ภาพยนตร์เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ลำดับที่ 33 “ร้อนแรงแซ่บเว่อร์! แดนเซอร์แห่งคาซึคาเบะ” ซึ่งมีฉากหลังเป็นการผจญภัยครั้งแรกในประเทศอินเดีย ได้รับการยกย่องจากสื่อญี่ปุ่นและนักวิจารณ์ว่าเป็นผลงานที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน พลังงาน และการสอดแทรกประเด็นที่น่าประทับใจ แม้จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้างก็ตาม

จุดเด่นของเครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ภาคนี้ คือพลังแห่งบอลลีวูด (Bollywood) และอารมณ์ขันแบบฉบับชินจัง การผจญภัยในอินเดียของชินจังและผองเพื่อนที่ไม่เหมือนใคร การเลือก “อินเดีย” เป็นฉากหลังของหนัง ถือเป็นความคิดที่ชาญฉลาด เพิ่มสีสันและความแปลกใหม่ให้กับแฟรนไชส์ การที่เรื่องถูกนำเสนอผ่านการเต้นรำ และบทเพลงตามแบบฉบับบอลลีวูด ที่ไม่มีตรรกะ แก้ไขปัญหาทุกอย่างในเรื่องด้วยเพลงและการเต้น เป็นการผสมผสานที่บ้าบอ แต่ก็เข้ากันได้อย่างน่าประหลาดใจ
ถือเป็นหนังชินจังภาคที่ฮาบ้าบอคอแตกมากที่สุดภาคหนึ่ง หนังเต็มไปด้วยมุกตลกสุดคาดเดาตามแบบฉบับชินจัง บันเทิงสุดๆ แต่ก็เรียบง่าย หนังเต็มไปด้วยฉากแอ็กชันฮาๆ การเต้นรำที่วุ่นวาย ตัวละครแปลก ๆ เช่น สองนักสืบนักเต้น หรือคุณไกด์ Mr. Mhm uhm และมุกตลกฮาๆ อีกมากมาย

และเป็นภาคที่เราจะได้สำรวจตัวละคร “โบจัง” ถือเป็นภาค Bo-chan’s Story ได้เลย เพราะเนื้อเรื่องมุ่งเน้นไปที่ตัวละครเด็กน้ำมูกย้อยผู้เงียบขรึม การที่โบจังได้รับบทนำ และต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กับการกลายเป็น “โบคุง” หรือ “ราชาโบ” เป็นสิ่งที่สดใหม่และน่าสนใจสำหรับแฟนๆ ชินจัง เป็นการเปิดเผยแง่มุมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ตัวละครโบจังที่ต้องถ่ายทอดทั้งความเงียบสงบ และความบ้าคลั่งออกมา ซึ่งเป็นเรื่องยากต่อผู้พากย์เสียงโบจังอย่างมาก แต่ก็สอบผ่านฉลุยทั้งพากย์ญี่ปุ่นและพากย์ไทย

รวมทั้งเป็นหนังภาคที่มีเพลงและการเต้นที่ติดหู แม้จะมีแฟนๆ บางส่วนที่มองว่ามีเพลงมากเกินไป แต่การนำเพลงดังที่คุ้นเคยของชินจังมาผสมผสานกับสไตล์อินเดีย ก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะฉากแอ็กชันที่ผสมการเต้นรำแบบภาพยนตร์อินเดีย และฉากที่ชินจังร้องเพลงประกอบอนิเมะของตัวเอง มันมอบความฟินให้กับแฟนๆ อย่างมาก ซึ่งต้องชื่นชมทีมงานนักพากย์ที่ไม่ได้แค่พากย์ แต่ต้องร้องด้วย

แม้จะเต็มไปด้วยเสียงฮาและคำชื่นชม แต่ก็มีข้อด้อยที่พล็อตเรื่องที่ดูเบา และไม่หนักแน่นเท่ากับภาคคลาสสิกในอดีต เช่น Great Adventure in Henderland หรือ Super Dimension
แม้หนังจะพยายามนำเสนอวัฒนธรรมอินเดียอย่างสนุกสนาน และมีรายละเอียดที่ดี เช่น การดื่มชา kulhad chai การกินนาน จาปาตี
แต่ก็มีบางส่วนที่อาจดูเป็นการ “เหมารวม (Stereotypes)” อย่างโจ่งแจ้ง อย่างไรก็ตาม มันเป็นการเหมารวมไปในเชิงล้อเลียนอย่างสนุกสนานมากกว่า ไม่ได้จริงจังอะไร

4.5/5
“Crayon Shinchan the Movie: Super Hot! The Spicy Kasukabe Dancers” เป็นชินจังเวอร์ชั่นหนังที่สนุกมากๆ เต็มไปด้วยพลังงานบวก แถมลายเซ็นของตัวเองก็ชัดสุดๆ และยังมีความสดใหม่อีกด้วย แม้ว่าอาจจะขาดความลึกซึ้งทางอารมณ์ในเชิงเรียกน้ำตา แต่ก็ชดเชยด้วย ความตลกไร้ขีดจำกัด แล การผจญภัยที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งแดนภารตะ เป็นภาพยนตร์ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แฟนคลับชินจังห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
หมีเช



