บางครั้ง สิ่งที่สะท้อนความหมายของคำว่า “ตำรวจ” ได้ชัดเจนที่สุด อาจไม่ใช่เครื่องแบบหรือยศตำแหน่ง แต่เป็นช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจว่าจะยืนอยู่ข้างนอก หรือก้าวเข้าไปหาคนที่กำลังรอความช่วยเหลืออยู่ข้างใน
สำหรับ ด.ต.ยุทธนา กังพิทักษ์กุล หรือ “ดาบเบิร์ด” ผบ.หมู่ สส.สน.ลุมพินี วันนั้นเป็นเพียงวันหยุดธรรมดา เขาออกจากบ้านในนนทบุรีเพื่อไปซื้อของ ก่อนจะขับรถผ่านบริเวณโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และพบความผิดปกติจากรถพยาบาลและรถตำรวจจำนวนมากที่จอดอยู่บริเวณนั้น
เมื่อเข้าไปสอบถามจึงทราบว่าเกิดเหตุรุนแรงภายในโรงเรียน และยังมีครู นักเรียน รวมถึงผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในอาคาร
ดาบเบิร์ด ไม่ได้อยู่ในเวลาราชการ และโรงเรียนแห่งนี้ก็ไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบของเขา แต่เมื่อรู้ว่ายังมีคนรอความช่วยเหลืออยู่ สิ่งที่เขาทำคือแสดงบัตรตำรวจและเข้าไปช่วยทันที
ภาพของตำรวจในวันนั้นจึงแตกต่างจากภาพที่เราคุ้นเคย
เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ และไร้เสื้อเกราะ ไม่ใช่เครื่องแต่งกายของคนที่กำลังจะเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงอันตราย แต่สำหรับดาบเบิร์ด เครื่องแต่งกายเหล่านั้นกลับไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เขาหยุดอยู่ด้านนอก

เขาประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จนทราบว่าผู้ก่อเหตุเคลื่อนย้ายไปยังอาคารอีกหลัง ก่อนตัดสินใจเดินคุ้มกันทีมกู้ชีพเข้าไปนำผู้ติดค้างและผู้บาดเจ็บออกมา แล้วส่งต่อให้ทีมแพทย์ได้สำเร็จ
สิ่งที่น่าจดจำที่สุดอาจไม่ใช่ภาพของการปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางสถานการณ์อันตราย แต่เป็นเหตุผลสั้นๆ ที่ดาบเบิร์ด ใช้ตอบคำถามว่า “กลัวหรือไม่”
เขาบอกเพียงว่า หากคนที่ติดอยู่ข้างในเป็นลูกหลานของเรา เราก็คงอยากให้มีตำรวจเข้าไปช่วยเช่นเดียวกัน
ประโยคธรรมดาๆ นี้ทำให้เรื่องราวของดาบเบิร์ด ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความกล้าหาญ แต่เป็นเรื่องของการมองเห็นชีวิตของคนอื่นไม่ต่างจากชีวิตของคนในครอบครัวตัวเอง

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเลือกทำเช่นนั้น
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 68 ระหว่างเดินทางไปไหว้พระและซื้อของย่านเยาวราช ดาบเบิร์ด พบชายวัยรุ่นมีอาการคล้ายมึนเมาหรือได้รับสารบางอย่าง กำลังอาละวาดและพยายามทำร้ายประชาชน แม้จะเป็นเวลานอกราชการและอยู่นอกพื้นที่รับผิดชอบ เขาก็ยังตัดสินใจเข้าไประงับเหตุ
ครั้งนั้นเขาถูกผู้ก่อเหตุใช้เหล็กแหลมแทงจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในที่สุด
สองเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นต่างสถานที่ ต่างเวลา และมีความเสี่ยงแตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือทุกครั้งที่เขาเห็นประชาชนกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาไม่ได้ถามก่อนว่านี่เป็นหน้าที่ของตัวเองหรือไม่
คำถามของเขาอาจมีเพียงว่า “ถ้าเราไม่เข้าไป แล้วใครจะช่วยเขา”
เมื่อเรื่องราวนี้ถูกถ่ายทอดออกไป ดาบเบิร์ด ได้รับรางวัล “โฆษกยกนิ้ว” จาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นกำลังใจต่อการทำความดี
รางวัลอาจเป็นสิ่งที่มอบให้ในภายหลัง แต่สำหรับคนที่อยู่ในเหตุการณ์ สิ่งสำคัญกว่ารางวัลคงเป็นโอกาสที่ผู้คน ซึ่งติดอยู่ในอาคารได้กลับออกมาอย่างปลอดภัย
เรื่องของดาบเบิร์ด จึงอาจไม่ได้สอนให้ทุกคนต้องกล้าเสี่ยงในแบบเดียวกับเขา เพราะการเข้าไปในพื้นที่อันตรายจำเป็นต้องอาศัยการประเมินสถานการณ์และความปลอดภัยอย่างรอบคอบ

แต่สิ่งหนึ่งที่เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นได้ชัด คือหัวใจของการทำหน้าที่เพื่อประชาชน บางครั้งไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่า “หน้าที่” หากเริ่มต้นจากการมองคนตรงหน้าว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ
ในวันที่ไม่มีเครื่องแบบ ไม่มีเสื้อเกราะ และไม่มีใครสั่งให้ต้องเข้าไป ดาบเบิร์ด ยังเลือกก้าวเข้าไป
เพราะสำหรับเขา ตำรวจอาจไม่ได้เป็นเพียงอาชีพที่ทำในเวลาราชการ
แต่คือคนที่พร้อมจะยืนอยู่ตรงนั้น ในวันที่ประชาชนกำลังต้องการใครสักคน.
……………………………………….
คอลัมน์ “เรื่องราวดีๆ ของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ข้อมูล-ภาพ “รัฐวัฒน์ รัตนาภิรมย์” ผู้สื่อข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์
อ่านเรื่องราวดีๆ ของสังคม ได้ที่นี่..



