สำหรับวันจันทร์ที่ 27 ต.ค.2568 ….. เป็นอีกครั้งที่พสกนิกรชาวไทยทั้งในและต่างประเทศต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่นำพามาซึ่งความเศร้าโศกสุดจะพรรณนา ….ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 ต.ค.2559 ปวงชนชาวไทยได้หลั่งน้ำตาด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ซึ่งนับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ยากจะบรรยาย
และเมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 24 ต.ค.2568 ความเศร้าโศกครั้งใหม่ได้ปกคลุมทั่วผืนแผ่นดิน เมื่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93 สร้างความอาลัยแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งมวล ที่ต้องสูญเสีย “พระแม่แห่งแผ่นดิน” ผู้ทรงเป็นที่รักและเคารพยิ่งไปอีกพระองค์
ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรอย่างแท้จริง ทรงตรากตรำพระวรกาย เสด็จพระราชดำเนินเคียงคู่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปยังพื้นที่ทุรกันดารทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม หรือการส่งเสริมอาชีพ ทรงฟื้นฟูงานโขนให้กลับมาเป็นศิลปะชั้นสูงของชาติ ทรงสนับสนุนงานหัตถกรรมพื้นบ้านผ่านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ และแบบอย่างของความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อย่างมั่นคง
ในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี พระองค์เคยเสด็จฯ มาหลายครั้ง สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับชาวสุพรรณบุรีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณทุกครั้ง โดยเฉพาะครั้งแรก เมื่อวันที่ 20-21 ก.ย.2498 เสด็จฯ พร้อม ในหลวงรัชกาลที่ 9 เยี่ยมราษฎร ณ อำเภออู่ทอง วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เสวยพระกระยาหาร ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และเสด็จฯ ประตูน้ำโพธิ์พระยา จากนั้นเสด็จฯ ประตูน้ำชลมารคพิจารณ์ อำเภอสามชุก และทรงพำนัก ณ ตำหนักแพที่ประทับบริเวณประตูน้ำ (ข้อมูล หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี)
จากนั้นวันที่สอง พระองค์เสด็จฯ จากพระตำหนักแพที่ประทับโดยเรือที่ประทับ ไปทอดพระเนตรการทดลองปลูกพืช จากนั้นเสด็จฯ ขึ้นท่าเรือดอนเจดีย์ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วเสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังอนุสรณ์ดอนเจดีย์ และทรงเยี่ยมราษฎร ….แม้กาลเวลาจะล่วงเลยไป แต่พระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระองค์ จะสถิตอยู่ในใจและเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกหมู่เหล่า เทิดทูนพระองค์ไว้ในดวงใจตราบนิจนิรันดร์
————————-
เสด็จสู่สวรรคาลัย
ผองพสกนิกรชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า นายวัชระ พัฒนศรี หัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ภาคตะวันตก พร้อมทีมผู้สื่อข่าว

จ.สุพรรณบุรี : นายวัฒนพล มัจฉา ,นายครรชิต กระโห้แก้ว ,นายศักดิ์ดา จุ้ยเจริญ ,นายเฉลิมพล เวชอาภรณ์

จ.กาญจนบุรี : นายปัญญา มังกโรทัย ,นายกีรตี ก้อนทองคำ ,นายจิตรภานุ ทองผาภูมิพรทวี ,นางสาวภูริตา สายแก้ว

จ.ราชบุรี : นายถวิล ลิ้มคุณธรรมโม ,นายพลพัฒน์ ลิ้มคุณธรรมโม ,นายประสิทธิ์ ลิ้มอารีย์ ,นายรังสี ลิมปิโชติกุล ,นายวิสาส์ ศุภชัยศิริเรือง

จ.สมุทรสาคร : นายสุวรรณ โพธิ์บางหวาย ,นายณัฐวุฒิ โพธิ์บางหวาย ,นายณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส ,นายสมพงษ์ ทวนรุ่งโรจน์ ,นายชัยพร ศิริพงษ์เวคิน ,นายวิวัฒน์ชัย ศิลปะคัมภีรภาพ

จ.นครปฐม : นายบดินทร์ชัย เกรียงไกรชาญ ,นายประพฤติ อรรฆธน ** จ.อ่างทอง : นายกนกศักดิ์ แสงตระการ *** จ.สมุทรสงคราม : นายมานพ จันทร์ฤทธิ์

จ.เพชรบุรี นายภัทรพงษ์ ปานปิ่นทอง ,นายบรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ ** จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกูลเสวก เสวกวรรณกร




