โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนานสำหรับศิลปิน นักแสดง และผู้กำกับมากความสามารถของวงการ “เป้-อารักษ์” เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงจากภาพยนตร์ระทึกสยองเรื่อง “บอดี้..ศพ#19” (2550)
จากนั้นก็มีผลงานภาพยนตร์หลากเรื่องหลายแนวตามติดออกมาแทบทุกปี อาทิ “ความจำสั้น แต่รักฉันยาว” (2552), เฉือน (2552),“สุดเขตเสลดเป็ด” (2553), “ขุนพันธ์ 1-3” (2559-2566), “4 Kings”(2564), และ “วัยหนุ่ม 2544” (2567)บท “เสือใบ” ในไตรภาค “ขุนพันธ์”ส่งผลให้เขาได้เข้าไปศึกษาประวัติศาสตร์ สร้างวัด และเข้าสู่วงการดูพระจนล่าสุดได้นำความรู้มาสร้างสรรค์เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาใน “เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊” (2568)และกวาดรายได้ทั่วประเทศไปกว่า 90 ล้านบาท
งานนี้เขาจะกลับสู่ “จักรวาลขุนพันธ์” อีกครั้งกับภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มใหญ่เรื่อง “เสือ” (2568)ในช่วงวัยขบถพร้อมกดศัตรูด้วยอาคมกระสุนคตอันร้อนแรง ทำให้ yimyim ไม่พลาดต้องคว้าตัวเขามาอัพเดทผลงานสักหน่อย

กลับมาสู่ “จักรวาลขุนพันธ์” กันอีกครั้งเป็นยังไงบ้าง?
“รู้สึกยินดีมากครับ ผมคิดมาตลอดว่าเมื่อไหร่เขาจะเรียกให้ผมไปเล่นเป็น “เสือใบ” อีก ถ้าผมไม่ได้ติดอะไรยังไงก็ต้องมาอยู่แล้วครับ ผมบอก “พี่ตั้ม” (พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว – ผู้ร่วมควบคุมการสร้าง)ว่ายังไงพี่ก็ต้องห้ามเอาคนอื่นมาเล่นแทนผมนะครับช่วงนั้นผมกำลังเริ่มงานโพสต์ของ “เดอะ สโตน” (2568) ที่ผมกำกับอยู่จังหวะมันพอดีกัน”
จำได้ไหมว่าอยู่กับคาแร็กเตอร์ “เสือใบ” ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้กี่ปีแล้ว?
“ขุนพันธ์ ปี 2556 แต่ตอนช่วงถ่ายทำผมจำไม่ได้ว่าปีไหนแต่มันมีภาพจำเป็นฉากบนรถไฟ ตอนนั้นดีใจได้เป็น “เสือใบ” ตอนจบเราจะได้อยู่ในหนังจริงๆ แล้ว “พี่โขม” มาบอกว่าจะมีภาค 2 เดี๋ยว “เป้”มาเล่นเลย ผมก็ดีใจจะได้เล่นภาค 2 แต่ตอนนั้นรอนานเลยทำไมไม่เปิดกล้องซักที โปรเจกต์ขุนพันธ์ หายไปร่วม 3 ปีจนผมซื้อปืนรอเรียบร้อย ผมไม่เคยมีปืนเลยไม่เคยเล่นบทที่ต้องจับปืนในที่สุดผมก็ไปเรียน ไปศึกษาเรื่องปืน จนกระทั่งได้เล่นภาค 2 เต็มตัวผมอยู่กับคาแร็กเตอร์นี้มาจนถึงเรื่อง “เสือ” เลยแล้วก็ยังไม่อยากให้มันจบด้วย ถ้ามีแรงอีกก็อยากจะเล่นอีก โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ “เสือ”เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่สองครับเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยแต่เป็นประชาธิปไตยแบบงงๆ เป็นประชาธิปไตยที่มีทหารมีจอมพลควบคุม ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทำให้มี “กลุ่มเสือ”เกิดขึ้นมาหรือเรียกง่ายๆ ว่าโจร มีก๊กต่างๆ กระจายไปทั่วกลุ่มเสือในตอนแรกเขาก็ทำเพื่อปากท้องของตัวเอง แต่พอเพื่อนเขาคนรอบข้างเขาได้รับความเดือดร้อนจากนโยบายหลายอย่างของทางการเขาเลยต่อสู้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมด้วย ในเรื่องนี้เรามี “รสริน” (หลิน มชณต) ที่เป็นนางเอกของเรื่องเป็นตัวที่คอยเกี่ยวนำให้พวก “เสือ”

มาเจอกันเพื่อที่จะจ้างเสือไปจัดการกับผู้นำรัฐบาลอย่าง “จอมพล” (ต้อม พลวัฒน์) ด้วยความที่เป็นคนรอบจัด จ้างคนนั้นคนนี้ไม่ไว้ใจอีกคนก็จ้างคนใหม่ ทั้ง “เสือดำ” (โตโน่ ภาคิน), “เสือใบ” (เป้ อารักษ์), “เสือมเหศวร” (มาริโอ้ เมาเร่อ) เลยต้องมาเจอกันแต่จอมพลดันจ้าง “เสือฝ้าย” (เวียร์ ศุกลวัฒน์)มาปกป้องอารักขาเลยเป็นเรื่องยากที่จะเข้าถึงตัวเป็นเรื่องที่เสือต้องจัดการกันเอง ทั้งต่อสู้อาวุธและมือเปล่า ร่ายอาคมดุเดือดทั้งเรื่องหลายรูปแบบเลยครับเป็นเรื่องราวของเสือในวัยหนุ่มที่กำลังเลือดร้อน”
บทบาท-คาแร็กเตอร์ “เสือใบ” ในเวอร์ชันนี้เป็นอย่างไร?
“เสือใบที่เด็กลงเขาเคยมีเรื่องแย่เกิดขึ้นมาในชีวิตเขา เสือใบคิดว่าไหนๆ เขาก็เป็นเสือแล้ว ฉันจะรวมแก๊งเป็นคนเสเพล มีวงดนตรีแต่ก็ออกปล้นไปด้วย มันเป็นหนทางที่เขาจะหาเงินมากินมาอยู่ใครจ้างให้ทำอะไรก็ทำ เป็นเสือผู้หญิงตัวฉกาจเหมือนเดิม เจ้าชู้เหมือนเดิม เหมือนจะไม่มีหัวใจ ค่อนข้างจะรอบจัดวางแผนเก่ง ในขณะเดียวกันลึกๆ เขาก็มีความดีอยากช่วยเหลือคนที่ยากไร้มีอุดมการณ์เหมือนกันแต่ก็มีเงินเป็นตัวแปรได้เหมือนกันตัวเสือใบไม่ค่อยพูดอะไรจริงจัง จะกวนๆ เสียดสีประชดประชันไปเรื่อยแล้วต้องไปเจอกับ “เสือดำ” ที่ไม่ค่อยถูกชะตากันอยู่แล้วคอยหาเรื่องกันตลอดเวลา เพราะอาการหึงหวงต่อตัว “รสริน” ส่วนกับ“มเหศวร” เอง เสือใบมันก็คิดว่าฉลาดนักใช่ไหมอย่าเผลอนะมึง กับตัว“เสือฝ้าย” มันก็จะมีความอยากจะเอาชนะไอ้คนนี้ซักที เก่งเหลือเกินเขามีความคิดแบบกร้านโลกอยู่ในตัวเพราะทุกคนคิดแบบโจรกันหมดเป็นตัวร้ายกาจที่ต้องมาเจอกันทั้งหมดเสือใบมีอาวุธกับอาคมเหมือนเดิมก็คือ “กระสุนคต”ชักปืนเร็วออกมา โหลดปืน ใส่ลูก ท่องวรรคทองของเสือใบ “นะ โม พุท ธา ยะ”ในความจริงแล้วนะโมพุทธายะเป็นรากฐานของคาถาหลายคาถานะครับ
เสือใบย่อออกมาสั้นๆเป็นการรวมจิตเอาไว้ในช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะปล่อยกระสุนคตออกไป”
“กระสุนคตนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องเล่าของ “หลวงปู่ศุข” หรือ“พระครูวิมลคุณากร” (ศุข เกสโร) วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาทเขาว่ากันว่าท่านยิงกระสุนคตได้มีวิถีโค้งยิงอ้อมดอกบัวไปโดนดอกบัวอีกอันหนึ่งข้างหลังได้ก็เลยเอามาเติมแต่งเรื่องราวว่าเป็นวิชาของเสือใบพอเห็นเป้าหมายแล้วมันจะวิ่งไปทุกทางจนกว่าจะถึงเป้าหมายนั้นแต่ถ้าไม่เห็นเป้าหมายก็จะยิงไม่โดนแล้วไม่ใช่ว่าเสือใบจะหนังเหนียวนะครับ แต่จะเป็นแคล้วคลาดกะล่อน อาคมกระสุนคตเป็นอาวุธที่โกงมากผมเคยคิดว่ากระสุนคตมันจะแพ้ยังไง เพราะว่าแพ้ยากเหลือเกินแต่มีเรื่องที่เขาแพ้ได้ครับ พออาวุธมันเจ๋งมาก หลายคนก็จะเริ่มหาทางและในเรื่องนี้เราจะรู้แล้วว่าจะจัดการกับมันยังไง”

เป้จะต้องไปเตรียมตัวอะไรเพิ่มเติมและทบทวนกับแอ็กชันก่อนหน้านี้บ้างไหม?
“ทวนครับ ผมขอปืนจาก “พี่มาร์ค” (Dragon Effects Thailand)ไปควง สุดท้ายเราก็ไม่ได้โชว์สกิลการควงมากแล้วภาคแรกมันเหมือนกับต้องรีจิสเตอร์ตัวละครเข้าไปอันนี้พอเราควงคิวกล้องก็ไม่ต้องรอจังหวะควงแล้วผมไม่ซีเรียสก็คิดว่ามันคล่องตัวในการหยิบปืนของเราไปจะหยิบจะเก็บแล้วถนัดขึ้นก็พอแล้วครับ เรียกว่าเรื่อง “เสือ” ไม่ได้เน้นมากเหมือน “ขุนพันธ์”แต่ก็ถือว่าตอนที่กลับไปฝึกในรอบนี้ใช้เวลาไม่นานตอนที่ทำผมก็ไปดูภาค 2 มา ตอนนั้นรู้สึกว่าควงเก่งกว่านี้มีเวลาอยู่กับมันมากกว่านี้ มีควงปืนสองมือด้วยอย่างเท่ตอนนี้ก็ทำได้ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว อย่างเรื่องขี่ม้าก็กลับไปฝึกมาแต่ตอนขี่จริงก็ไม่ได้ดั่งใจ ความยากความง่าย ความไม่แน่นอน จังหวะ
มันไม่มีอะไรง่ายเสมอไป ทักษะเหล่านี้ไม่ได้ถูกเน้นมากเท่าไหร่จะเป็นพวกคิวบู๊เยอะครับ พี่ท็อปได้ดีไซน์การต่อสู้หลายรูปแบบเอาอาวุธออกมาใช้กันทั้งอาคมและเอามาบู๊ด้วยและต้องหาทางที่จะแก้อาคมของแต่ละคน
เพราะทุกคนใช้คาถาขี้โกงกันหมด จะมีความสนุกตรงนี้เพิ่มเข้ามากับสกิลการขี่ม้าของพวกเรา ก็มีต้องกลับไปทบทวนกับ “ครูกัน” ฉากตอนขี่ม้ากัน 4 คน เละเทะครับ ตอนเล่นภาค 2 ผมค่อนข้างมั่นใจ แต่ภาคนี้ไม่มั่นใจ คนที่คล่องสุดคือ “โตโน่” เพราะเขาชอบขี่ม้าอยู่แล้วตรงที่เราไปถ่ายก็มีหลุมหลายช่วงความเร็วก็คุมลำบากเพราะมีเวลาน้อยมากในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน แล้วต้องวิ่งกันเป็นหน้ากระดาน ยากมากที่จะขี่กันให้เป๊ะ ผมกระโดดข้ามหลุมไป ก็ไปเจอหลุมใหม่ ตอนซ้อมเราซ้อมกับตัวหนึ่งพอเล่นจริงมีอีกตัวหนึ่ง โชคดีที่ไม่ล้มและม้าดีมาก เขามีสติดี ฟังภาษากายเรา ฟังคำสั่งเราได้ดีทุกวันที่มากอง ผมเห็นกองถ่ายเรามันเหมือนหมู่บ้าน
มีเต็นต์ยาวสี่ห้าเต็นต์เต็มไปด้วยเสื้อผ้านักแสดงร่วมเป็นร้อยทุกวันมีอยู่วันเดียวที่ได้นั่งคุยกัน แบบเฮ้ย…วันนี้คนมันน้อยเป็นไปได้ไงราวเสื้อผ้ามันเหลือนิดเดียวนอกนั้นเหมือนยกหมู่บ้านกันมาทำงานเป็นอภิมหาเมกะโปรเจกต์ครับ เรียกว่ายิ่งกว่าสร้างทางแถวพระรามสองเมกะๆๆ มากเลยเรื่องนี้”

การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับ “พี่โขม” หลังจากที่ “เป้”ไปกำกับหนังเรื่องแรกมาเป็นอย่างไรบ้าง?
“การกลับมาเจอกันกับ “พี่โขม” รอบนี้พิเศษมากครับ เพราะผมเพิ่งถ่ายหนังตัวเองเสร็จไปกับ 16 คิวอันป่าเถื่อนของ “เดอะสโตน” (2568) ผมได้พี่โขมเป็นอาจารย์ที่ดีเขาเหมือนอาจารย์ที่ให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในกองของเขา ก่อนที่เราจะไปเจอของจริงของเราเองพี่โขมเป็นต้นกำเนิดที่ทำให้ผมเดินไปไหนมาไหนแล้วคนเรียกผมว่า“เสือใบ” ที่ความจริงพี่โขมเลือกใครมาเล่นก็ได้ฉะนั้นพี่โขมเป็นทั้งอาจารย์และผู้มีพระคุณคนหนึ่งในอาชีพนี้การร่วมงานกับทีมนักแสดงหลักของเรื่องนี้เป็นยังไงบ้างผมไม่รู้ว่าผมนับถูกหรือเปล่า 4 คนนี้เป็นเจนเดียวกันนะเป็นเจนที่อยู่มานานแล้ว เจนก่อนสุดท้ายของยุคฟรีทีวีรุ่งเรืองสุดขีด ผมเห็นหน้า 4 คนนี้มานานมาก “โอ้” กับ “พี่เวียร์”, “พี่จ่อย”ผมมองว่าเขามีสไตล์คล้ายกัน “โตโน่” จะมีอีกสไตล์หนึ่ง จริงๆพี่เวียร์เด็กกว่าผมนิดเดียว แต่ทุกคนเรียกพี่ผมก็เรียกด้วยโอ้กับเวียร์เป็นคนที่ทำอะไรยากให้มันง่าย คุยเล่นได้ เฮฮาได้แต่พอจะทำอะไรที่มันยาก พริบตาเดียวทำได้เลยผมเห็นพี่เวียร์เล่นซีนร้องไห้แป๊บเดียวหยดออกมาเป็นสกิลสุดทึ่งของเขา
เลย ถ้าเป็นผมมันยากนะ โตโน่จะเป็นอีกแบบหนึ่ง จะตั้งใจ จะซีเรียส แต่งานเขาออกมาดีแล้วคาดเดาไม่ได้ อยู่ๆ อยากจะเล่นมุกก็เล่น เมื่อกี้ยังซีเรียสอยู่เลย”
“ส่วน “ท็อป” ก็อย่างที่บอกเขาขาลุย เต็มที่ น่ารัก และตลก “พี่ต้อม พลวัฒน์” ผมไม่เคยเห็นเขาผิดคิวเลยนะ เขาเก่งมากดูเด็กกว่าอายุมากเขาวัยรุ่นทั้งหน้าตาและท่าทางทุกอย่างเลย ส่วน “หลิน” ก็เป็นอีกคนที่ตั้งใจกับบทของเขา จัดเต็มทุกอย่างทุกๆ คนเขามีสไตล์การทำงานของตัวเอง แต่ทุกคนเต็มที่กับโปรเจกต์“เสือ” มาก ตอนที่ถ่ายทำ ทีมงานเขาตัดต่อกันหน้ากองถ่ายเลยแล้วเราได้ดูกันตอนนั้น มันสนุก โทนภาพยนตร์มันบันเทิง มันไม่ใช่“ขุนพันธ์” มันเป็นเสือซึ่งเป็นอีกโทนหนึ่งการต่อสู้ในเรื่องมันมีความสนุกที่เราสามารถเฮฮาไปกับมันได้”

ฝากผลงานเรื่องนี้สักหน่อย?
“คนที่ได้ดู “ขุนพันธ์ 1-3” มาแล้วมีความคาดหวังว่าจะได้รสชาติแบบนั้น ซึ่งคุณยังได้แน่นอนแต่คุณจะได้ความสนุกในแต่ละคาแร็กเตอร์อีกด้วยได้รู้จักความบ้าของเสือในวัยหนุ่ม ความเลือดร้อน วัยรุ่น จีบสาวที่มาที่ไปก่อนที่เขาจะได้เจอกับขุนพันธ์เราจะได้เจอความมันส์แบบนี้ได้ในเรื่องนี้แน่ๆครับ”

คอลัมน์ 1 Day With ซุปตาร์
โดย yimyim



