หลังจากหายไปนานกว่า 9 ปี ก็ได้เวลาที่ค่าย Disney จะต่อยอดความสำเร็จจากภาคแรกสำหรับหนังแนวอนิเมชั่นภาพสวย ๆ รวยอารมณ์ขันอย่าง Zootopia 2 โดยภาคนี้ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพากษ์จากนักแสดงชื่อดังหลายเช่นเดิม “จินนีเฟอร์ กู๊ดวิน” กับบทของ “จูดี้ ฮอป” กระต่ายสาว, “เจสัน เบทแมน” กับบทของ “นิก ไวด์” จิ้งจอกหนุ่ม หนังมีตัวละครใหม่อย่าง เจ้างูพิษร้ายอย่าง “เกรย์ เดอะสเน็ก” ที่ให้เสียงโดย “โจนาธาน คี ควาน” และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “กัสเซลล์” (ตัวละมั่ง) ที่ได้นักร้องดังอย่าง “ชากีร่า” มาให้เสียงร้องเพลง “Zoo” ในจังหวะสนุก ๆ ประพันธ์โดย “ไมเคิล จิอัคชิโน”

ในส่วนของการทำหนัง ผู้กำกับ “จาเร็ด บุช” จับมือกับ “โจซี ตรินิแดด” โดยมี “ไบรอน ฮาวเวิร์ด” ผู้กำกับภาคแรกมาร่วมเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร และมีส่วนในการกำกับเช่นกัน งบทำหนังประมาณ 100 ล้านเหรียญ ความยาวหนัง 1 ชั่วโมง 47 นาที ตัวหนังเป็นเรื่องราวต่อจากภาคแรก

ย้อนรอย Zootopia 1 เมื่อสาวกระต่าย “จูดี้” สอบตำรวจผ่าน แต่ติดตรงที่โดนมองว่าไร้พละกำลังสู้กับคนร้าย เธอจึงถูกส่งไปทำหน้าที่ดูแลงานจราจรแทน จนกระทั่งเธอได้รับโอกาสในการสืบสวนคดีการหายไปของ “นาคแม่น้ำ” ที่ชื่อ “มิสเตอร์ ออตเตอร์ตัน” ตอนนั้น “จูดี้” พบว่า “นิค” เป็นพยานสำคัญที่เห็นนาคแม่น้ำเป็นคนสุดท้าย เธอจึงใช้การบันทึกเสียงเพื่อแบล็กเมล์ให้ “นิค” มาเป็นผู้ช่วยในคดีนี้อย่างไม่เต็มใจ

การสืบสวนของทั้งคู่ดำเนินการต่อเนื่องจนพบ “มิสเตอร์ ออตเตอร์ตัน” ก่อนจะทราบว่าจริงที่ว่า ตัวการสำคัญของเรื่องนี้คือ “ดอว์น เบลล์เวทเธอร์” แกะสาวผู้ช่วยนายกเทศมนตรีสิงโต ผู้ใช้ดอกไม้ที่มีสารกระตุ้นให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เกิดความก้าวร้าวดุร้าย และพยายามจะใช้มันเพื่อทำลายความสงบของมหานคร Zootopia เหตุเพียงเพราะต้องการให้สัตว์กินพืช มีโอกาสขึ้นมาดำรงตำแหน่ง “นายกเทศมนตรี” บ้าง เรื่องราวจบลงหลังจากการเปิดโปงและจับกุมแกะสาววายร้ายตัวจริง โดย “นิค” ได้เข้าเป็นตำรวจและได้เป็นคู่หูกับ “จูดี้”

เรื่องย่อ Zootopia 2
แม้จะไขคดีใหญ่ในภาคแรกได้ แต่กลับกลายเป็นว่าความสัมพันธ์ในฐานะคู่หูตำรวจของ “จูดี้” และ “นิค” กลับไม่ราบรื่นนัก หัวหน้าตำรวจ “โบโก” (ควายป่า) จึงสั่งให้ทั้งคู่เข้าร่วมโปรแกรม “Partners in Crisis” (คู่หูในวิกฤต) ซึ่งเป็นโปรแกรมให้คำปรึกษาเพื่อปรับความเข้าใจและสร้างสมดุลในการทำงาน ขณะเดียวกันเกิดคดีงูพิษร้าย “แกรี่ เดอะสเนค” บุกเข้ามาใน Zootopia สร้างความหวาดหวั่นใหเแก่เหล่าสัตว์ต่าง ๆ เป็นอย่างยิ่ง

“จูดี้” และ “นิค” ต้อง ปลอมตัว เข้าไปสืบสวนในพื้นที่และดินแดนใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสำรวจมาก่อนในมหานครสัตว์แห่งนี้ ทว่าการสืบสวนยิ่งตอกย้ำความแตกต่างระหว่างทั้งคู่หนักกว่าเก่า ความไว้ใจที่พวกเขาต้องมีให้กันในฐานะ “ครอบครัว” จะเป็นอย่างไร ติดตามกันได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

จุดแข็ง เป็นการอัปเลเวลความหรรษา ยกระดับความประทับใจ ตัวบทภาพยนตร์มีความแน่นและลึกซึ้ง เน้นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ “อคติ” และ “ความไว้วางใจ” ที่ผู้ชมเข้าถึงได้ง่าย การขยายจักรวาลของเมืองให้ดูกว้างขึ้น มีการนำตัวละครใหม่ ๆ โดยเฉพาะ “สัตว์เลื้อยคลาน” ที่เข้ามามีบทบาททำให้รู้สึกน่าค้นหา สำหรับเทคนิคงานสร้างและภาพ ยังคงสวยงาม มีรายละเอียดที่ยอดเยี่ยม

จุดอ่อน การดำเนินเรื่องของภาค 2 นี้ ไม่ค่อยแตกต่างจากภาคแรก การสืบสวนเริ่มต้นจาก “ปัญหาสังคม” นำไปสู่การค้นพบ “แผนการลับ” และจบลงด้วยการเปิดโปง “ผู้ร้าย” ทำให้รู้สึกขาดความสดใหม่ในองค์รวม นอกจากนี้ยังมีประเด็นความซับซ้อนของ “ตัวร้าย” ที่ทำให้ผู้ชมคาดเดาได้ยาก แต่ในภาค 2 นี้ มีการเผยไต๋เร็วเกินไปหน่อย ทำให้ความลุ้นระทึกของหนังแนวนักสืบลดทอนลงไป

4/5 กะโหลก สำหรับภาคต่อที่แฟนหนังรอคอยมานานกว่า 9 ปี เคมีของคู่หูหลักยังคงน่ารักและสวยงามเสมอ การขยายโลกให้ใหญ่ขึ้นทำให้เรื่องดูน่าสนใจและเชื่อว่าคงทำภาคต่อมาอีกแน่ ๆ

คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย : แพนด้าอ้วน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Walt Disney Animation Studios