เรื่องราวเหล่านี้หากมองดีๆ แม้พบเจอไม่ง่าย แต่ใช่ว่าไม่มีโอกาส หากรู้ทางหนีทีไล่ทางกฎหมายไว้บ้างจะได้อุ่นใจ “ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามข้อกฎหมายหากเจอเหตุการณ์เหมือนตัวอย่างนี้ กับ นายศีรวิษ สุขชัย ทนายความ เจ้าของเพจทนายเบียร์ศีขี้ฟ้อง ให้ความเห็นว่า ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของร่วม หรือผู้อาศัยในอาคารชุด(คอนโด)หากเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ อย่างแรกต้องตั้งสติ ไม่ควรเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุ เพราะผู้เสียหายจะไม่ทราบเลยว่าผู้ก่อเหตุได้พกอาวุธหรือวัตถุใดไว้ในกระเป๋าหรือในมือ อันอาจจะเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดได้

พร้อมแนะผู้เสียหายอาจส่อง“ตาแมว”ที่ประตูคอนโด เพื่อจะได้ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าของร่วมหรือผู้อาศัย หรือบุคคลอื่นใดที่บุกรุกเข้ามาก่อเหตุบริเวณหน้าห้องผู้เสียหาย ให้โทรหานิติบุคคลอาคารชุดแล้วแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้นิติบุคคล เตือนเจ้าของร่วม หรือเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยขึ้นมาระงับเหตุ โดบผู้เสียหายต้องโทรแจ้งเหตุกับสถานีตำรวจท้องที่คอนโดตั้งอยู่
กรณีผู้ก่อเหตุพกมีดซึ่งถือเป็นอาวุธมายืนบริเวณหน้าห้องของผู้เสียหายโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และศาลมีอำนาจริบอาวุธนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และหากในกระเป๋าของผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน ถ้าไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามพ.ร.บ. อาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ ประกอบมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง
การกระทำของผู้ก่อเหตุอันเป็นการคุกคาม หรือกระทำให้ผู้เสียหายเดือดร้อนรำคาญ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 และการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัว หรือ ความตกใจ โดยการขู่เข็ญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392

ส่วนกรณีผู้ก่อเหตุมีการข่มขู่จะทำร้าย เพื่อให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309
ผู้ก่อเหตุที่เป็นเจ้าของร่วม เมื่อรู้สึกว่าไม่พึงพอใจในการกระทำของเจ้าของร่วมที่อยู่อาศัยภายในคอนโดเดียวกัน อาจแจ้งนิติบุคคล เพื่อให้ตักเตือนเจ้าของร่วมที่ก่อเหตุ หรือเรียกเจ้าของร่วมมาพบเพื่อยุติปัญหา แต่ไม่ควรกระทำการระรานเจ้าของร่วมอื่นด้วยตัวเอง เพราะเพียงแค่พกอาวุธแล้วเคาะประตูเพื่อก่อกวนให้เจ้าของร่วมออกมา อาจต้อง“ติดคุก”ถึง 1 ปี
สำหรับบทบาทของนิติบุคคล ซึ่งต้องอำนวยความสะดวกในการแก้ปัญหาของเจ้าของร่วมที่มีข้อพิพาทกัน นิติบุคคลจะเป็น“ตัวกลาง”ในการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างคู่กรณี อาจเริ่มจากการพูดคุยปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อหาทางออกร่วมกัน ก่อนที่จะนำไปสู่การใช้มาตรการทางกฎหมาย

“นิติบุคคล”มีหน้าที่ในการบังคับใช้ข้อบังคับของอาคารชุด เพื่อระงับเหตุที่เกิดขึ้น และอธิบายให้เจ้าของร่วมที่มีข้อพิพาทได้ทราบถึงข้อบังคับที่มีอยู่ ซึ่งมักมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการอยู่อาศัยร่วมกัน เช่น ห้ามส่งเสียงดังหลังเวลาที่กำหนด หรือห้ามกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความรำคาญ
โดยนิติบุคคลต้องเก็บรวบรวมหลักฐานคลิปวีดีโอ หรือพยานบุคคล หรือพยานแวดล้อม ในการก่อเหตุของผู้ก่อเหตุให้กับผู้เสียหาย เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดี
ทั้งนี้ หากถ้านิติบุคคลไม่ให้ความร่วมมือ เจ้าของร่วม“เอาผิด”นิติบุคคลได้ เนื่องด้วยนิติบุคคลมีหน้าที่ให้เจ้าของร่วมทุกคนอยู่ภายใต้ข้อบังคับของนิติบุคคล เมื่อนิติบุคคลไม่ให้ความร่วมมือในบทบาทหน้าที่ที่มีอยู่ เจ้าของร่วมสามารถดำเนินคดีฟ้องทางแพ่งใน“ข้อหาละเมิด”ได้.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



