ไต้หวัน ไม่น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ที่สร้างความหนักใจให้กับทีมชาติไทยเท่าไหร่
อันดับโลกไกลลิบ ไทย อันดับ 101 ของโลก ส่วน ไต้หวัน 173 ของโลก ห่างกัน 72 ขั้น
ดูผลงานช่วงหลังของ ไต้หวัน ปีนี้ คัดเอเชียนคัพ แพ้ 2 นัดรวด เล่นในบ้านแพ้ เติร์กเมนิสถาน 1-2 และบุกแพ้ ศรีลังกา 1-3
นอกนั้นมีเกม อุ่นเครื่องชนะ มาเก๊า 2-0 และล่าสุดอุ่นเครื่องบุกแพ้ อินโดนีเซีย 0-6 เมื่อ 5 ก.ย.
ย้อนไปปี 2024 ผลงานลงเตะ 4 นัด อุ่นเครื่อง บุกแพ้ กัมพูชา 2-3, บุกชนะ สิงคโปร์ 3-2 และไปเตะที่ฮ่องกง 2 นัด ชนะ มองโกเลีย 4-0, แพ้ ฮ่องกง 1-2

คือถ้าไม่มีเกมบุกชนะ สิงคโปร์ ให้ “เอ๊ะ” ก็ถือว่าผลงานแย่เลยทีเดียว
แม้จะเป็นคู่แข่งที่ง่าย แต่ด้วย “เดิมพันสูง” ของทีมชาติไทย ทำให้ดูยากขึ้น เรียกว่า อาจทำให้เห็น “หมู” เป็น “เสือ”
คัดเอเชียนคัพ 2027 กลุ่ม D ทีมชาติไทย ผ่าน 2 เกมแรก เปิดบ้านชนะ ศรีลังกา 1-0 และบุกแพ้ เติร์กเมนิสถาน 1-3
คะแนนกลุ่มนี้ เติร์กเมนิสถาน 6 แต้ม นำจ่าฝูง ตามด้วย ไทย กับ ศรีลังกา 3 แต้ม และ ไต้หวัน ไม่มีแแต้ม
อย่างที่ทราบ รอบนี้คัด “ทีมเดียว” สู่รอบ 24 ทีมสุดท้ายที่ซาอุดิอาระเบีย
นั่นหมายความว่า การที่ไทยแพ้เติร์กฯ ไปแล้ว นั้นคือความ “เพลี่ยงพล้ำ” ที่เกิดขึ้นไปแล้ว
ก่อนจะไปชี้ชะตาเกมสุดท้ายในบ้านไทย จะปล่อยให้ช่องว่างถ่างมากกว่า 3 แต้ม ไม่ได้ และทางที่ดี ควรต้องพลิกกลับมาไล่ตีตื้น หรือทาบ, แซง ไปเลย
ดังนั้น โจทย์ของทีมชาติไทย ในการเจอ “ไต้หวัน” คือต้อง 6 แต้มเต็มเท่านั้น
มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทยประกาศชื่อนักเตะ 23 คน ออกมา ถือว่าไม่มีเซอร์ไพรส์ คนที่มีข่าวว่าจะไม่มี ก็ไม่มี คือ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ที่สังคมเรียกร้อง
“โฟร์แบร์” อนันต์ ยอดสังวาลย์ ติดทีมจนได้ เพราะ ปรเมศย์ อาจวิไล ถอนตัว แต่การที่กองหน้าออกไป แล้วเอาริมเส้นเข้ามาแทน ก็แปลกๆ อาจหมายถึงว่า กองหน้าไทยหายากเย็นหรือเปล่า

ไม่มี “ลูกนิว” พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ในช่วงที่กำลังเล่นดีจริง ด้วยสาเหตุสภาพร่างกาย แม้ไทยลีกล่าสุด จะวิ่งปร๋อเต็มเกม แถมยิง 2 ให้ การท่าเรือ ชนะ พลังกาญจน์ 8-0
นอกนั้นไม่ถือว่าขาดใคร
เซ็นเตอร์ มี โจนาธาร เข็มดี กลับมาเป็นตัวหลัก, แบ๊กซ้าย จะโยก นิโคลัส มิคเกลสัน ไปเล่น ส่วนขวา ก็ใช้ ศุภนันท์ บุรีรัตน์
กลาง วีระเทพ ป้อมพันธ์ เห็นว่าไม่เต็มร้อย แต่มี พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, ตัวรุก ชนาธิป สรงกระสินธ์, เบนจามิน เดวิส อาจได้ลงร่วมกันจริงๆ จังๆ
ซ้าย สุภโชค สารชาติ, ขวา จะ เสกสรรค์ ราตรี หรือ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ก็แล้วแต่
กองหน้า เมื่อ ปรเมศย์ อาจวิไล กับ ศุภชัย ใจเด็ด ถอนตัว และ “อิชิอิ” เลือกที่จะเรียกกองกลางตัวรุกอย่าง อนันต์ ยอดสังวาลย์ กับ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว มาแทน
ก็เหลือ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย

หรืออาจจะเล่น “ฟอลส์ไนน์” ใช้ ชนาธิป หรือ สุภโชค
ภาพคร่าวๆ แบบนี้ ก็ดูว่าแข็งพอสมควร
2 เกมที่จะเจอทั้งไปกลับ วันที่ 9 ต.ค.68 เวลา 19.30 น. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน และวันที่ 14 ต.ค. ที่ไทเป มูนิซิปัล สเตเดียม เวลาไทย 17.30 น.
จะว่าไปแล้ว 6 แต้ม ยังถือว่า “เสมอตัว” สิ่งที่ควรเห็นมากกว่า คือรูปเกมที่ “เหนือชั้น”
เล่นให้แฟนบอลไทยชื่นใจ ว่า เอ้อ ทีมของอิชิอิ ดูมีอนาคต
ความกดดันที่จะพลาดไม่ได้ คือเรื่องปกติของกีฬา ไม่กดดันซิ่แปลก ระดับนี้แล้วต้องแบกให้ได้ และต้องได้ เอามาเป็นข้ออ้างถ้าผิดฟอร์มไม่ได้
เปลี่ยนกดดัน เป็นความตั้งใจ และพลัง
ท่องไว้ว่าต้องรีดผลงานที่ดีที่สุด ต้อง 6 แต้ม
หากผิดจากนั้น คือหมิ่นเหม่ต่อการตกขบวน เอเชียนคัพรอบสุดท้าย
เขาคัดกันถึงครึ่งทวีป “24 ทีม” จาก 47 ชาติ ถ้ายังทำไม่ได้ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว และมันจะส่งผลสะเทือนภาพรวมวงการบอลไทย
และถ้ามันมีแววลงเหวไปแบบนั้น ก็ไม่ต้องรอให้ถึงตกรอบจริงๆ จังๆ แบบ “ออฟฟิเชียล” ถึงจะเปลี่ยนแปลง
พ้น 2 นัดนี้ ถ้าสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง ก็หมดเวลาของ “อิชิอิ” แล้วหล่ะ.
วุฒินล บุญวานิช



