การกระทำของกัน จอมพลัง นำไปสู่คำถามใหญ่ในสังคมถึงบทบาท“อินฟลูเอนเซอร์” ระหว่างตัวแทนภาคประชาชนหรือสื่อมวลชน โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงวิจารณ์จากนักสิทธิมนุษยชนที่ออกมาสะท้อนข้อกังวลการสร้างความหวาดกลัวด้วยเสียงผี อาจเข้าข่ายการทรมานทางจิตวิทยา ขัดอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน
“ทีมข่าวอาชญากรรม” ประมวลจุดเปลี่ยนจาก“ฮีโร่” สู่เส้นทางถูกตรวจสอบรอบทิศทาง จากตัวตนที่ถูกจับตา ลุกลามถึง“มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” 3 ปมร้อน ที่มีทั้งชี้แจงแล้ว และส่อต้องแจกแจงอีกยาว

สถานะและความโปร่งใสของมูลนิธิ
หลังข้อมูลเผยว่า กันไม่มีชื่อเป็นผู้ก่อตั้ง หรือกรรมการบริหารมูลนิธิ ตามการจดทะเบียน ทำให้ต้องตั้งโต๊ะแถลง ยอมรับเป็นเพียงที่ปรึกษา และการดำเนินงานของมูลนิธิเป็นไปโดยคณะกรรมการ แต่สังคมยังตั้งคำถามต่อถึงความโปร่งใสของเงินบริจาคกว่า 200 ล้านบาท และการจัดการเงินครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่
บุคคลสาธารณะ เช่น ณวัฒน์ อิสรไกรศีล และ หนุ่ม กรรชัย เป็นหนึ่งในผู้ออกมาเรียกร้องให้ชี้แจงรายละเอียดการใช้เงิน และบัญชีบริจาค
พัวพันฝ่ายการเมือง
จากข้อบังคับที่ 39 ของมูลนิธิระบุ หากมูลนิธิเสียสภาพ ทรัพย์สินทั้งหมดจะโอนให้ มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์
กัน จอมพลัง ชี้แจงว่าเป็นเพียงข้อเสนอแนะในเอกสารตั้งต้น และได้แก้ไขแล้วโดยโอนทรัพย์สินไปยัง มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ แต่ก็ไม่อาจหยุด“ความใส่ใจ”ที่เกิดขึ้นไปแล้ว

เงินบริจาค ถึงโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล
เป็นอีกคำถามที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ กับข้อสงสัยมูลนิธิได้โควตากว่า 2 แสนใบต่องวด สูงกว่าผู้ค้ารายย่อยทั่วไปหลายเท่าตัว แม้มีการออกมาตอบโต้ พร้อมท้าตรวจสอบ แต่ไม่น่าจะจบง่าย เมื่อมีผู้ร้องสอบข้อเท็จจริงเส้นทางโควตากับทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.)
นอกเหนือตั้งโต๊ะแจงความโปร่งใส และท่าทีถอยจาก“เวที”ไปพัก แต่กระแสตรวจสอบทางสังคมยังถาโถมต่อเนื่องถึงบทบาท“แนวหน้า”เข้าไปสนับสนุนช่วงสถานการณ์พิพาทชายแดนกัมพูชาปะทุกับ“คอนเฟอร์เรน”ชี้แจงคณะกรรมาธิการการทหาร ที่พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงด้วย
ประเด็นสำคัญ คือ การปล่อยให้ พลเรือนและอาสาสมัคร เข้าไปในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ความมั่นคง / การสนับสนุนอุปกรณ์ เช่น แผ่นเกราะระดับ IV, คอมพิวเตอร์ , ยุทโธปกรณ์ ผ่านมูลนิธิฯ / ความโปร่งใสของเงินบริจาค ความเหมาะสมในการจัดหาอุปกรณ์ผ่านมูลนิธิ และการสร้างภาพลักษณ์ผ่านสื่อของบุคคลภายนอกที่อาจกระทบความเข้าใจของสาธารณะ

ข้อชี้แจงของกัน จอมพลังย้ำ
-มูลนิธิฯ ทำหน้าที่จ่ายเงินให้บริษัทเอกชน ที่หน่วยงานรัฐประสานมา ไม่ได้จัดซื้ออุปกรณ์เอง
-การเข้าไปในพื้นที่ร่วมกับพระและชาวบ้าน มีความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
-การสร้างถนน หรือปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำของทหารชั้นผู้น้อย ถือเป็นงานช่วยเหลือเร่งด่วน

ด้านโฆษกกองทัพ ชี้แจง
-การรับบริจาคเป็นสิ่งของไม่ใช่เงิน เพราะมีนโยบายไม่รับเงินโดยตรง
-ไม่ขาดแคลนยุทโธปกรณ์ในกองทัพ
-การเข้าไปของพลเรือน เป็นเสรีภาพภายใต้ความอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่
-ยืนยันหากดูบัญชีรายการสิ่งของทั้งหมด ไม่มีการละเมิดกฎหมาย หรือขัดมาตรฐานยุทโธปกรณ์
บทบาทที่นำมาสู่การตรวจสอบ จะจบลงอย่างไร ไม่อาจตอบได้ในเร็ววัน แต่สิ่งหนึ่งที่สังคมได้รับรู้ คือ แค่ความตั้งใจอาจไม่เพียงพอ เมื่อสุดท้ายทุกอย่างต้องพิสูจน์ได้ว่า ถูกต้อง โปร่งใส ไม่ได้ถูกใช้แฝงประโยชน์อื่นจริง ๆ.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



