เมื่อวันที่ 16 ก.ย.68 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ประธานกกต.) เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมา 7 คน
พูดง่าย ๆ ว่านายอิทธิพรเซ็นตั้ง “7 ขุนพล” คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดคดี “ฮั้ว สว.” เพื่อมาตรวจสอบความเรียบร้อยของสำนวนอีกชั้นหนึ่ง ก่อนส่งให้ กกต.ชุดใหญ่ 7 คน พิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย!
หลังจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ทำสำนวนกันมาดีแล้ว โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหา สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน+กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย+เครือข่าย รวมแล้วทั้งหมด 229 คน
“7 ขุนพล” มาจากไหน? ก็มาจากกกต. 7 คนนั่นแหละ! โดยกกต. 7 คน ส่งตัวแทนของตัวเองที่เห็นว่ามีฝีมือ มีความรับผิดชอบ และไว้ใจได้ เข้ามาเป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดคดี “ฮั้ว สว.”
“พยัคฆ์น้อย” ฝากนายอิทธิพรช่วยตรวจสอบหน่อย ว่าหลังจากเซ็นตั้ง 7 ขุนพล เมื่อ 16 ก.ย.68 จนถึงบัดนี้ (17 ต.ค.) เขานัดประชุมพิจารณาสำนวนคดีฮั้วสว.กันบ้างหรือยัง? ถ้ายังแล้วทำไมไม่นัดประชุมกันเสียที!
จริงหรือเปล่า? ว่านัดประชุมครั้งแรก 4 พ.ย.68 ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ผู้คนที่ติดตามคดีฮั้ว สว. เขายิ่งตั้งข้อสงสัยกันอยู่ว่าคนในสำนักงาน กกต.-กกต. “ถ่วงเวลา” หรือไม่ ทำไมต้องลากไปตามกรอบเวลา 90 วัน?
ทั้งที่ กกต. 7 คน ทราบดีว่า “ฮั้วสว.” ไม่ใช่คดีธรรมดาทั่ว ๆ ไป เนื่องจากมี สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน รวมทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และ สส. ถูกพนักงานสอบสวนของกกต. แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว
แต่ สว. 138 คน ยังมีอำนาจในการโหวตเลือกคนเข้ามาเป็น กกต. แทน กกต.ชุดเก่าที่ทยอยหมดวาระ ดังนั้น สว. 138 คน กับ กกต.ใหม่ ๆ จึงมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันชัดเจน! เหมือนการ “ผลัดกันเกาหลัง”
คดีฮั้ว สว.นั้น กกต. 7 คน อย่าทำให้สังคมคลางแคลงใจไปมากกว่านี้ ว่ากำลังเดินไปตามเกมของใคร พยายามเข้ามาบริหารจัดการ “กกต.” ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” คือ การส่งคนลงสมัครเป็น กกต. เมื่อไม่ผ่านรอบสรรหา ก็มาสมัครใหม่ จนมาถึง “กลางน้ำ” คือ ให้ สว.โหวตผ่าน และ “ปลายน้ำ” มาช่วยเป่าคดีฮั้ว สว.ในชั้น กกต. เพื่อไม่ให้คดีไปถึงศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง หรือไม่!?
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 68 สว.สำรองไปแจ้งตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดี มาตรา 157 กั บกกต.ทั้งคณะ และเลขาฯ กกต. ล่าสุดวันที่ 16 ต.ค. 68 สว.สำรอง (สภาเที่ยงธรรม) ไปยื่นฟ้อง กกต. และเลขาฯ 8 คน ตามมาตรา 157 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ กรณีทำคดีฮั้ว สว. ล่าช้ากว่า 1 ปี 3 เดือนแล้ว!
นายอิทธิพร และ กกต. อีก 6 คน รวมทั้งคนใหม่ ๆ ที่สมัครเข้ามาเป็น กกต. โปรดทราบว่าคดี “ฮั้ว สว.” เป็นเรื่องที่เลวร้ายในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งคนกลุ่มหนึ่งต้องการ “กินรวบ” ประเทศไทย ดังนั้นต้องทำงานอย่างรวดเร็ว จริงจัง ตรงไปตรงมา อย่าให้สังคมคลางแคลงใจว่ามีความพยายามจะ “เป่าคดี” ในชั้น กกต. แต่ควรให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองในชั้นศาล!!.
พยัคฆ์น้อย



