทิ้งไพ่ใบใหญ่ใบสุดท้ายด้วยการเสนอยุบสภา แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เจอสำนักองคมนตรีตีกลับ ในที่สุดเกมไปจบที่ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คว้าบัลลังก์ไทยคู่ฟ้าไปครอง ขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่มีสส.จากพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม พรรคพลังประชารัฐ และพันธมิตร รวม 146 เสียง มีพรรคประชาชนเทเสียง 143 สส.หนุน ด้วย 5 เงื่อนไข อาทิ ขีดเส้นยุบสภาใน 4 เดือน จัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยส.ส.ร. พรรคภูมิใจต้องไม่รวบรวมเสียงสส.เพิ่มเพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก และพรรคประชาชนขอเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเต็มที่
งานนี้ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการ ได้วิเคราะห์แบบถึงแก่นในรายการ “Dailynews Talk” ว่า สถานการณ์ที่เห็นในขณะนี้ “นายทักษิณ ชินวัตร” และเพื่อไทย จ้องยุบสภาอยู่แล้วแต่แรก ไม่ได้หวังจะตั้งรัฐบาลใหม่แต่อย่างใด เพราะข้อหาที่น.ส.แพทองธาร ถูกศาลวินิจฉัยนั้นถือว่าหนักมากคือ “เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวไม่เห็นแก่ประโยชน์ของชาติไม่รักษาเกียรติภูมิของชาติ” เป็นตราประทับของพรรคเพื่อที่จะปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไม่ได้ เพราะคะแนนนิยมลงเรื่อยๆ จำเป็นต้องมีจุดเปลี่ยนที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเกิดใหม่ได้

“เกมครั้งนี้ไม่ใช่เกมที่เดินธรรมดา นายใหญ่ต้องดับเครื่องชนเพราะคนที่โดนคือลูกสาวในไส้ อย่างเพลงผู้ชนะ สิบทิศ ที่ร้องว่า เจ็บใจคนรักโดนรังแกข้าจะเผาเมืองแปรให้มันวอดวาย” หนทางที่จะทำได้ผล ซึ่งนายทักษิณ เคยทำสำเร็จมาแล้วคือ “ทฤษฎีนกฟีนิกส์บินเข้ากองไฟ เผาร่างเป็นเถ้าถ่านแล้วกลับมาเกิดเป็นนกฟีนิกส์ตัวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม”
จึงเดินเกมยุบสภาตั้งแต่แรก มันชัดเจนจากที่ไม่เร่งไปเจรจาจับมือกับพรรคประชาชน ซึ่งเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาล และไม่เคยส่ง “นายชัยเกษม นิติสิริ” ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ไปคุยกับพรรคสีส้มเลย ฉะนั้นกระบวนการต่อจากนี้เป็นต้นไปคือกระบวนการนกฟีนิกซ์สีแดงกำลังจะบินเข้ากองไฟเพื่อให้เผาตัวเอง แล้วจะกลับมาเกิดใหม่ นี่คือการเล่นใหญ่ดับเครื่องชน ให้เกิดสถานการณ์ปั่นป่วน แล้วไปถึงขั้นมีการยึดอำนาจ เอาคนมาลงถนน สุดท้ายอาจจะเกิดการรัฐประหาร ซึ่งประวัติศาสตร์การรัฐประหาร 2 ครั้งเมื่อปี 2549 ยุคนายทักษิณ และปี 2557 ยุคน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ล้วนโดนข้อหาหนัก แต่ระหว่างนั้นพรรคเพื่อไทยดาหน้าออกมาด่าการรัฐประหารตลอด ทำให้มองเป็นฝ่ายรักประชาธิปไตย และชนะการเลือกตั้งกลับมาได้อีก ดังนั้นนี่คือกองไฟ คือเกมที่นายใหญ่วางเอาไว้ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ต้องติดตามชม
@ คดีชั้น 14 ที่จะตัดสินวันที่ 9 ก.ย.แนวโน้ม นายทักษิณ จะเป็นอย่างไร และจะมีผลต่อการเมืองไทยหรือไม่
ตนมองไม่เห็นเหตุผลว่าจะติดคุกได้อย่างไร ในเมื่อนายใหญ่ที่อยู่โรงพยาบาลตำรวจเขาเป็นนักโทษ การจะทำอะไรต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นชอบแล้วนายใหญ่จะผิดได้อย่างไร และที่สำคัญมีการประกาศให้โรงพยาบาลตำรวจ เป็นสถานที่ในการควบคุมตัวนักโทษ ตามกฎหมาย ใครจะชอบใจ ไม่ชอบใจก็ต้องไปแก้กฎ แต่จะมาจับนายใหญ่ไปติดคุกอีก การจะเอาคนซึ่งพ้นโทษได้ใบบริสุทธิ์ไปแล้วกลับมาติดคุกใหม่ โดยไม่มีหลักฐานเลยว่าเขาได้ไปสั่งเจ้าหน้าที่ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็ไม่ได้ ดังนั้นยืนยันเป็นรอบที่ล้านว่าไม่มีผล
แต่ที่ต้องติดตามคือวันที่ 10 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำกี่ครั้ง ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเงื่อนไขหนึ่งสำหรับรัฐบาลของนายอนุทิน เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการโหวตนายกฯแล้ว และอีกคดีหนึ่งที่น่าสนใจคือ คดีจริยธรรมของนายภูมิธรรม เวชยชัย กับพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แทรกแซง คดีฮั้วสว. ซึ่งเดือนนี้ต้องจบ ศาลท่านจึงอยู่ระหว่างการไต่สวนหาข้อเท็จจริงอื่นประกอบและนัดฟังคำวินิจฉัย คดีนี้น่าสนใจกว่าเยอะ เพราะนายภูมิธรรมและ พ.ต.อ.ทวี เป็นขุนพลของนายใหญ่ทั้งคู่ ถ้า 2 คนนี้มีเหตุออกมาในทางร้าย จะกระทบกับพรรคเพื่อไทย

@ พรรคภูมิใจไทย เข้ามาเป็นรัฐบาล จะกระทบกับคดีความที่ค้างอยู่หรือไม่
เรื่องคดีความ คิดว่าเมื่อนายอนุทินได้เป็นนายกฯ พรรคสีส้มที่บอกว่าเลือกนายอนุทิน เพราะมั่นใจว่า เอานายอนุทินอยู่ ก็ต้องโชว์ฝีมือด้วย ข้อเสนอ 5 ข้อที่ว่ามานั้นสำหรับผมแล้ว มันก็แค่ถุงกระดาษใส่ไข่นกกระทา ดังนั้นสีส้มต้องทำให้เห็นว่ามีกลไกคุม ตรวจสอบพรรคสีน้ำเงินอย่างไรบ้าง ว่ากันมาเป็นข้อๆ อย่าพูดแต่ปาก หรือให้ชาวบ้านคิดเอาเองว่าคุณมีเสียงเยอะกว่า เรารู้อยู่แล้วว่าไม้ตายของพรรคประชาชนคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 1 ปี เปิดได้ 1 ครั้ง แล้วช่วง 4 เดือนนี้ กว่าจะรวบรวมรายชื่อ กว่าจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องใช้เวลา เรื่องพวกนี้พรรคประชาชนเอามาโชว์กับสังคมหน่อยได้หรือไม่ว่าด้วยกลไกอื่นที่มี เช่นกลไกกรรมาธิการ เช่นคณะกรรมการชุดต่างๆ ช่วยเขียนออกมาเป็นแผนให้เห็นได้หรือไม่ แล้วสีส้มอย่ามาบอกว่าทำไม่ได้ เพราะผมจำได้ตอนที่พรรคก้าวไกลหาเสียงมีการออกเผยแพร่เอกสารชุดหนึ่งที่บอกว่า Timeline นโยบาย ว่าเดือนนั้นเดือนนี้จะทำอะไร
ส่วนพรรคสีน้ำเงินก็ต้องระบุไทม์ไลน์ว่าเข้ามาแล้ว เดือนแรก จนถึงเดือนที่ 4 จะทำอะไรบ้าง เรื่องฮั้วสว. เรื่องเขากระโดงและอีกหลายๆ ซึ่งเป็นเรื่องอื้อฉาวที่สังคมสนใจ นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสเติบโตจากการเป็นนายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจภารกิจพิเศษนี้ได้ อย่าทิ้งโอกาสนี้ รีบทำไทม์ไลน์ ประกาศเลยว่าจะทำให้โปร่งใสได้อย่างไร ไม่ต้องรอให้สังคมไปจี้ถาม
ต้องให้ชาวบ้านเห็นว่าพรรคสีน้ำเงินและพรรคส้มมารวมกัน เพื่อประโยชน์ของชาติจริงๆ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการเมือง รวมถึงอีก 2 เรื่องใหญ่จะต้องเห็น 1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขียนมาเลยทั้ง 2 พรรคว่าจะทำอะไรบ้าง เรื่องไทย -กัมพูชา เขียนไทม์ไลน์มาเลย คิดว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงว่าที่นายกฯ คนใหม่ ถ้าจะทำ.



