โรเบิร์ต เรดฟอร์ด ตำนานฮอลลีวูดที่เพิ่งล่วงลับไป เคยประสบโศกนาฏกรรมในชีวิตมาหลายครั้ง แต่มีไม่กี่เหตุการณ์ที่สร้างความเจ็บปวดได้เท่ากับการเสียชีวิตของ ซิด เวลส์ แฟนหนุ่มของ ชอว์นา เรดฟอร์ด ลูกสาวของเขาในปีค.ศ. 1983
เหตุฆาตกรรมนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับชาติ เมื่อเรดฟอร์ดซึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ได้ขอให้หยุดการถ่ายทำภาพยนตร์คลาสสิกเรื่อง The Natural เพื่อเดินทางไปร่วมพิธีศพของเวลส์
ขณะเสียชีวิต ซิด เวลส์ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยสาขาวารสารศาสตร์ วัย 22 ปี เขาคบหากับชอว์นามาราวสามปีก่อนเกิดเหตุและมีความสนิทสนมกับครอบครัวเรดฟอร์ด เรดฟอร์ดชื่นชอบเวลส์อย่างมากและมองว่าเขาคือสมาชิกครอบครัวคนหนึ่ง ทุกคนต่างเชื่อว่าคู่รักคู่นี้จะต้องแต่งงานกันแน่

ต้นเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1983 เวลส์โดนฆาตกรยิงที่ศีรษะจากด้านหลังอย่างเลือดเย็นในลักษณะที่ตำรวจบรรยายว่าเป็นการยิงแบบ “ประหารชีวิต” เพื่อให้แน่ใจว่าเหยื่อจะเสียชีวิตทันที เหตุเกิดในอพาร์ตเมนต์ที่เมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด ก่อนหน้าที่เวลส์จะเริ่มการเรียนในชั้นปีสุดท้ายเพียงไม่กี่วัน
น้องชายของเวลส์เป็นผู้พบศพในห้องนอนหลังกลับจากไปตั้งแคมป์ โดยมีผู้อาศัยในอาคารหลายคนให้การว่าได้ยินเสียงดังคล้ายปืนก่อนหน้านั้นไม่นาน ตำรวจพุ่งเป้าไปที่ เธน สมิกา รูมเมทวัย 24 ปีที่พักอยู่ร่วมกับเวลส์และน้องชาย พวกเขาพบเพียงบันทึกที่สมิกาทิ้งไว้ว่า เขาไปเยี่ยมพ่อแม่และจะกลับมาในอีกไม่กี่วัน
สมิกาให้การกับตำรวจว่า เขาสงสัยบุคคลอื่นที่อาจขโมยโคเคนจากเวลส์ และอ้างว่าเขาได้นำเงินสดและโคเคนจำนวนมากจากห้องของเวลส์ไปซ่อนไว้เพื่อไม่ให้บุคคลนี้เข้ามาขโมยไป แต่ภายหลัง บุคคลที่โดนสมิกากล่าวหาก็ปฏิเสธทุกอย่าง อีกทั้งยังมีพยานยืนยันที่อยู่

ตอนแรก ตำรวจเชื่อสมิกาและให้ความคุ้มครองเขามรฐานะพยาน แต่ไม่นานก็พบว่าคำกล่าวอ้างของเขานั้นเป็นเท็จหลายเรื่อง เช่น การอ้างว่าจะกลับบ้านเพื่อไปดัดผมและขนเสื้อผ้าไปซัก ทั้งที่เขาเพิ่งดัดผมไปก่อนเกิดการฆาตกรรมราวหนึ่งสัปดาห์ อีกทั้งในอาคารอพาร์ตเมนท์ก็มีบริการเครื่องซักผ้าอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อนของสมิกาให้การว่าเขามักจะมีปัญหาทางการเงิน มีนิสัยชอบลักขโมย และติดยาเสพติดหนักขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนคนหนึ่งยังอ้างว่าสมิกาเคยสารภาพเรื่องฆาตกรรมหลังดื่มเหล้าเมาหนัก ขณะที่ผู้หญิงอีกคนให้ข้อมูลว่า น้องสาวของสมิกาเคยพูดถึงการที่โดนบังคับให้ซักเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดในวันเกิดเหตุ
แม้ว่าสมิกาจะโดนจับกุมในที่สุด แต่ก็ไม่โดนฟ้องร้อง เนื่องจากอัยการพิจารณาว่าหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดได้ และหลังจากได้รับการปล่อยตัว สมิกาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ในปีค.ศ. 1997 พ่อแม่ของสมิกาอ้างว่าพวกเขาไม่ทราบที่อยู่ของลูกชาย สมิกาเคยบอกแผนการที่จะหนีไปอยู่ต่างประเทศและกำชับให้เตรียมหนังสือเดินทางเพื่อจะได้มาเยี่ยมเขา แต่เขาก็ไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย จนกระทั่งในปีค.ศ. 2010 ทางการจึงได้ออกหมายจับสมิกาอย่างเป็นทางการในข้อหาฆาตกรรม
โรเบิร์ต เรดฟอร์ดผู้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมาด้วยวัย 89 ปีเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ความตายของซิด เวลส์ ยังคงฝังใจและทิ้งรอยบาดแผลไว้ในใจเขา
ส่วนลูกสาวของเขา ชอว์นา ปัจจุบันมีอาชีพเป็นจิตรกร เธอแต่งงานกับ เอริก ชลอสเซอร์ นักข่าวที่มีชื่อเสียงจากหนังสือสารคดี ‘Fast Food Nation’ ซึ่งเปิดโปงด้านมืดของวงการอุตสาหกรรมอาหาร พวกเขามีลูกด้วยกันสองคน
In 1983, CU student Sid Wells was murdered. @BoulderPolice have a warrant for his roommate, Thayne Smika, and the FBI is offering a $10,000 reward. Learn more about circumstances of the murder in this @9News report: https://t.co/dCGLVA1NwI pic.twitter.com/dbJ62Rm3sp
— FBI Denver (@FBIDenver) September 17, 2025
แม้จะไม่มีเบาะแสใหม่ ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่หลังจากการเสียชีวิตของเรดฟอร์ด สำนักงานสอบสวนกลางสาขาเดนเวอร์ได้นำคดีนี้กลับมาสู่ความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง ด้วยการเผยแพร่รายละเอียดคดีและภาพวาดใบหน้าผู้ต้องสงสัยที่ปรับให้เข้ากับวัยปัจจุบัน พร้อมประกาศรางวัลนำจับ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 322,275 บาท) สำหรับผู้ให้ข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุม สมิกา ซึ่งจะมีอายุ 74 ปีในปัจจุบัน
ที่มา : people.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



