โมเดลฟุตบอลคิงส์คัพ สู่ต่างจังหวัด ประสบความสำเร็จต่อเนื่องทุกครั้ง
5 ครั้งหลัง คนดูแน่นตึง กระแสแรง สนามเต็มเอี้ยดตลอด
ครั้งที่ 47 บุรีรัมย์, 48 เชียงใหม่, 49 เชียงใหม่, 50 สงขลา และล่าสุด 51 กาญจนบุรี
หรือจะย้อนไปครั้งที่ 42, 43 ที่เชียงใหม่, โคราช ก็ฟีเวอร์

เวลาน้อยแต่”กาญจน์”ทันนะ
เจ้าภาพล่าสุดที่เพิ่งจบไป กาญจนบุรี ถูกตั้งคำถามว่า จะเตรียมพร้อมทันหรือไม่ เพราะหลังจากประกาศเมื่อ 16 ก.ค. ในงานเอฟเออวอร์ด ก็ดูเหมือนมีการบ้านต้องทำกันเยอะ โดยเฉพาะเรื่องการเติมอัฒจันทร์
เวลาที่กระชั้นชิด และยืนยันได้ว่า ทุกคนมารู้ผลเอาในงานนั้น ไม่มีคนนอกที่จะรู้ล่วงหน้า เอาตรงๆ ก็หวาดเสียว เพราะคำยืนยันจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดย นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ว่า “ทันแน่ๆ” ก็เหมือนยืนยันตามสูตร
อย่างไรก็ตาม อบจ.กาญจนบุรี มาเร่งมือจนทุกอย่างพร้อม ดึงทีมจัดที่ทำงานในครั้งก่อน มารับหน้าที่ต่อเนื่อง ซื้อประสบการณ์ เคยมีจุดอ่อนตรงไหน จะได้รู้ๆ ไม่ต้องมาคลำทางกันใหม่
ที่เห็นชัดจากงานนี้คือการบริหารจัดการที่เป็นระบบขึ้น นับจากการขายตั๋ว ขายล่วงหน้าให้จบไปเลย ไม่ว่าจะออนไลน์ หรือออนกราวด์ ไม่ต้องมาเอาภาพคนต่อแถว วางรองเท้า รอซื้อในช่วงแข่ง แล้วก็มาดราม่ากันว่า ทำไมคนนั้นได้ ฉันไม่ได้
ส่วน “ตั๋วผี”…นี่ปัญหาโลกแตก
ทีมงาน เจ้าหน้าที่ ขนมาอย่างจัดเต็ม อย่างเรื่องสนาม บอลพักครึ่ง ระดมแห่กันไปดูแลพื้นให้อยู่ในสภาพดีที่สุด
เท่าที่เห็น เจ้าหน้าที่ก็ผ่านการติวมาอย่างดี อาจมีคร่อมๆ จังหวะบ้าง อย่าง เพจทางการประชาสัมพันธ์ให้พกร่มมากันฝน แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ให้เอาร่มเข้าสนามซะงั้น
ส่วนดราม่าเรื่องห้ามยาดมเข้าสนาม ไม่เห็นด้วยตัวเอง จริงเท็จประการใดไม่ทราบได้

ปลุกกระแส”ช้างศึก”ฟีเวอร์
เรื่องแฟนบอลไม่ต้องพูดถึง บอลทีมชาติเตะต่างจังหวัด กระแสฟีเวอร์อยู่แล้ว หายใจเข้า-ออกเป็น “ช้าง-ศึก”
และเห็นด้วยอย่างยิ่งที่เปิดให้แฟนบอลเข้าชมการฝึกซ้อม ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ มาดูซ้อม ใกล้ชิดว่าดูแข่งเสียอีก
พ่อค้า แม่ค้าได้ขายของ สร้างรายได้ ทั้งที่สนามแข่ง สนามซ้อม
แม้จะมีดราม่าในช่วงท้ายๆ จากสื่อรายหนึ่ง เผยแพร่คลิป เลยสั่งงดชมซ้อมวันสุดท้าย
จริงๆ ก็น่าจะคุยกันได้ นั่งดู แต่ขอความร่วมมืองดถ่ายตั้งแต่ตอนไหน แฟนบอลไม่ดื้ออยู่แล้ว เดี๋ยวเค้าก็ดู ก็เตือนกันเอง
ส่วนสื่อเจ้าไหนทำก็ไปจับเข่าคุย จับเข่าเคลียร์ซะ

ปีหน้าเลือกเจ้าภาพเร็วขึ้น
จบปีนี้ รออีกทีปีหน้า ไม่รู้ว่าจะไปลงจังหวัดอะไร …กาญจนบุรี ทางหมอประวัติ ก็บอกว่าพอแล้ว ให้ที่อื่นบ้าง, สงขลา ก็บอกไม่เอาแล้ว
จังหวัดที่ศักยภาพถึง มีอยู่ไม่มาก โดยเฉพาะมาตรฐานเรื่องสนามแข่ง คงต้องรอดูกัน
จัดต่างจังหวัดน่ะดี แต่ปัญหาหนึ่งของเจ้าภาพ คือระยะเวลากระชั้นชิด อย่างคิงส์คัพหนนี้ ประกาศ 16 ก.ค. แล้วต้องส่งมอบงานปลายเดือน ส.ค. มีเวลาแค่เดือนครึ่งเท่านั้นเอง
ทำไมไม่เลือกเจ้าภาพล่วงหน้านานๆ จังหวัดจะได้มีเวลา
เรื่องนี้ได้ทราบว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็เข้าใจเช่นกัน และเล็งว่าจะขยับการตัดสินเจ้าภาพให้เร็วขึ้น
โจทย์ที่สมาคมฯ เอามาเกี่ยวไว้คือ ต้องประกาศในวัน “เอฟเออวอร์ด” งานมอบรางวัลประจำปี ที่ต้องรอให้บอลลีกปิดก่อน
ดังนั้น งาน เอฟเออวอร์ด อาจขยับมาจัดเร็วขึ้น บอลลีกปิด ปลายเม.ย.-ต้น พ.ค. แล้วประกาศสัก พ.ค.
เจ้าภาพ มีเวลาสัก 4 เดือน ที่ สมาคมฯ เชื่อว่าจะทันแบบชิลๆ
เรื่องงบฯ ได้ทราบว่า ไม่ใช่ปัญหาของเจ้าภาพแต่ละครั้ง ปัญหามีแค่ “เวลา” เท่านั้น
ถ้า 4 เดือนเป็นช่วงเวลาที่บิลท์อารมณ์ประชาสัมพันธ์ให้แฟนบอลตื่นตัว ไม่ลืมไปก่อน

สนไหม “แบทเทิลออฟอาเซียน“
อีกเรื่องคือทีมที่เข้าร่วม
ครั้งหนึ่งบอลไทย เคยมองไกล มองข้ามอาเซียน ดึงทีมอาเซียนมาแล้วก็มาแขวะกัน
หันมามองความจริง ทีมที่มาร่วม ก็ไม่ได้ระดับท็อปเอเชีย หรือระดับดังของโลกอยู่แล้ว บางทีอาจสนุกกว่า ถ้าเป็นทีมอาเซียน และเป็นประเทศที่อยู่ใกล้จังหวัดเจ้าภาพ
อย่างเช่น ครั้งนี้จัดที่กาญจนบุรี แล้วเชิญ เมียนมา, หนก่อนจัด สงขลา เชิญ มาเลเซีย, เชียงใหม่ เชิญ ลาว, เมียนมา
ถ้าสถานการณ์สงบ หากจัดแถว บุรีรัมย์, โคราช ก็เชิญ กัมพูชา
กระแสแฟนบอลจะคึกคักอย่างมาก ไม่ต้องคิดมากว่า ไทยจะไม่ได้เปรียบเสียงเชียร์ มาเน้นความสนุกของเกมดีกว่า

หรืออย่างปีหน้า 2026 ปลายปีจะมี ฟุตบอลอาเซียนคัพ แข่งอยู่แล้ว
คิงส์คัพ ก็เชิญทีมดังอาเซียนมาชนกันเลย เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เมียนมา ฯลฯ เลือกๆ มาจับชนกัน
เป็น “แบทเทิลออฟอาเซียน”
วอร์มอัพเครื่องกันก่อนที่อีก 2-3 เดือน จะเตะอาเซียนคัพ
ยิ่งธรรมชาติของการเจอประเทศอาเซียนด้วยกัน แฟนบอลจะยิ่งอิน ยิ่งมีความรู้สึก “แพ้ไม่ได้” มันเหมือน “ดาร์บี้แมตช์”
มันก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะ.
วุฒินล บุญวานิช



