เหตุการณ์ที่ควรจะเป็นช่วงเวลาของความเงียบในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เพื่อไว้อาลัยให้กับนายชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวและอินฟลูเอนเซอร์การเมืองฝ่ายขวา ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบยิงสังหาร กลับกลายเป็นเสียงตะโกนและการชี้นิ้วโทษกัน สะท้อนถึงภาพอันขนขื่นของประเทศที่แตกแยกจากความขัดแย้งทางการเมือง


เมื่อข่าวการยิงเคิร์กแพร่กระจายออกไป สมาชิกสภาคองเกรสต่างเริ่มถกเถียงเกี่ยวกับวิธีที่ดีที่สุดในการให้เกียรติเขา โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐคนหนึ่งจากพรรครีพับลิกัน ยกมือขึ้นและขอให้มีคนนำการสวดมนต์ไว้อาลัย


จากนั้น สมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนก็ตั้งคำถามว่า เหตุใดการสังหารครั้งอื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญน้อยกว่า จึงไม่ได้รับความสนใจเหมือนกัน ส่งผลให้เกิดการต่อว่าด้วยคำหยาบ และการกล่าวหาเกี่ยวกับการทำให้โศกนาฏกรรมเป็นเรื่องการเมือง


อนึ่ง เคิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มสนับสนุนฝ่ายอนุรักษนิยม “Turning Point USA” และพันธมิตรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ถูกลอบยิงสังหารระหว่างการขึ้นเวทีปราศรัย ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์แวลลีย์ ในเมืองโอเรม ของรัฐยูทาห์ ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับแรงจูงใจ และการจับกุมผู้ต้องสงสัย ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด


การเสียชีวิตของเคิร์ก ทำให้เพื่อนนักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมหลายคนเดือดดาล และกล่าวโทษฝ่ายเสรีนิยมว่าเป็นสาเหตุของการโจมตีครั้งนี้ ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่ใช้ถ้อยคำที่สงวนท่าทีมากกว่า รวมถึงประณามความรุนแรงทางการเมืองโดยทั่วไป และเรียกร้องให้มีกฎหมายอาวุธปืนที่เข้มงวดยิ่งขึ้นอีกครั้ง


ปฏิกิริยาที่แตกต่างกันระหว่างสองฝ่าย ชี้ให้เห็นว่าการเสียชีวิตของเคิร์ก น่าจะทำให้ความแตกแยกทางการเมืองของสหรัฐทวีความรุนแรงขึ้น ดังเช่นความพยายามลอบสังหารทรัมป์ 2 ครั้ง ในปี 2567


ก่อนที่จะทราบถึงตัวตนของมือปืน บรรดาบุคคลสำคัญฝ่ายขวาที่มีชื่อเสียง ต่างตีกรอบการยิงสังหารเคิร์ก ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีกลุ่มอนุรักษนิยมในวงกว้างของฝ่ายซ้าย ขณะที่ทรัมป์เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “ผลพวงจากวาทกรรมที่ร้อนแรงเกินไป”


“ความรุนแรงและการฆาตกรรม เป็นผลที่น่าเศร้าจากการตราหน้าคนที่คุณไม่เห็นด้วย โดยใช้วิธีที่น่าชิงชังและน่ารังเกียจที่สุดเท่าที่เป็นไปได้” ทรัมป์ กล่าวในคลิปวิดีโอที่โพสต์บนแพลตฟอร์ม “ทรูธ โซเชียล”


อีกด้านหนึ่ง ปฏิกิริยาจากสมาชิกพรรคเดโมแครตค่อนข้างเงียบ โดยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวในแถลงการณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบถึงแรงจูงใจของคนร้ายที่ก่อเหตุยิงสังหารเคิร์ก แต่ความรุนแรงที่น่ารังเกียจเช่นนี้ ไม่ควรมีอยู่ในระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐ


ทั้งนี้ ชาวอเมริกันจำนวนมากปฏิเสธความรุนแรงทางการเมืองอย่างล้นหลาม ซึ่งผลการสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ส และอิปซอส แสดงให้เห็นว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามแค่ 6% เท่านั้น ที่เห็นด้วยว่า การที่สมาชิกพรรคการเมืองข่มขู่คุกคามผู้อื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง เป็นสิ่งที่ยอมรับได้


ด้าน ดร.รูธ บราวน์ชไตน์ ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ผู้ศึกษาเคิร์กและฝ่ายขวา กล่าวว่า การยิงสังหารครั้งนี้ มีแนวโน้มที่จะทำให้ความตึงเครียดทางการเมืองในสหรัฐที่ร้อนระอุอยู่แล้ว รุนแรงยิ่งขึ้น


“มันเห็นได้อย่างชัดเจนว่า โศกนาฏกรรมดังกล่าวอยู่ในระดับบุคคล แต่มันก็ทำให้บรรยากาศทางการเมืองรุนแรงขึ้นอีก ซึ่งมันมีความเป็นไปได้จริง และถือเป็นความเสี่ยงที่แท้จริง” ดร.บราวน์ชไตน์ กล่าวทิ้งท้าย.


เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES