ถูกสนใจตั้งแต่เริ่มสำหรับภาพยนตร์เรื่อง “The Devil’s Mouth (ปากปีศาจ)” ที่นำแสดงโดย Kathryn Newton, Lana Condor, Nico Hiraga, Gavin Casalegno, Tommi Rose, Tayme Thapthimthong (เทม ทับทิมทอง) และผู้กำกับ Jeff Wadlow ซึ่งเขียนบทโดย Aja Gabel และ Myung Joh Wesner และเป็นเรื่องราวของการเอาชีวิตรอดสุดระทึกผ่านเรื่องราวของแก๊งวัยรุ่นห้าคนที่ออกเดินทางผจญภัยไปตามแนวชายฝั่งอันงดงามของประเทศไทย เพื่อกอบโกยช่วงเวลาแห่งความสนุกตื่นเต้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ชีวิตจริงในโลกภายนอกจะเริ่มต้นขึ้น พวกเขาตัดสินใจเข้าร่วมทริปว่ายน้ำสำรวจถ้ำห่างไกลที่มีชื่อว่า “The Devil’s Mouth” ก่อนจะพบว่ามีบางสิ่งกำลังไล่ล่าพวกเขาอยู่ใต้ผืนน้ำ…ว่องไว ไร้สุ้มเสียงและอันตรายถึงชีวิต ท่ามกลางความมืดมิดที่บีบคั้น ความไว้วางใจเริ่มสั่นคลอน ความหวาดกลัวแพร่กระจายและทุกการตัดสินใจที่ผิดพลาดหมายถึงการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย อาทิ กรุงเทพมหานคร กระบี่ แม่ฮ่องสอน และสมุทรปราการ พร้อมด้วยนักแสดงไทย เทม ทับทิมทอง (The White Lotus ซีซั่น 3) ที่มารับบทเป็นไกด์นำเที่ยวด้วย งานนี้ yimyim เลยไม่พลาดคว้าตัวนักแสดงนำอย่าง Lana Condor และ เทม ทับทิมทอง มาเล่าการทำงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ

ความรู้สึกแรกที่ได้อ่านบทและความรู้สึกหลังจากได้รับเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้?
เทม : ก่อนอื่นเลยผมรู้สึกภูมิใจมากครับที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้เพราะเป็นหนังที่ถ่ายทำในประเทศไทย ทั้งในภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งจะได้โชว์ความสวยงามของบ้านเราให้โลกได้เห็น ในเรื่องผมรับบทเป็นไกด์นำเที่ยวที่ต้องพานักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปสำรวจถ้ำใต้น้ำ ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่รู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากที่ต้องอยู่ในน้ำ ทำให้ผมตั้งตารอการฝึกดำน้ำตั้งแต่ก่อนการถ่ายทำครับ

บทไกด์นำเที่ยวนี้มีบุคลิกอย่างไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการเดินทางของวัยรุ่นทั้ง 5 คน?
เทม : ผมรับบทเป็นไกด์ดำน้ำในถ้ำ ที่ต้องพานักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเที่ยวในถ้ำ ตอนคุยกับผู้กำกับเขาต้องการให้ผมเล่นออกมาให้เป็นธรรมชาติที่สุด เป็นไกด์ท้องถิ่นที่คุ้นเคยกับถ้ำแห่งนี้เป็นอย่างดี และไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันขึ้น (การปรากฏตัวของฉลาม) ผมก็ต้องพยายามช่วยเหลือลูกทัวร์ทุกคนให้รอดออกไปให้ได้ คาแรกเตอร์นี้ไม่ได้เล่นยากครับเพราะเน้นความสมจริงและเป็นธรรมชาติของการเป็นไกด์ในพื้นที่

เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการเข้าไปในถ้ำและอาจต้องใช้พลังงานสูงมาก ทั้งการปีนป่ายและอยู่ในน้ำ มีการเตรียมตัวทางร่างกายอย่างไร?
เทม : ก่อนเริ่มถ่ายทำ ประมาณหนึ่งเดือนก่อนเปิดกล้อง นักแสดงหลักทั้ง 6 คนต้องไปเวิร์กช็อปด้วยกันที่สระว่ายน้ำความลึก 2 เมตรครับ เรามีครูสอนดำน้ำมืออาชีพมาสอนทักษะ Free Diving (การดำน้ำที่ใช้การกลั้นหายใจดำลงไปใต้น้ำโดยไม่ใช้ถังออกซิเจน) และการใช้ Scuba (เครื่องมือดำน้ำ) เบื้องต้น เราฝึกซ้อมอยู่ในสระทั้งวันเกือบหนึ่งเดือนเต็มมีการทดสอบการกลั้นหายใจด้วยเพราะเวลาถ่ายทำจริงจะมีฉากที่เราต้องกลั้นหายใจดำลงไปใต้น้ำ ส่วนตัวผมชอบว่ายน้ำอยู่แล้วเลยไม่มีปัญหาครับ ถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกและช่วยให้นักแสดงทุกคนสนิทสนมกันมากขึ้นก่อนเริ่มถ่ายทำจริงด้วยครับ

ความยากลำบากในการถ่ายทำฉากที่ต้องอยู่ทั้งในน้ำและในถ้ำ มีฉากไหนที่ยากที่สุดหรือประทับใจเป็นพิเศษบ้าง?
เทม : ช่วงแรกเราไปถ่ายทำฉากพายเรือแคนูเข้าปากถ้ำแห่งหนึ่งที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ หลังจากนั้นก็ย้ายไปถ่ายทำที่ถ้ำในจังหวัดกระบี่ทุกคนตื่นเต้นมากเพราะต้องลงน้ำจริง ซึ่งน้ำในถ้ำทั้งขุ่น เย็น และมีเศษกิ่งไม้ใบไม้เต็มไปหมด แต่ก่อนจะถ่ายทำจะมีทีมประดาน้ำมืออาชีพคอยลงไปสำรวจความปลอดภัยให้ก่อนครับผม มีฉากหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องกระโดดลงไปในน้ำ ซึ่งทีมงานบอกว่าน้ำลึก 30 เมตร ทุกคนก็หวั่นๆ เล็กน้อย ตอนนั้นผมต้องดำลงไปลอยคอรออยู่ตรงกลางคนเดียว แอบจินตนาการว่ามันจะมีปลาหรืออะไรโผล่ขึ้นมาไหม ผมระแวงไปเองเหมือนกันครับ (หัวเราะ) แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรทุกอย่างปลอดภัยครับ ส่วนอีกถ้ำหนึ่งที่เราไปถ่ายนั้นลึกถึง 70 เมตรและมืดมาก มีฉากหนึ่งที่มีคนเผลอเอาตีนกบไปโดนขาอีกคน ก็พากันตกใจไปหมด แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยความสนุกสนานครับ หลังจากนั้นเราย้ายมาถ่ายทำกันต่อที่สตูดิโอในกรุงเทพฯ ซึ่งทีมกำกับศิลป์ทำงานได้ยอดเยี่ยมมากครับ เขาเนรมิตถ้ำจำลองขึ้นมาในสตูดิโอถึง 2 แบบ มีทั้งถ้ำจำลองความลึก 5 เมตรสำหรับถ่ายฉากใต้น้ำโดยเฉพาะและถ้ำจำลองระดับน้ำประมาณ 1.6 เมตร สำหรับถ่ายฉากพูดคุยเพื่อให้นักแสดงยืนได้โดยไม่ต้องลอยคอตลอดเวลาเป็นเหมือนเขาวงกตที่ให้เราว่ายทะลุถึงห้องต่างๆ ได้ ประทับใจมากครับ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เดินทางไปถ่ายทำในหลายจังหวัดของประเทศไทย มีสถานที่ไหนที่รู้สึกท้าทายหรือทำงานยากที่สุด?
เทม : สำหรับผมที่ท้าทายที่สุดน่าจะเป็นจังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ ไม่ใช่เพราะคิวถ่ายทำยาก แต่เป็นการเดินทางที่ท้าทายมาก เพราะต้องผ่านโค้งกว่า 3,000 โค้ง นักแสดงต่างชาติเพิ่งบินมาถึงไทยได้ไม่กี่วัน ยังไม่ชินกับสภาพอากาศและการนั่งรถตู้ขึ้นเขา ทางทีมงานเลยฝากให้ผมที่มาช่วยดูแลพวกเขา ผมเลยได้สวมบทบาทเป็นไกด์ในชีวิตจริงเลยครับ คอยแจกยาแก้เมารถคอยบอกคนขับให้แวะหาห้องน้ำซึ่งบางทีมันก็หาที่จอดกลางทางไม่ได้เพราะจะทำให้รถที่ตามมาอาจจะติดขัดนักแสดงบางคนก็คลื่นไส้ บางคนก็อยากจะเข้าห้องน้ำมากๆเป็นความทุลักทุเลที่นึกย้อนกลับไปแล้วก็ขำดีครับ นอกจากนี้ทีมงานทุกส่วนทั้งรถทีมช่างแต่งหน้า รถขนอุปกรณ์การถ่ายทำ รถเครนก็ต้องขับขึ้นเขาเส้นทางนี้เหมือนกัน และเราต้องตื่นกันตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปเตรียมตัวถ่ายทำแสงแรกของวันให้ทันด้วยครับ

การทำงานร่วมกับนักแสดงต่างชาติที่มาถ่ายทำในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง?
เทม : ทุกคนชอบประเทศไทยมากครับ ตอนอยู่กระบี่ เราพักโรงแรมที่ใกล้ชายหาด มีสระว่ายน้ำ และทุกคนพักอยู่ใกล้ๆ กันหมดทำให้บรรยากาศการทำงานอบอุ่นและสนุกสนาน เรานัดกินข้าว ว่ายน้ำ ดื่มค็อกเทลดูพระอาทิตย์ตกดินไปด้วยกันผมรู้สึกภูมิใจที่ได้พาพวกเขาไปสัมผัสสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นเพราะหลายคนเพิ่งเคยมาเมืองไทยเป็นครั้งแรกผมพาพวกเขาออกไปทานอาหารท้องถิ่นที่อ่าวนาง พาไปดูวิถีชีวิตคนพื้นที่เพื่อให้เขาได้สัมผัสบรรยากาศนอกโรงแรมเป็นช่วงเวลาที่ผมประทับใจและเอ็นจอยที่สุดเลยครับ

การทำงานร่วมกับผู้กำกับ Jeff Wadlow เป็นอย่างไร?
เทม : ผมประทับใจ Jeff มากครับ เขาเป็นคนทำงานเก่ง คุยง่าย และทำงานด้วยสนุกผมเคยติดตามผลงานของเขาอย่าง Kick-Ass 2 และ Never Back Downซึ่งเป็นหนังต่อสู้ MMA (Mixed Martial Arts) ที่ผมชอบมากตั้งแต่เด็กพอรู้ว่าได้มาร่วมงานกันก็ยิ่งตื่นเต้นครับ Jeff บอกว่าเขาชอบผลงานของผมจากซีรีส์ The White Lotus เลยติดต่อมาเพื่อเสนอบทนี้ให้ผมถือเป็นบทแรกของผมเลยที่ไม่ต้องแคสติ้ง พอรู้ว่าบทนี้ถ่ายทำที่ไทยด้วยผมก็ยิ่งตอบตกลงง่ายเลย ถือเป็นโอกาสได้กลับบ้านมาหาครอบครัวด้วยครับการทำงานกับ Jeff ราบรื่นมาก เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ชัดเจน หลังปิดกล้องไปเราก็ยังเป็นเพื่อนกัน ติดต่อกันอยู่เสมอครับ

คุณรู้สึกอย่างไรตอนที่ได้รับข้อเสนอให้ร่วมแสดงนำและได้อ่านบทภาพยนตร์ The Devil’s Mouth เป็นครั้งแรก?
Lana Condor (ลาน่า คอนดอร์) : ตอนที่ได้อ่านบทครั้งแรก พูดตามตรงนะคะ พออ่านจบฉันก็คิดว่าคนที่จะรับเล่นหนังเรื่องนี้ต้องบ้าสุดๆ แน่ แต่ในเวลาเดียวกันก็คิดต่อว่าแล้วฉันก็คงต้องบ้าเหมือนกัน ถ้าจะปฏิเสธหนังเรื่องนี้ บทมันดีมากจริงๆ ค่ะสิ่งแรกที่คิดคือฉันตื่นเต้นมากที่จะได้มาถ่ายทำที่ประเทศไทยเพราะฉันอยากมาเมืองไทยมานานแล้วนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ดึงดูดให้ตอบรับโปรเจกต์นี้อีกอย่างคือ ฉันกำลังมองหาบทที่ท้าทายตัวเองจริงๆฉันรักหนังโรแมนติกคอมเมดี้มาก และรักการทำงานในแนวนี้แต่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหนในผลงานที่เป็นคนละแนวการได้ร่วมงานกับผู้กำกับ ทีมผู้สร้าง นักแสดงทุกคน รวมถึงบทที่ยอดเยี่ยมก็ยิ่งทำให้ฉันอยากเล่นเรื่องนี้มากขึ้น แน่นอนว่ามันเป็นงานที่ใช้ร่างกายหนักมากแต่สิ่งหนึ่งที่ฉันค้นพบจากการได้กลับมาเล่นหนังเรื่องที่มีความกึ่งๆแอ็กชั่นอีกครั้งก็คือฉันชอบการทำงานที่ต้องผลักดันร่างกายตัวเองจนถึงขีดจำกัดจริงๆเพราะเวลาร่างกายอยู่ภายใต้ความกดดันการแสดงของฉันก็จะออกมาเป็นธรรมชาติมากขึ้นเหมือนมันทำให้เชื่อในสถานการณ์ตรงหน้าได้ง่ายขึ้นและพาผู้ชมเชื่อไปกับตัวละครได้มากขึ้นด้วยแต่การได้เล่นหนังเรื่องนี้ถือว่าหนักกว่าที่เคยเพราะมันเป็นแอ็กชั่นคนละแบบกับที่เคยเล่น ปกติฉันคุ้นเคยกับฉากต่อสู้แต่เรื่องนี้ไม่ใช่การต่อสู้ แต่มันคือการเอาชีวิตรอด การพยายามพยุงตัวเองให้ลอยเหนือน้ำเพื่อไม่ให้จมแม้แต่ช่วงที่ทีมงานกำลังเซ็ตกล้องหรือเตรียมถ่าย พวกเราก็ยังต้องว่ายน้ำและพยายามลอยตัวอยู่ตลอดดังนั้นมันเลยเป็นหนังแนวระทึกขวัญที่มีความแอ็กชั่นในรูปแบบของการเอาชีวิตรอดมากกว่าการต่อสู้ค่ะ


1 Day With ซุปตาร์
yimyim



