ซาอุดีอาระเบียกำลังสนับสนุนบริษัทปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) แห่งใหม่ที่มีชื่อว่า “ฮิวเมน” (Humain) ด้วยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ มูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32 ล้านล้านบาท) และก้าวเข้าสู่ภาคส่วนที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งบางคนกังวลว่าอาจทำให้เกิด “ภาวะฟองสบู่แตก”
บริษัท ฮิวเมน เปิดตัวเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา และได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (พีไอเอฟ) ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดหาเงินทุนให้กับโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและกระจายความเสี่ยงเศรษฐกิจที่พึ่งพาน้ำมันของประเทศ
เมื่อไม่นานมานี้ ฮิวเมนลงนามในข้อตกลงหลายฉบับ ระหว่างการประชุมโครงการลงทุนเพื่ออนาคต (เอฟไอไอ) ครั้งที่ 9 ณ กรุงริยาด ซึ่งนายทาเรก อามิน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของฮิวเมน ทุ่มเทความพยายามให้กับเป้าหมายที่กำหนดไว้ว่า ซาอุดีอาระเบียจะกลายเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอ “รายใหญ่อันดับสาม” รองจากสหรัฐและจีน
อย่างไรก็ตาม ความทะเยอทะยานของกรุงริยาด ในการเป็นศูนย์กลางเอไอระดับโลก เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งลงทุนในเอไอมานานหลายปี ตลอดจนความท้าทายต่าง ๆ เกี่ยวกับการได้มาซึ่งเทคโนโลยีขั้นสูงจากสหรัฐ ซึ่งรวมถึงชิปประสิทธิภาพสูง
อนึ่ง ฮิวเมนให้คำมั่นว่า จะเสนอบริการ ผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือเอไอที่หลากหลาย พร้อมด้วยโมเดลภาษาอาหรับขนาดใหญ่ที่ทรงพลัง โดยในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา บริษัทเปิดตัวแชตบอตภาษาอาหรับที่สามารถทำความเข้าใจภาษาถิ่นต่าง ๆ พร้อมกับคำนึงถึงค่านิยมของศาสนาอิสลาม
ด้านนายโรเบิร์ต ซี. โมกีลนิกกี นักวิชาการอาวุโส จากสถาบันรัฐอ่าวอาหรับในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า ฮิวเมน และบริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีแห่งอื่นของซาอุดีอาระเบีย พยายามสร้างความมั่นใจให้กับผู้ชมว่า ความทะเยอทะยานทางเทคโนโลยีของประเทศนั้นเป็นของจริง เป็นไปได้ และน่าตื่นเต้น ซึ่งความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของวาระด้านเทคโนโลยีในยูเออี ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียจำเป็นต้องดำเนินการเช่นนี้
แม้ทั้งสองประเทศมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ที่ดินที่กว้างขวาง แหล่งพลังงานที่เหลือเฟือ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่พร้อมสรรพ พร้อมด้วยการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่สำหรับซาอุดีอาระเบีย มันยังมีความท้าทายอีกมากมาย
“กรุงริยาดแทบจะไม่มีความหมายเลย หากไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลวอชิงตัน ในการซื้อชิปขั้นสูงที่จำเป็นต่อความทะเยอทะยานด้านศูนย์ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนหรือการใช้งานเอไอ” นายวิเวก ชิลูคูรี นักวิจัยอาวุโส จากศูนย์ความมั่นคงอเมริกันใหม่ กล่าว
นอกจากนี้ ชิลูคูรีเสริมว่า ซาอุดีอาระเบียยังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนผู้ที่มีทักษะพิเศษด้านเอไออย่างรุนแรง อีกทั้งประเทศกำลังแข่งขันกับยูเออี และบริษัทสหรัฐที่มั่นคงและมีเงินทุนมากกว่า
มิหนำซ้ำ มันยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเอไอ โดยบริษัทหลายแห่งทั่วโลกต่างเลิกจ้างพนักงานหลายหมื่นคน ในขณะที่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจยังคงไม่แน่นอน.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



