ก่อนหน้านี้ มีการเปิดข้อมูลกันออกมาว่า มนุษย์เงินเดือนทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้กันมากถึง 82% กันทีเดียว โดยส่วนใหญ่ก็เป็นหนี้ส่วนบุคคล และบัตรเครดิต รองลงมาก็เป็นหนี้รถ หนี้บ้าน
ขณะเดียวกันมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท ส่วนใหญ่ก็ยังขาดภูมิคุ้มกันทางการเงินที่เพียงพอ เพราะพบว่า 29% มนุษย์เงินเดือนมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย
ที่น่าสนใจ… อยู่ที่ว่า มนุษย์เงินเดือนเหล่านี้ ต่างต้องใช้เงินเดือนแบบ “เดือนชนเดือน”!!
จึงไม่แปลกใจว่า ทำไม? คนทำงานกินเงินเดือนแต่ละเดือน จึงมีเงินออมที่น้อยมาก จากข้อมูลพบว่า 77% มีเงินออมที่น้อยกว่า 10% ของรายได้
ขณะที่มนุษย์เงินเดือนราว 70% ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเพื่อนำไปใช้จ่ายได้เพียงพอ จากที่ตามหลักการที่แท้จริงแล้วควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือนของรายได้
เอาเป็นว่า ทางแก้ไขที่ง่ายที่สุด ก็คือต้องทำให้เศรษฐกิจเจริญ ทำให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่มนุษย์เงินเดือนเอง ก็คงต้องนำหลักการของความ “พอเพียง” เข้ามาใช้กำบตัวเองให้มากขึ้น
เพราะเหนืออื่นใดแล้ว ต่อให้มีรายได้เพิ่ม แต่ถ้าไม่เพียงพอ ยังใช้จ่ายเกินตัว กู้หนี้ยืมสินต่อเนื่อง ให้รัฐบาลแก้ให้ตาย ก็ไปไม่รอด
ไม่เพียงเท่านี้ มนุษย์เงินเดือน ที่มีหน้าที่ภาษีทุกเดือน ก็ต้องบริหารเงินให้เป็น โดยเฉพาะการวางแผนภาษี ที่ต้องวางแผนให้ดี เพื่อให้ไม่ต้องควักเนื้อจ่ายภาษีเพิ่ม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ ถือว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของปี แม้ภาครัฐได้ออกมาตรการสารพัด เพื่อให้ใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีได้
จึงไม่ใช่เรื่องแปลก… ที่จะเห็นบรรดาสถาบันการเงิน ต่างออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินจำนวนมาก แบบลดแลกแจกแถม เพื่อดึงดูดลูกค้า โดยใช้สิทธิการลดหย่อนภาษีเข้ามาเป็นตัวดึงดูด
ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) รวมไปถึงกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนหรือ Thai ESG
กองทุนเหล่านี้… ถือเป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับการประหยัดภาษี ให้กับมนุษย์เงินเดือน โดยเฉพาะ Thai ESG ที่เป็นกองทุนที่มีนโยบายเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ในประเทศ ด้วยแนวคิด ESG คือ ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมีธรรมาภิบาล
สิทธิภาษีที่ได้!! ก็เป็นแบบจัดเต็ม คือ นำไปหักลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ทั้งหมดต้องไม่เกิน 3 แสนบาท และต้องถือกองทุนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันที่ซื้อ
ส่วนจะซื้อกันเป็นจำนวนเท่าใด ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย โดยพิจารณาจากเงินได้และฐานภาษีของตัวเอง อย่างที่บอก… ซื้อได้ไม่เกิน 3 แสนบาท
ขณะเดียวกัน ยังไม่ต้องนำไปนับรวมกับวงเงินของกองทุนการออมเพื่อเกษียณ ทั้ง SSF RMF เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ กองทุนการออมแห่งชาติ หรือกอช. อีกต่างหาก
แต่ทั้งหลายทั้งปวง มนุษย์เงินเดือน ที่ต้องการหาช่องในการเสียภาษีให้น้อยที่สุด ก็ต้องหันมาดูเงินในกระเป๋าของตัวเองด้วยเช่นกัน
เพราะหากทุ่มทุนซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านี้จนเกินตัว จนเกินกำลัง เพราะเพียงแค่… ต้องการ “เอาคืน” ภาษี ก็ใช่ว่าจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง
สุดท้าย!! ความพอเพียง ในทุกด้านนั่นแหล่ะ ที่ทำให้ชีวิตอยู่รอด และปลอดหนี้
……………………………………….
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”



