มงคลจักรวาล เป็นบทสำหรับสวดทำสัจกิริยา โดยน้อมเอาอานุภาพของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ตลอดจนอานุภาพแห่งพระคุณทั้งหลายของพระพุทธองค์ มาขจัดปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัย และอันตรายทั้งหลายทั้งปวงให้สูญหายมลายไปสิ้น ในบทสุดท้ายยังได้ตั้งความปรารถนาให้ผู้ฟังการเจริญมงคลจักรวาลได้ถึงความเป็นผู้มือายุยืน ตลอดจนขอให้เทวดาทั้งหลายตามรักษา

ทั้งนี้บทมงคลจักรวาล กล่าวถึงจักรวาลมีจำนวนมากมายตั้งแสนโกฏิจักรวาล โลกธาตุอย่างเล็กมีพันจักรวาล อย่างกลางมีล้านจักรวาล อย่างใหญ่มีแสนโกฏิจักรวาล ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อของนักคิดปัจจุบันว่าจักรวาลไม่มีที่สิ้นสุด แต่พระพุทธศาสนาแสดงว่าถึงแม้จักรวาลจะมีมากมายไม่มีที่สิ้นสุดเช่นนั้น จักรวาลอื่นๆ เหล่านั้นก็ไม่มีคุณค่า เพราะไม่มีพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น เมื่อไม่มีพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ก็ไม่มี จึงไม่มีการสั่งสอนเพื่อให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์ เมื่อไม่มีการสั่งสอนเพื่อให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์ จักรวาลเหล่านั้นก็ชื่อว่า “ไม่เป็นมงคล” สำหรับจักรวาลที่เราอาศัยอยู่นี้ มีพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น สั่งสอนธรรมแก่สรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ มีพระสงฆ์ออกบวช ตามเที่ยวสั่งสอนหมู่สัตว์ให้ปฏิบัติธรรมสืบต่อมาตราบจนปัจจุบัน จักรวาลนี้ได้อำนวยประโยชน์สุขและเกื้อกูลแก่หมู่ชนเป็นอันมาก จึงชื่อว่าเป็น “มงคลจักรวาล”

การประพันธ์บทมงคลจักรวาลก็อาศัยคติดังกล่าว โดยน้อมเอาความจริงที่ว่าพระรัตนตรัยมีแต่ในจักรวาลนี้เท่านั้นเป็นสัจกิริยา อาศัยอานุภาพพระรัตนตรัยนั้น ให้เกิดมงคลในชีวิต สามารถกำจัดทุกข์โศกโรคภัยและอันตรายทั้งหลายทั้งปวงให้สูญหายมลายไปสิ้น

บทมงคลจักรวาลใหญ่

สิริธิติมะติเตโชชะยะสิทธิ มะหิทธิมะหาคุณาปะริมิตะ ปุญญาธิการัสสะ, สัพพันตะรายะนิวาระณะสะมัตถัสสะ, ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ, ท๎วัตติงสะมะหาปุริสะลักขะณา นุภาเวนะ อะสีต๎ยานุพ๎ยัญชะนานุภาเวนะ, อัฏฐุตตะระสะตะ มังคะลานุภาเวนะ ฉัพพัณณะรังสิยานุภาเวนะ, เกตุมาลานุภาเวนะ ทะสะปาระมิตานุภาเวนะ ทะสะอุปะปาระมิตานุภาเวนะ ทะสะปะระมัตถะปาระมิตานุภาะเวนะ สีละสะมาธิปัญญานุภาเวนะ, พุทธานุภาเวนะ ธัมมานุภาเวนะ สังฆานุภาเวนะ เตชานุภาเวนะ อิทธานุภาเวนะ พะลานุภาเวนะ, เญยยะธัมมานุภาเวนะ, จะตุรา สีติสะหัสสะธัมมักขันธานุภาเวนะ, นะวะโลกุตตะระธัมมานุภาเวนะ อัฏฐังคิกะมัคคานุภาเวนะ, อัฏฐะสะมาปัตติยานุภาเวนะ ฉะฬะ ภิญญานุภาเวนะ จะตุสัจจะญาณานุภาเวนะ, ทะสะพะละญาณานุภาเวนะ, สัพพัญญุตะญาณานุภาเวนะ เมตตากะรุณามุทิตาอุเปกขานุภาเวนะ สัพพะปะริตตานุภาเวนะ, ระตะนัตตะยะสะระณานุภาเวนะ ตุยหัง สัพพะโรคะโสกุปัททะวะทุกขะโทมะนัส สุปายาสา วินัสสันตุ สัพพะอันตะรายาปิ วินัสสันตุ สัพพะสังกัปปา ตุยหัง สะมิชฌันตุ, ทีฆายุตา ตุยหัง โหตุ สะตะวัสสะชีเวนะ สะมังคิโก โหตุ สัพพะทา, อากาสะปัพพะตะวะนะภูมิคังคา มะหาสะมุททา, อารักขะกา เทวะตา สะทา ตุมเห (หยุด) อะนุรักขันตุ ฯ