เหตุการณ์ลักพาตัวครั้งใหญ่ในไนจีเรีย เกิดขึ้นอีกครั้งหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ข่มขู่ว่าจะดำเนินการทางทหาร เพื่อหยุดยั้งสิ่งที่เขาเรียกว่า “การสังหารชาวคริสต์โดยกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง” ซึ่งรัฐบาลไนจีเรียตอบโต้ว่า การโจมตีอย่างรุนแรงจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวและชุมชนของทุกศาสนาและกลุ่มชาติพันธุ์
ไนจีเรีย ซึ่งมีความหลากหลายทางศาสนา และประชากรราว 230 ล้านคน เผชิญกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน ซึ่งคร่าชีวิตทั้งชาวคริสต์และชาวมุสลิมจำนวนมาก
หนึ่งในการลักพาตัวครั้งใหญ่ครั้งแรก ๆ ที่ดึงดูดความสนใจจากนานาชาติ เกิดขึ้นในปี 2557 เมื่อเด็กผู้หญิงเกือบ 300 คน ถูกลักพาตัวจากโรงเรียนประจำในเมืองชิบอก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย โดยกลุ่มนักรบจีฮัด “โบโกฮาราม”
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไนจีเรียก็มีการลักพาตัวครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหลายร้อยครั้ง โดยกลุ่มติดอาวุธมุ่งเป้าไปยังกลุ่มประชากรเปราะบางเพื่อเรียกค่าไถ่ และอาละวาดทั่วพื้นที่ชนบทซึ่งมีการดูแลรักษาความปลอดภัยที่ไม่ดี
ในการโจมตีโรงเรียนคาทอลิกครั้งล่าสุด ผู้รอดชีวิตเล่าว่า แก๊งอาชญากรก่อเหตุช่วงกลางดึก โดยลักพาตัวเหยื่อขึ้นรถบัส รถตู้ และรถจักรยานยนต์
อนึ่ง กลุ่มนักรบจีฮัดและแก๊งอาชญากร ซึ่งคนในพื้นที่เรียกว่า “โจร” มีส่วนร่วมในการลักพาตัวทางภาคเหนือของไนจีเรีย โดยเป้าหมายหลักของพวกเขาคือ เงิน และสื่อรายงานว่า จำนวนเงินที่ยึดมาได้อยู่ที่หลายร้อยดอลลาร์สหรัฐ ไปจนถึงหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับเหตุการณ์ลักพาตัวนักเรียนและครูของโรงเรียนสหศึกษาเซนต์แมรีส์ ในรัฐไนเจอร์ ทางตอนกลางของไนจีเรีย เมื่อปลายเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้มีเด็กเพียงประมาณ 50 คน จากมากกว่า 300 คน ที่หลบหนีจากผู้จับกุมได้สำเร็จ ขณะที่โรงเรียนหลายแห่งในอย่างน้อย 9 รัฐ จาก 36 รัฐ ถูกปิดทั้งหมดหรือบางส่วน เนื่องจากความกลัวว่าอาจมีการลักพาตัวเกิดขึ้นอีก
การระบุจำนวนคนที่ถูกลักพาตัวทั้งหมดในไนจีเรียนั้นเป็นเรื่องยาก เนื่องจากไม่มีรายงานในหลายกรณี ซึ่งนายนัมดี โอบาซี จากอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป (ไอซีจี) กล่าวเพิ่มเติมว่า ไนจีเรียเผชิญกับการลักพาตัวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี ซึ่งขับเคลื่อนโดยแก๊งอาชญากรและกลุ่มหัวรุนแรง พร้อมกับอ้างอิงการประมาณการต่าง ๆ ที่ระบุว่า ชาวไนจีเรียถูกลักพาตัว 3,600 – 7,500 คนต่อปี ระหว่างปี 2565-2567
แม้รัฐบาลอาบูจา เปิดตัวโครงการริเริ่มโรงเรียนปลอดภัยเมื่อปี 2557 แต่กลยุทธ์ดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ได้ผล ซึ่งโอบาซีชี้ให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมจะต้องอาศัยเสถียรภาพที่ดีขึ้นโดยรวม และรัฐบาลต้องควบคุมความไม่มั่นคงในวงกว้างที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ของประเทศ ก่อนที่โรงเรียนจะเป็นสถานที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ความล้มเหลวของรัฐบาลไนจีเรีย เพื่อปราบปรามการลักพาตัวครั้งใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้แก๊งอาชญากรเหิมเกริมมากขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไป การลักพาตัวเด็กนักเรียนก็กลายเป็น “กิจกรรมทำเงิน” ของกลุ่มก่อการร้าย
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ความมั่นคงบางคนมองว่า กลุ่มติดอาวุธในไนจีเรียพยายามจับตัวผู้คนจำนวนมากเพื่อใช้เป็น “โล่มนุษย์” ในกรณีที่สหรัฐดำเนินการโจมตีทางอากาศ ตามคำขู่ของทรัมป์.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



