จากรายงานข่าวที่ “เดลินิวส์” เกาะติดคดีบุกรุกป่าและออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. โดยมิชอบบนเขาปากเตรียม อ.สุขสำราญ จ.ระนอง จนมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ ภายหลัง พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส.ลงพื้นที่ปักหลัก เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทาง “ระวางทิพย์” ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2565 โดย พล.ต.ต.เอนก มุ่งเน้นการขุดรากถอนโคนขบวนการฮุบป่าและลักลอบตัดไม้หวงห้ามมูลค่านับสิบล้านบาทนี้อย่างระบบ ซึ่งขณะนี้การสอบปากคำพยานแวดล้อมเสร็จสิ้นจนคดีคืบหน้าไปกว่า 70% และพร้อมที่จะประสานงานกับ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีและเช็กบิลกลุ่มนายทุนรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐนอกรีตที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาด

“ดาวประดับฟ้า” สัปดาห์นี้จึงพามาทำความรู้จัก พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ เป็นชาว จ.อุทัยธานี ชื่อเล่น “เหนก” เกิดเมื่อวันที่ 4 ส.ค.2511 จบมัธยมศึกษาโรงเรียนในจังหวัดอุทัยธานี หลังจากนั้นไปเรียนที่โรงเรียนตำรวจภูธร 6 จ.นครสวรรค์ แล้วสอบเข้า โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 29 (นตท.29) โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 45 (นรต.45) และยังเพิ่มพูนความรู้ระดับปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

เริ่มรับราชการ : รอง สวส.สน.ทองหล่ รอง สว.ธร.สน.ท่าข้าม รอง สวส.สน.หนองค้างพลู รอง สวส.สน.บางรัก พนักงานสอบสวน(สบ2) สน.บางรัก พนักงานสอบสวน (สบ3) สน.บางรัก พนักงานสอบสวน (สบ3)กก.5บก.ป. ขยับขึ้น ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. รอง ผบก.ป. และขึ้นนั่ง ผบก.ปทส. ในปัจจุบัน

ผลงานและเกียรติประวัติที่สำคัญ พล.ต.ต.เอนก มีผลงานการทำสำนวนคดีสำคัญที่เป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” มากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารการสืบสวนสอบสวนที่รัดกุมคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญ เช่น คดีบรรยินอุ้มฆ่า, คดี ผกก.โจ้ ถุงดำ, คดีแอมไซยาไนด์ และคดีกำนันนก

เพื่อนร่วมรุ่น : พล.ต.ท.ยศวินท์ หรรษมนตร์ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ ชอบเพื่อน ผู้บัญชาการสำนักงบประมาณ (ผบช.สงป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ( รอง ผบช.ก.) พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ( ผบก.ปคม.)

วิสัยทัศน์ หรือคติการทำงาน : ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ ด้วยความเต็มใจ เต็มกำลังความสามารถ โดยยึดโยงไปตาม ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ให้ความเป็นธรรมอย่างเสมอภาค ตามหลักการ “ความยุติธรรม ไม่ต้องร้องขอ”