ขึ้นแท่นหนังน่าดูที่แฟนๆรอคอยหนักมากสำหรับภาพยนตร์เรื่อง “คนเดือดทวงแค้น” ภาพยนตร์แอ็กชั่นและทริลเลอร์สุดปังที่แฟนๆเกาะขอบจอรอดู โดยเป็นเรื่องราวของอดีตนักทวงหนี้นอกระบบยังคงต่อสู้กับความรู้สึกผิดในอดีตที่ตามหลอกหลอน แต่ด้วยเวลาชีวิตที่เหลือน้อยเพราะโรคร้าย เขาจึงตัดสินใจหวนกลับสู่เส้นทางเดิมเพื่อทวง “หนี้ชีวิต” คืนให้กับบรรดาเหยื่อเงินกู้และไถ่บาปให้กับอดีตของตัวเอง งานนี้ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง ท็อป-สุรพงษ์ เพลินแสง มาจัดเต็มความมันส์ และมีนักแสดงนำได้แก่ ณเดชน์ คูกิมิยะ (รับบท หนุ่ม) , ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว (รับบท โป้) , ต๊อบ-ชัยวัฒน์ ทองแสง (รับบท ก้อง) และนักแสดงอีกคับคั่ง

โดยล่าสุด yimyim มีโอกาสคว้าตัวผู้กำกับและนักแสดงนำของเรื่องมาพูดคุยถึงการทำงานแบบจัดเต็ม จะเป็นอย่างไร ตามมาจ้า

ที่มาและแรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่องนี้?

ผู้กำกับ : “จริงๆ แรงบันดาลใจมันคือเกิดจากการอ่านข่าวเรื่องนักเลงท้องถิ่นนอกระบบไปทวงหนี้ลูกหนี้ด้วยวิธีการที่มันค่อนข้างรุนแรง หรือค่อนข้างเซอร์เรียลมากๆ ว่ามันต้องใช้ความรุนแรงระดับนี้เลยเหรอ นี่มันติดหนี้กันอยู่ประมาณ 3,000 ล้านหรือเปล่า กระบวนการความรุนแรงเมื่อเทียบกับมูลหนี้ เราก็ไม่รู้ว่าจริงๆ เขาเป็นหนี้กันหลักพัน หลักหมื่น แต่รู้สึกว่าวิธีการมันเอ็กซ์ตรีมมากเมื่อเทียบกับเส้นมาตรฐานของมนุษย์ปกติที่จะทำต่อกัน เราเลยรู้สึกว่าความรุนแรงเรื่องหนี้นอกระบบมันอยู่ในชีวิตประจำวันเราจนมันแทบจะกลายเป็นรูทีน เรารับรู้ว่ามันมีอยู่เรารู้ว่ามันรุนแรง แต่มันก็ just another thing, another day แล้วเราก็มูฟไปเรื่องอื่น ผมเลยรู้สึกว่า เอาเข้าจริงๆ มันน่าสนใจที่จะทำ เป็นภาพยนตร์สารคดีที่ขับเน้นเรื่องประเด็นเรื่องหนี้ หรือน้ำหนักหรือรสชาติของความเป็นหนี้ที่ ไม่ว่าเป็นใครที่ต้องแบกรับไว้มันรู้สึกรุนแรง เจ็บปวด หรือว่ามันจะถูกรีดเค้นเอาอะไรจากชีวิตคุณไปด้วยความรุนแรงแค่ไหน ผมรู้สึกว่า มันเหมาะกับการเป็นภาพยนตร์สารคดีเพราะว่าเรามีโอกาสที่จะใส่ความเป็นดราม่า หรือเราสามารถพูดเกินความจริงในความรุนแรงทางดราม่า เพื่อจะขยายให้คนรู้สึกถึงน้ำหนักเรื่องหนี้ และคิดเกี่ยวกับมันได้ง่ายขึ้น ผมรู้สึกว่าสารคดีที่ทำเรื่องหนี้นอกระบบมันมีเยอะแล้ว เราเห็นกันมาเยอะแล้ว แล้วมันก็มันจริงมากๆ แต่ผมรู้สึกว่ามันอาจจะจริงเกินไปหน่อย เราอาจจำเป็นจะต้องใช้ความพิเศษของการเป็นภาพยนตร์สารคดี ความพิเศษของเครื่องมือที่เป็นเรื่องเล่า ที่มันจะมีความขยี้หรือขยายบางอย่างขึ้นไป เพื่อให้คนรู้สึกว่าสนใจประเด็นเรื่องนี้มากขึ้น”

ณเดชน์มีวิธีดีไซน์ตัวละครนี้ยังไง เพราะว่าตัวละครนี้ถือว่าพลิกบทบาทของคุณพอสมควร?

ณเดชน์: “ผมว่าด้วยองค์ประกอบของเรื่องมันค่อนข้างที่จะส่งผมในการทั้งบอดี้ทรานส์ฟอร์ม ทั้งอะไรหลายๆ อย่าง คือมันรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ชาเลนจ์แล้วก็ตื่นเต้นที่จะได้ทำ ในช่วงเวลาของหนังทั้งหมดครับ มันจะมีช่วงไอ้หนุ่มสมัยวัยรุ่น, ไอ้หนุ่มสมัยเข้าคุก, ไอ้หนุ่มสมัยปัจจุบัน ซึ่งด้วยองค์ประกอบของไทม์ไลน์ของเรื่อง มันค่อนข้างที่จะมีจังหวะให้เราได้เปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง องค์ประกอบภายนอก คอสตูม หน้า ผม แต่คีย์หลักๆ ในส่วนตัวที่ผมรู้สึกว่าผมเพิ่มเติมเข้าไป ก็คือการที่ผมรู้สึกว่าสำหรับตัวละครตัวเนี้ย มันควรที่จะผอมๆ แห้งๆ เหมือนคนป่วย คนกำลังจะตาย ก็เลยเลือกที่จะใช้วิธีการลดน้ำหนักตัวเองลงมา เพื่อให้คนดูรู้สึกว่าเชื่อว่าไอ้นี่คือหนุ่ม พยายามที่จะลบภาพจำของ “พี่ยักษ์” จากเรื่องนี้ไปค่อนข้างสิ้นเชิงเลยนั่นน่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นความตั้งใจลึกๆ ส่วนตัวว่าอยากนำเสนอตัวละครแบบนี้ ส่วนในเรื่องของอารมณ์ หรือว่าพาร์ตดราม่า หรือว่าอะไรอย่างเงี้ยครับ ผมรู้สึกว่าอันนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด แล้วก็เรื่องนี้ค่อนข้างที่จะมีความตั้งใจที่อยากให้ตัวผมเองได้สัมผัสกับความไม่สะดวกสบายในการใช้ชีวิต เพราะว่ารู้สึกว่าผมใช้ชีวิตแบบ ณเดชน์ ใช้ชีวิตแบบสบายมาค่อนข้างมาก แต่ตัวละครของไอ้หนุ่ม มันไม่ใช่เราขนาดนั้นเลยโดยสิ้นเชิ เราก็เลยพยายามอยู่ที่กองบางทีก็กินน้อยให้รู้สึกว่าตัวเองโหยหิว บางทีก็ไม่ใส่รองเท้า บางทีก็ไม่คุยกับใคร บางทีก็ไปอยู่ตัวคนเดียว ก็พยายามหาเอเลเมนต์หลายๆ อย่างเพื่อมาช่วยพัฒนาคาแรกเตอร์ของตัวไอ้หนุ่มให้มันโฟลว์ไปกับเรื่องที่เกิดขึ้นประมาณนั้นครับ”

สำหรับต๊อบ ชัยวัฒน์ตัวละครของคุณเป็นยังไง?

ต๊อบ : “ตัวละครก้องก็จะเป็นตำรวจที่ทำคดีเกี่ยวกับลูกหนี้นอกระบบ แล้วตัวก้องเองก็ได้เป็นหนี้ เพราะว่าเขาไปเซ็นเซ็นค้ำประกันให้กับเพื่อนที่เป็นตำรวจด้วยกัน แต่เผอิญว่าเพื่อนดันทิ้งไป กลับกลายเป็นว่าให้เราเป็นหนี้ แล้วพอเราเป็นหนี้เสร็จปุ๊บ ทำยังไงล่ะ? ลูกที่บ้านเราก็เป็นโรคที่หายาก เป็นโรคที่ต้องใช้เงินมากๆ ถึงจะรักษาหาย เพราะฉะนั้นก้องเขาต้องแบบทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน พอเราอ่านบทแล้ว แล้วเราลองจินตนาการเป็นก้อง ลองจินตนาการดูซิว่า คนๆ นี้ ถ้าเกิดเขาแบบเป็นคนดีแต่เขาแบบรักเพื่อนมากๆ อยากช่วยเพื่อนทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วพอเพื่อนหักหลังเขา เขาจะรู้สึกยังไง? เขารู้สึกเสียใจไหม รู้สึกโกรธไหม แค้นไหม จะทำยังไงดีวะ แล้วประจวบเหมาะกับลูกกำลังแบบป่วยอีก เข้าใช้ความรู้สึกเหมือนขาดลูกไป เพิ่มเติมไปตรงจุดๆ นั้น ต๊อบก็รู้สึกว่า การดีไซน์ตัวของก้องเป็นอะไรที่น่าสนใจ แล้วก็ค่อนข้างที่จะเครียด ค่อนข้างที่จะดราม่ามากๆ เหมือนตัวเขาเองจะคอยคิดตลอดเวลา ทำยังไงดีวะ? อยากได้เงิน อยากช่วยลูกอ่ะ แต่ไอ้นี่ก็เพื่อน อันนั้นก็ลูก ไอ้นี่ก็งาน ทำยังไงดีวะ? มันอยู่กับความสับสน มันอยู่กับความกังวล มันอยู่กับความปวดหัว ความวุ่นวายกับชีวิต เพราะฉะนั้นเนี่ยผมก็เลยแบบลองดีไซน์ดูว่า ให้เขามีความเครียดมากๆ เครียดมากๆ เครียดขนาดไหน เดี๋ยวก็ต้องลองดูครับ”

สำหรับต้าห์อู๋เป็นยังไงบ้างกับการรับบทบาทในครั้งนี้?

ต้าห์อู๋ : “พอได้ลองมาเล่นเป็นบทคนชั่วเนอะ (หัวเราะ) จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะว่าไม่ได้คิดว่าจะมาเล่นชั่วยังไง จริงๆ คีย์หลักของมันคือ อะไรทำให้คนๆ นึงแสดงกิริยาแบบนี้ออกมา อะไรทำให้เขาต้องกดขี่ข่มเหงคนอื่น สุดท้ายแล้วจริงๆ มันเป็นเรื่องที่ทุกคนมันมีปม สิ่งสำคัญที่ผมหาให้ไอ้โป้คือ แล้วปมมันคืออะไร ทำไมมันต้องอยากให้คนกลัวมัน ทำไมมันต้องใช้วิธีแบบนี้ มันมีวิธีคิดอะไรของไอ้ตัวละครเนี้ยที่ทำให้มันอยากจะเป็น เพราะเห็นเลยว่ามันจะเป็นตัวร้ายสไตล์จัดจ้านในการแต่งตัว มันจะตระโกนมากว่า กูรวย กูมีตังค์ วิธีการแสดงออกคือมึงต้องกลัวกู พอมันหาตรงนี้ได้ อะไรต่อๆ ไปมันจะเริ่มจะเริ่มสนุก มันจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวละครไปสู่ความชั่ว โดยที่เราไม่ต้องไปพยายามกับมันนัก จนรู้สึกว่าบางครั้งเรามีบางซีนที่เสร็จแล้วเรารู้สึกว่า “ไอ้เหี้ยชั่ว!” (หัวเราะ) ชั่วจริงๆ ชั่วเพราะเราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความเชื่อ และมีความต้องการของตัวเอง มันอาจจะไม่ได้ถูกต้องตามศีลธรรม แต่ว่าทุกๆ คนมีเหตุผลของตัวเอง อย่างโป้มันก็มีเหตุผลของมันที่มันทำแบบนี้ ถ้าได้ดูในเรื่องเนี่ย มันจะบอกกับแม่ว่าอย่างงั้นอย่างงี้ อย่างงั้นอย่างงี้ นั่นคือสิ่งที่มันเชื่อ แล้วมันก็อาจจะถูกหรือไม่ได้ถูกต้องตามศีลธรรม นั่นเป็นที่มาที่ผมได้คิด แล้วก็ได้ลองหาดูว่าถ้ามันอยากแบบนี้มากๆ มันมีปมแบบนี้ ไอ้ตัวละครนี้มันจะแสดงความชั่วออกมายังไง ก็ลองขยายปม คือต้องบอกว่าเราเห็นในตามข่าว ทุกๆ คนที่ทำชั่ว สุดท้ายมันจะมีเรื่องบาดแผลเล็กๆ อะไรบางอย่างอยู่ในนั้น ทำให้เขาต้องเป็นคนแบบนั้น ซึ่งไม่ได้ถูกต้องและเราไม่ได้ต้องการความเข้าใจด้วยซ้ำ มันอาจจะเป็นบทเรียนอะไรบางอย่างให้คนได้เห็น ซึ่งมันก็จะมีรสความชั่วของมัน ซึ่งค่อนข้างเป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้มาเล่นบทโป้ครับ”

ภาพยนตร์เรื่องนี้บทบู๊ค่อนข้างโหดมาก “ณเดชน์” มีแบบ วิธีแบบฝึกยังไง Workshop ยังไงบ้าง?

ณเดชน์: “ก็มีWorkshop กันเยอะมากๆ มันเป็นเหมือนข้อตกลงการทำงานของ Netflix กับทางของทีมพี่ท็อปด้วยว่าการไปสถานที่จริงไม่ใช่การซ้อมนะครับ การไปสถานที่จริงคือการถ่ายทำเลย เพราะฉะนั้นถ้าสมมติว่าเราให้ความสำคัญกับการซ้อมในคิวบู๊ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นทางเทคนิค ทางกล้อง หรือแม้กระทั่งกับตัวนักแสดงเอง เราซ้อมกันค่อนข้างหลายคิวมากๆ แล้วก็มีการไปซ้อมสถานที่จริงจริง 1 วันก่อนการถ่ายทำด้วย นะครับ อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภถยทุกอย่างครบ ความยากของของคิวแอคชั่นในเรื่องนี้ อย่างที่พี่ท็อปได้บอกไป ผมรู้สึกว่าจังหวะมันไม่เหมือนกับสิ่งที่ผมเคยได้ทำมาก่อน แน่นอนไม่มีตั้งการ์ด ไม่มีการรอคิว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นประดังประดาเข้ามาภายในช่วงเวลาเสี้ยววินาทีเดียว ทุกคนได้สัมผัสหมดความรู้สึกนั้น”

พอคนดูเริ่มการแสดงความคิดเห็น หรือว่าหยิบบางซีน หรือบางเหตุการณ์ หรือบางบุคคลมาเปรียบเทียบกับบุคคลจริง หรือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในบ้านเราะ เราต้องการสื่อในมุมนั้นด้วยบ้างไหม?

ผู้กำกับ: “ตามสบายครับ ถ้ามันเทียบเคียงไปถึงใคร คุณนึกถึงใครที่มันเป็นบุคคลในสังคม ผมว่ามันก็ดี หรืออย่างน้อยที่สุดผมไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องเป็นปรากฏการณ์ที่ทุกคนจะต้องมาวิเคราะห์อะไรขนาดนั้นหรอกครับ ความหวังในเชิงคุณประโยชน์ หรือว่าสารอาหารของอาหารจานนี้ นอกเหนือจากความบันเทิงที่มันเป็นชองของ Action Thriller ผมคาดหวังให้คุณความบันเทิงกับมันนะ แต่มันเป็นความบันเทิงที่คุณอาจจะรู้สึกกลัว รู้สึกหวาดเสียว รู้สึกไม่ปกติไปบ้าง แต่ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกสักนิดนึงว่าการเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก มันทำให้คุณรู้สึกสักนิดนึง หรือว่ามันช่วย ให้คุณยับยั้งชั่งใจก่อนที่จะรูดซื้ออะไร หรือกดสั่งของอะไรสักอย่าง ผมไม่ได้คาดหวังเลิศเลอ แต่อย่างที่บอกพวกเราทุกคนตั้งใจทำงานจริงๆ เพื่อให้มันเป็นอาหารที่ถูกต้อง ตรงปก และรสชาติเข้มข้นเหมือนที่ทุกคนคาดหวังจะได้รับจากมัน”

แสดงว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็เคยมีเหตุการณ์ หรือว่าเรื่องราวที่มีแรงบันดาลใจในการเล่าเรื่อง?

ผู้กำกับ: “ก็จริงๆ แรงบันดาลใจของผมมันมาจากข่าวจริงๆ แล้ว เหตุการณ์หลักที่ก่อเกิดเรื่องราวก็คือเป็นเหตุการณ์จริง เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ตีฟูเท่ากับที่เราสร้างเป็นหนัง แต่ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าคุณไปหาข้อมูลหน่อย คุณก็จะเจออะไรที่มัน เฮ้ย ใช่ไหมวะ เคสนี้กับข่าวนี้ เพียงแต่ว่าอย่างที่ผมบอกครับ หนังเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์สารคดีมันไม่ใช่สารคดี เรากำลังจะใช้ ประโยชน์ หรืออำนาจของภาพยนตร์สารคดีเพื่อให้คุณสนุกกับมัน แล้วคุณก็ได้รสชาติที่ถูกต้อง แล้วคุณก็ได้คิดกับมันไปด้วย ฉะนั้นมันก็คือมีการแต่งเติมเนื้อหา หรือเหตุการณ์ที่มันรุนแรง หรือมากกว่าข่าวความเป็นจริงเข้าไปด้วย”

ถ้าให้ทุกคนทวง 1 อย่างในชีวิตกลับคืนมาได้ คุณอยากทวงอะไรมากที่สุด?

ต๊อบ: “ขอทวงเวลาแล้วกันครับ ทวงเวลากลับคืนมา ทวงเวลากลับคืนมาจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ อะไรที่มันผิดพลาดต๊อบก็จะย้อนกลับไปทำให้ดีที่สุด นั่นแหละที่อยากจะทวงกลับคืนมาที่สุด”

ต้าห์อู๋: “ผมอยากทวงเงินตัวเองที่เคยได้ใช้ไปอย่างไร้สาระคืนมาแล้วกัน (หัวเราะ) เมื่อกี้พี่ท็อปพูดแล้วก็เพิ่งมาคิดได้ ถ้าทวงมันคืนมาได้บ้างเยอะเลย คงมีความสุขเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันเลย”

ณเดชน์: “ทวงความกระหายในการอยากจะกินของไร้สาระ (หัวเราะ) แล้ว 4 ทุ่ม 5 ทุ่มก็กดสั่ง Delivery มาส่งหน้าบ้าน แล้วก็กินๆ แล้วก็ตื่นมาก็รู้สึกว่า โฮ้ ไม่น่ากินเลยเมื่อคืนนี้ ตัวบวม หน้าบวม โอ๊ย ทำมาทั้งชีวิตมาตายอยู่คืนเดียวอะไรเงี้ย จะทวงโรคชนิดนี้ออกจากตัวเองครับ”

ขอ 3 คำ ให้กับภาพยนตร์เรื่อง “คนเดือดทวงแค้น” หน่อย?

ต้าห์อู๋: “โหด ชั่ว เดือด หรือถ้าผมให้ 3 คำกับหนังเรื่องนี้นะ เดือด ทวง แค้น ผมว่าประมาณนี้แหละครับ”

ผู้กำกับ: “นิยามของเรื่องนี้ จริงๆ มันไม่ได้เกิดจากผมหรอก ผมว่าเกิดจากทีม Netflix เองก็มองเห็นในคอร์เดียวของหนังเรื่องนี้ ซึ่งมันครอบคลุมทุกอย่างในคำว่า “เดือด” มันเดือดในทุกมิติ ทั้งในแง่ตัวรสชาติของหนังมันเอง หรือคอนเทนต์ หรือวิธีการทำงาน หรือการทรานสฟอร์มของนักแสดงทั้ง 3 คน ผมว่าคำว่า “เดือด” น่าจะครอบคลุมทุกอย่าง”

ณเดชน์: “ผมเห็นด้วยกับพี่ท็อปครับ (หัวเราะ)”

ต๊อบ: “สำหรับต๊อบก็ง่ายๆ เลย “อย่า เป็น หนี้” อย่าเป็นหนี้เลยแล้วกันครับ ดูแล้วถ้าเกิดรู้สึกว่าการเป็นหนี้มันอึดอัด มันทำให้ชีวิตลำบาก อย่าเป็นหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในเรื่องคน หรือว่าในการเป็นหนี้ชีวิต พยายามอย่าเป็นครับผม”

ฝากผลงานสักหน่อย?

ฌเดชน์: “พวกเราทีมงานจาก คนเดือดทวงแค้น นี่เป็นกลุ่มคนบางส่วนของทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังไงก็ฝากทุกคนด้วยนะครับ คนเดือดทวงแค้นใน Netflix ทั่วโลกครับ”

คอลัมน์ 1 Day With ซุปตาร์

โดย yimyim