เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 08.30 น. ที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านด่านพัฒนา หมู่ 14 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ติดกับตลาดชายแดนช่องจอม ห่างจากชายแดนช่องจอม-โอร์เสม็ด ประมาณ 1.5 กม. บางคนยืนยันว่าได้ยินเสียงปืนเล็กอีกหลายนัด จึงได้มีการโทรศัพท์สอบถามแม่ค้าแถวตลาดช่องจอม เนื่องจากไม่แน่ใจ ซึ่งบางรายก็ไม่ได้ยิน เนื่องจากมีตึกอาคารบ้านเรือนต่างๆ บังเสียง ไม่ใช่ที่โล่ง ประกอบกับเสียงประชาชนที่มาซื้อของและเสียงรถวิ่งกลบเสียงบริเวณตลาดชายแดน อีกทั้งเป็นปืนเล็ก หากไม่เงียบหรือตั้งใจฟังจริงๆ ก็จะไม่ได้ยิน เนื่องจากอยู่ห่างจากชายแดนเกือบ 2 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตามชาวบ้านชายแดนในพื้นที่ที่ทราบข่าวการยิงปืนเล็ก 11 นัด ตั้งแต่เมื่อคืนของทหารกัมพูชา ต่างรู้สึกไม่ตื่นตระหนกและเริ่มชินในสถานการณ์การสู้รบที่ต้องอพยพ และต่างมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลาตั้งแต่สงครามรอบแรก และยังคงใช้ชีวิตตามปกติ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาดชายแดนช่องจอม ที่ยังคงเปิดร้านค้าขายกันอยู่ เพื่อหารายได้ดูแลครอบครัว หลังจากเศรษฐกิจชายแดนซบเซา ไร้นักท่องเที่ยวตั้งแต่สงครามรอบแรก และทุกครั้งที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับชายแดน จะส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าขายชายแดนเงียบเหงาลงทันทีและทุกครั้ง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารยังคงตรึงกำลังตลอดแนวชายแดน โดยเฉพาะที่ชายแดนช่องจอม อย่างเข้มข้น ตามคำสั่งของกองทัพบก หลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารกัมพูชายิงปืนเล็ก 11 นัดดังกล่าว

นางรัตนนา ชูกล้า แม่ค้าขายสินค้าทั่วไป ย่านตลาดชายแดนช่องจอม เลขที่ 83 หมู่ 14 ต.ด่าน อ.กาบเชิง กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 8 โมงครึ่ง เพื่อนบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งตรงข้ามจะเป็นป่าชายแดน ห่างประมาณกิโลครึ่ง ว่าได้ยินเสียงปืนหลายนัด และไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ จึงโทรศัพท์มาสอบถามกัน และตนไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ หรือเสียงปืนหรือเปล่า เพราะอยู่หน้าตลาดไม่ได้ยิน เมื่อคืนฝนตกก็ไม่ได้ยิน บรรยากาศตลาดชายแดนเงียบเหงา แต่ต้องขายของปกติ เตรียมพร้อมตลอดเวลาไม่ตื่นตระหนก ถ้ามีเสียงปืนใหญ่ดังก็จะไปทันทีหรือมีเอสเอ็มเอสเตือนให้อพยพก็จะออกไป นางรัตนา กล่าว

ด้านนางดวงรัตน์ สุปูนทน แม่ค้าขายสินค้าทั่วไปย่านตลาดชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ตนมองว่าโอกาสที่จะเกิดสงครามรอบที่ 3 สูงมาก เพราะทหารเขมรพยายามยั่วยุและเกิดเหตุการณ์ชายแดนหลายอย่างเหลือเกิน ทั้งประท้วงคัดค้านไม่ยอมรับการขึ้นทะเบียนปราสาทชายแดนต่างๆ ของกรมศิลปากร ก่อกวนไม่เลิก ทั้งที่ช่องจอม ถ้าจะรบก็รบไปเลย ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ชาวบ้านต้องทำมาหากิน จะให้อพยพตอนไหนก็ไปตอนนี้ เมื่อคืนไม่ได้ยินเสียงปืนเพราะฝนตกหนัก ส่วนเมื่อเช้าอยู่หน้าตลาดชายแดนช่องจอมไม่ได้ยินเสียงปืน และไม่ได้สังเกต

ส่วนที่ พล.ท.มาลี ของกัมพูชา ออกมาแถลง ว่าการยิงของทหารเขมร ว่าไทยกล่าวหาร้ายแรง และเป็นข่าวปลอม ตนมองว่าทหารไทยมีวินัยสูง มีระเบียบ เหมือนประชาชนคนไทยที่มีระเบียบวินัย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยโกหกอะไรง่ายๆ เขามีระเบียบกฎกติกาของเขาเอง ทหารไทยมีความอดทนสูงมาก ไม่มีปฏิกิริยาป่าเถื่อนไปทำอะไรใครง่ายๆ ถ้าไม่เหลืออดจริงๆ คือนิสัยคนไทย ถ้าไม่เหลืออดหรือโดนหนักจริงๆ ก็จะไม่พูดและตอบโต้อะไรเลย แต่เขมรโกหกได้ตลอดเวลา ไทยอ่อนโยนจนมองว่าอ่อนแอในสายตาเขมร คือความใจดีของไทย แต่ชาวบ้านไม่ตื่นตระหนกแต่อย่างใด อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เมื่อสถานการณ์มันเป็นแบบนี้แล้ว.