ทั้งนี้ แนวทางการแก้ปัญหานี้ วันนี้คอลัมน์นี้มีกรณีศึกษามาให้พิจารณากัน โดยเป็นกรณีของ “เครื่องแกงเจ๊ะฆูลา” ของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนนิปิสกูเละ จ.ปัตตานี ที่ได้รับการช่วยเหลือภายใต้ทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)


ดร.ณรงค์ หัศนี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี และผู้ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการและการยกระดับเครื่องปรุงมลายูเพื่อการส่งออกเมืองชายแดนมาเลเซีย ที่ดูแลเรื่องนี้ให้ข้อมูลว่า เครื่องแกงพื้นบ้านของจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถยกระดับและต่อยอดไปได้หลายรูปแบบ และยังมีศักยภาพที่จะขยายไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียได้ แต่ธุรกิจชุมชนที่ผลิตสินค้าประเภทนี้ ส่วนใหญ่ยังขาดการจัดการในเชิงมาตรฐานและการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งโครงการนี้ขึ้น เนื่องจากเห็นศักยภาพโดยเฉพาะด้านรสชาติและคุณภาพ

ดร.ณรงค์ หัศนี หัวหน้าโครงการ และตูแวคอลีเย๊าะ กาแบ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนนิปิสกูเละ
ทั้งนี้ เมื่อนำแนวคิดคนของตลาดเข้าไปจับก็พบว่า “มีคน” คือกลุ่มผู้ประกอบการที่มีฝีมือผลิต และ “มีของ” คือ เครื่องแกง เครื่องเคียง เครื่องปรุงสด ของกินเล่น แต่สิ่งที่ยังขาดคือ “ไม่มีตลาด” จึงได้ทำการศึกษาถึงความเป็นไปได้ และพบว่า ถึงแม้เครื่องแกงมลายูจากผู้ประกอบการไทยจะมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว และรสชาติถูกใจคนมาเลเซียแต่เหตุผลที่ทำให้ไม่มีการส่งไปขายมาเลเซีย เนื่องจากเป็นการซื้อขายรูปแบบเครดิต คือส่งของก่อน และหลัง Supplier ขายได้ จึงนำเงินมาชำระภายหลัง ซึ่งช่วงแรกเป็นไปด้วยดี แต่ระยะหลังติดปัญหาเรื่องการเงิน เนื่องจากส่งของแล้ว ไม่ได้เงิน ทำให้ผู้ประกอบการไทยจึงไม่ให้ความสำคัญกับการส่งออก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาให้เกิด “ฟาฏอนี ฮาลาล ฮับ” ขึ้นภายใต้โครงการนี้ทำหน้าที่ช่วยเหลือด้านการขนส่ง โดยเมื่อมีผู้ซื้อมาเลเซียต้องการสินค้า ฮับจะทำหน้าที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยจะให้ LEN หรือ LE Networks ที่เป็นเครือข่ายผู้ประกอบการทำหน้าที่พัฒนาผู้ประกอบการกับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ เสร็จแล้วจึงส่งให้ SD หรือ Syarikat Dagang ซึ่งเป็นหอการค้าชุมชนทำหน้าที่วิเคราะห์ตลาด กระจายสินค้า และส่งสินค้าให้ลูกค้ามาเลเซีย จนขยายโอกาสให้กับผู้ประกอบการเครื่องแกงมลายูของไทยเพิ่มขึ้น
“โมเดลนี้ทำให้เกิดการส่งออกเครื่องปรุงมลายูให้ร้านค้าในเมืองมะละกาได้ถึงเดือนละ 1,200 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 8.9 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากสามารถขยายโมเดลไปที่เมืองกัวลาลัมเปอร์ มะละกา และปีนังได้จะสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนและเกษตรกรจังหวัดชายแดนใต้ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”ผู้ดูแลโครงการกล่าว และนี่เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาน่าสนใจที่หน่วยงานทุน สถาบันการศึกษา จับมือธุรกิจชุมชน ร่วมกันศึกษาวิจัยธุรกิจ จนปลดล็อกข้อจำกัดที่มีอยู่ได้ .
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]



