“ทีมข่าวอาชญากรรม” เปิดเบื้องหลังปฏิบัติการกับ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ในฐานะรองโฆษก ตร. เผยที่มาที่ไปเริ่มจากคำสั่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้สแกนตามแหล่งท่องเที่ยว โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ไปพบการตั้งกระทู้ใน Reddit ซึ่งมีชาวต่างชาติคอมเม้นถึงการท่องเที่ยวประเทศไทย เรื่องคนผิวสีจำนวนมากสร้างความเสียหายภาพลักษณ์
จากนั้น บช.น.จึงร่วมกับ บช.ปส. ปูพรมเดินเท้าหาเบาะแส โดยให้ตำรวจชายปลอมตัวเป็นต่างชาติ และเดินกับตำรวจหญิงที่ปลอมตัวเป็นหญิงขายบริการ กระทั่งพบ“ศูนย์กลาง”ที่คนผิวสีมักมารวมตัวกันค้ายาเสพติด บริเวณร้านสะดวกซื้อตามภาพที่จับกุมได้ ส่วนที่กระจัดกระจายทั่วถนนสุขุมวิทเกือบทั้งหมด ต่างใช้บริเวณดังกล่าวเป็นจุดศูนย์กลางเช่นกัน

ทำไมต้องปลอมเป็น“ช่างปูน”
พล.ต.ต.ธีรเดช ให้ข้อมูลว่า กลุ่มคนผิวสี มีทักษะต่อต้านการสืบสวนเป็นอย่างดีมาก ฝึกมาเฉพาะ เช่น จะนำยาเสพติดโคเคนพันเทปอมไว้ในปาก เป็นเม็ดเล็ก ๆ ประมาณลูกแก้ว เมื่อมีลูกค้ามาซื้อก็จะอาศัยลูกค้าเผลอ “ถุย”ออกมาจากปาก แต่ถ้าตำรวจมาก็จะกลืนลงท้องทันที ระยะเวลากว่าจะถ่ายท้องออกมาก็ 3-5 วัน ซึ่งตำรวจไม่มีอำนาจควบคุมขยายผลได้นานขนาดนั้น
อีกทักษะ คือ การสังเกตจดจำ หากคนผ่านไปผ่านมา หรือคนที่เข้ามาคุยเป็นคนไทยจะวงแตกทันที หรือเห็นท่าไม่ดีก็จะสลายตัวแยกย้ายอย่างรวดเร็ว
กลุ่มคนดำไม่กลัวที่จะวิ่งหนี เพราะตัวใหญ่วิ่งเร็ว และมักจับกลุ่ม 4-5 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังไม่ต่ำกว่า 15 คน และเมื่อเจ้าหน้าที่มากันเยอะ ๆ กลุ่มนี้จะดูออก ตำรวจพื้นที่ และตำรวจหลายหน่วยพยายามจัดการแล้ว แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้สักที ความยากคือจุดนี้
ส่วนทำไมต้องเป็นช่างปูน ก็เพราะจุดรวมพลของพวกคนผิวสีดังกล่าวอยู่“ตรงข้ามไซส์งานก่อสร้าง” ซึ่งทีมงานได้หา“ไอเดีย”ว่าจะทำอย่างไรให้เจ้าหน้าที่ 10-20 คน สามารถไปอยู่ใกล้ ๆ ตัวได้มากที่สุด เพื่อจะจับกุมให้ได้ก่อนจะวิ่ง หรือจะกลืนยาเสพติดลงท้อง จึงออกมาเป็น“รถขนช่างปูน”ตามภาพที่เห็น

แผนประทุษกรรม“โคเคน”ข้ามฟ้า
คนผิวสีสัญชาติไนจีเรีย มีการลักลอบขนยาเสพติดประเภทโคเคน เข้ามาในไทยแบบเป็นล่ำเป็นสัน ขบวนการนี้จะเริ่มจากหาคนในไนจีเรียที่สนใจทำงานขนยา จากนั้นจะให้ขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศที่สาม และพาไปยัง“เซฟเฮ้าส์ลับ”ในประเทศนั้น ต่อมาจะให้“กลืนยาเสพติด”ลงท้อง โดยใช้เทปห่อหุ้มไว้เป็นก้อน ๆ
“ข้อมูลที่สืบสวนพบว่า 1 คน จะอยู่ที่ 65 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 1.2 กก. จากนั้นขึ้นเครื่องบินต่อเข้ามาไทย ระหว่างการเดินทางห้ามดื่ม ห้ามกินใด ๆ เมื่อเข้ามาแล้วก็จะมีขบวนการรอรับ และพาไปเซฟเฮ้าส์ก่อนให้ดื่มนม แล้วให้ถ่ายท้องออกมาจนหมด เป็นอันจบกระบวนการ”
ทั้งนี้ ตำรวจเคยมีวิธีคัดกรองคนเหล่านี้ที่สนามบิน อาทิ บุคคลสัญชาติไนจีเรีย แต่บินมาจากประเทศที่สาม จะมีการตรวจละเอียด มีการ“เอ็กเรย์”ช่องท้องก่อนเข้าประเทศ

ส่วนแนวโน้มวิธีการกลืน หรือซุกในปาก เรื่องนี้เป็นทักษะความชำนาญของกลุ่มคนผิวสีเรื่องของ“การขับถ่าย” สามารถควบคุมร่างกายได้ว่าจะอุจจาระออกมาวันไหน จึงเป็น“ทั้งหมด”ของกลุ่มคนผิวสีที่ใช้วิชาอมไว้ในปาก พฤติกรรมเช่นนี้มีมานานแล้ว แต่เจ้าหน้าที่พยายามปรับแนวทางเพื่อสกัดกั้น ซึ่งจากข้อเท็จจริงก็จะเห็นว่าไม่ง่ายเลย
สำหรับผู้ต้องหาที่จับกุมได้ เป็นขบวนการปล่อยยาเสพติดทั้งหมด หรือเรียกว่า“หัวจ่าย”ที่วนเวียนอยู่ในไทย ขายแต่ชาวต่างชาติ ไม่ขายคนไทย
ส่วนรายได้มากแค่ไหนถึงกล้าเสี่ยงซ่อนเข้ามาขายนั้น พล.ต.ต.ธีรเดช เผยการกลืนยาเสพติดเข้าไทยแต่ละครั้งจะได้ประมาณ 3,000 ดอลล่าร์ (เทียบค่าเงินไทยกว่า 96,000บาท) และจากข้อมูลยังพบเพียงกลุ่มคนผิวสีที่มีพฤติกรรมเดียวกันนี้.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



