โดยยอดลงทะเบียนล่วงหน้าครบ 2 วัน ถึง เวลา 13.30 น. วันที่ 21 ส.ค. มียอดผู้สนใจลงแล้ว 1,132,496 ราย
โดยแพลตฟอร์ม AiPASS ได้รวบรวมโมเดล AI จากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว อาทิ GPT 5.6, Claude Opus 5, Gemini 3.1 Pro, Grok 4.3, Sonar Deep Research, GPT Image 2, Nano Banana Pro, Seedance 2.0, Lyria 3 Pro และ Pathumma LLM ของไทย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้โมเดลให้เหมาะกับงานได้หลากหลาย

แต่หลังเปิดให้ลงทะเบียน ก็มีกระแสดราม่าเกิดขึ้นทันที จากเสียงวิจารณ์จากการเมืองฝั่งตรงข้าม
ทั้งโดเมนที่ใช้จดชื่อเว็บไซต์โครงการ ที่ใช้ .net ทำให้ง่ายต่อมิจฉาชีพ เลียนแบบเพื่อใช้หลอกลวง ทำไมจึงไม่ใช่ .go.th
รวมถึง เรื่องการประมวลผลข้อมูล โดย “ดร.การดี เลียวไพโรจน์” สส.ประชาธิปัตย์ ออกมาระบุเมื่อตรวจสอบ “ประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการใช้งาน” พบเงื่อนไขที่อาจขัดกับ TOR ของโครงการ
ซึ่งระบุว่า แพลตฟอร์มไม่สามารถรับคำสั่ง ประมวลผล และสร้างคำตอบได้ หากไม่มีการส่งต่อข้อมูล ไปยังโมเดล เอไอ ที่ผู้ใช้เลือก และหากผู้ใช้ไม่ยินยอมให้ประมวลผลข้อมูลดังกล่าว ก็จะไม่สามารถใช้บริการได้ เท่ากับการส่งข้อมูลไปยังโมเดล เอไอ ภายนอกอาจเป็น “เงื่อนไขบังคับ” ขณะที่ TOR ข้อ 2.2 ระบุให้โครงการต้องจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย
จึงเรียกร้องให้กระทรวงฯชี้แจงว่า การดำเนินงานจริงสอดคล้องกับ TOR หรือไม่?

ทางกระทรวงดีอี ก็ไม่รอช้า ได้ออกมา แถลงชี้แจงถึงข้อสงสัยต่าง ๆ โดย “พชร อนันตศิลป์” ปลัดกระทรวงดีอี และ “เวทางค์ พ่วงทรัพย์” เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE
ปลัดกระทรวงดีอี บอกถึงความคืบหน้าโครงการว่า สัญญาได้รับการแก้ไขใหม่ เป็นการจ่ายแบบ Pay Per Active User ซึ่งยังสอดคล้องกับสัญญาเดิม ที่จะจ่ายเงินตามการใช้งานจริง คือ บริษัทต้องส่งมอบแผนการดำเนินงานที่มีผู้เข้ามา login เป็นจำนวน 5,000,000 สิทธิแล้ว จึงจะตรวจรับและเบิกจ่ายเงิน (กรณีไม่ครบ 5,000,000 สิทธิผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับตามข้อ 11 ของสัญญาเดิมในส่วนของผู้เข้ามา login จริง) การกำหนดการจ่ายเงินแบบ Pay Per Active User ตามสัญญาที่แก้ไขใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของการจ่ายเงินมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสัญญาเดิม โดยในการแก้ไขสัญญาครั้งนี้ได้ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาด้วยแล้ว
ด้านสิทธิผู้ที่ลงทะเบียนเมื่อมีการเปิดใช้งาน TH-AI Passport ผู้สมัครเข้าใช้งาน 3 เดือนแรก จะได้รับสิทธิ Innovator (ผู้สร้างสรรค์) ระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้ได้ใช้ Model ระดับ Pro หลังจากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน และมีการสะสมคะแนน 100 คะแนนเป็นอย่างน้อยในแต่ละเดือน เพื่อรับสิทธิต่อในระดับ Innovator สำหรับใช้งานในเดือนต่อไป
ขณะที่ผู้ลงทะเบียนหลัง 30 พ.ย.69 จะได้รับสิทธิเป็น Beginner (ผู้เริ่มต้น) จากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับเป็น Innovator (ผู้สร้างสรรค์)
จากการติดตามความคืบหน้าพบว่า ประชาชนมีข้อสงสัยต่อประเด็นเรื่องการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมโครงการฯ นั้น

ทางปลัดกระทรวงดีอี ยืนยันว่า ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในโครงการ TH-AI Passport ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเรียนออนไลน์ ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน การประมวลผลการลงทะเบียน การเรียนออนไลน์ การจัดทำ Dashboard โดยทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้โครงการ TH-AI Passport ได้ออกแบบระบบให้มีการตรวจจับ คัดกรอง และปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหว (Masking) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนนำข้อมูลคำสั่ง (Prompt) ไปประมวลผลกับผู้ให้บริการ AI ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลที่ประมวลผลไปใช้เพื่อประโยชน์อื่น หรือนำไปเทรน AI Model ของตนเองได้ และเมื่อส่งผลลัพธ์กลับมาแล้ว ผู้ให้บริการ AI จะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวภายหลังการประมวลผลเสร็จสิ้นอย่างแน่นอน
สำหรับข้อสงสัยเรื่อง การใช้โดเมนนามสกุล .go.th และ .net ไม่ได้มีการกำหนดไว้ว่าจะต้องใช้ .net โดยเมื่อเริ่มเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ จะเปลี่ยนการใช้โดเมนนามสกุลเป็น .go.th ทั้งนี้ประชาชนที่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางเดิม (.net) แล้ว ไม่ต้องดำเนินการใด ๆ โดยถือว่าเป็นการลงทะเบียนสำเร็จ ระบบจะย้ายข้อมูลไปยัง .go.th แบบอัตโนมัติให้ทันที
อย่างไรก็ตามจากข้อสังเกตของนักวิชาการเรื่อง โมเดล ในแพลตฟอร์ม เป็นโมเดลเก่านั้น เรื่องนี้ ทาง “เวทางค์ พ่วงทรัพย์” บอกว่า เป็นเรื่องที่ทางดีอีตระหนักอยู่แล้ว จึงมีการกำหนดใน ทีโออาร์ ว่า ต้องมีการอัปเดตเวอร์ชันใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะรู้ดีว่า ทีโออาร์เขียนตั้งแต่ปีก่อน แต่กว่าจะรันโครงการได้ อาจกลายเป็นเวอร์ชันเก่าไปแล้ว จึงเขียนให้มีการอัปเดตโมเดลใหม่ต่อเนื่อง

กรณีการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภานั้นหากมีหนังสือเชิญมาตามระเบียบแบบแผน ทางกระทรวงฯ ก็ตอบรับและพร้อมส่งผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงไปชี้แจงตามลำดับชั้น ซึ่งปัจจุบันสัญญารวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ได้ถูกเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของ สดช. เรียบร้อยแล้ว สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ตลอดเวลา
ส่วนกรณีที่มีการฟ้องดำเนินคดีตามมาตรา 157 นั้น ไม่ได้กังวลและพร้อมว่ากันไปตามข้อเท็จจริง เพราะที่ผ่านมาเป็นการปฏิบัติงานตามหน้าที่อย่างถูกต้องทุกขั้นตอน หากไม่ทำก็อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน ขณะนี้ทราบว่าหน่วยงานตรวจสอบได้เริ่มตั้งสำนวนและส่งหนังสือขอข้อมูลเข้ามาแล้ว กระทรวงฯ ก็ได้ทยอยส่งเอกสารให้และยืนยันว่าโปร่งใสและไม่มีสิ่งใดต้องปกปิด
ทั้งหมดเป็นการชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ ของสังคม พร้อมยืนยันเดินหน้าเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการวันที่ 28 ส.ค. นี้แน่นอน.
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



