@วันนี้เริ่มต้นที่”นรกบนผืนน้ำ” หรือ”7 วัน อันตาราย” ที่เกิดจาก”อุทกภัยครั้งใหญ่” ที่เกิดขึ้นกับ”เทศบาลนครหาดใหญ่” จ.สงขลา ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็น”รัฐล้มเหลว” เพราะ ขาดการ”วางแผน” ขาดการ”ประเมิน” ขาดการ”วิเคราะห์” สถานการณ์ ทั้งก่อนที่จะเกิด”น้ำท่วม” และ”หลังจากที่”น้ำท่วม” หลัง”น้ำท่วม” ของวันที่ 2 “อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี เดินทางมาดู”สถานการณ์” และ”เรียกประชุม” หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่”ห้องประชุมสนามบินนานาชาติหาดใหญ่” และส่ง” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รองนายกรัฐมนตรี และ”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “ลงพื้นที่เป็น”ส่วนหน้า” แต่ หลังคล้อยหลัง” นายกรัฐมนตรี” สถานการณ์ของ”น้ำท่วมหาดใหญ่” ยังไม่มีการ”แก้ไข” รุ่งขึ้น” อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี ซึ่งคงทราบจาก”ข่าว” ถึงความ”วิกฤติ”ของ”สถานการณ์” ก็”บินลงหาดใหญ่” อีกครั้ง มีทั้ง”ลงพื้นที่” และ”พบประชาชน” และ”ประชุมหน่วยงาน” ก่อนที่จะ”เดินทางกลับ” แต่ เชื่อหรือไม่ว่า การ”บินลงพื้นที่ 2 ครั้งใน 2 วัน ของ”นายกรัฐมนตรีเป็นการ”สูญเปล่า” ทั้ง”เวลา”และ”งบประมาณ” เพราะ การ”บริหารจัดการ”เพื่อแก้ปัญหาในการ”อพยพประชาชน” ที่ติดอยู่ในพื้นที่”น้ำท่วม” 2 -3 หมื่นคน” และการ”นำ “ข้าวปลา อาหาร น้ำดื่ม” ไปช่วยผู้”ประสบภัย” ที่ไม่ต่ำกว่า 70,000 คน ใน 4 เขต ของ”เทศบาลนครหาดใหญ่”ล้มเหลว” ไม่มีการ”บูรณาการ”ระหว่างหน่วยงาน ทั้ง”เทศบาล,จังหวัด,อำเภอ, และ”กองทัพ” มีการ”สั่งการ” จาก” รัฐศาสตร์ ชิดชู” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่เพิ่งเดินทางมา”รับตำแหน่ง”เพียงไม่กี่วัน เป็นการ”สั่งการ” ให้”อพยพประชาชน” อย่าง”เร่งด่วน” เหมือนการสั่งขี้มูก” เพราะไม่มีแผนในการ”อพยพ” มีการสั่งการให้นำ”อาหาร น้ำ”ไปช่วยเหลือประชาชน แต่ไม่มีการ”บริหารหน้างาน” ไม่มีการ”รวมศูนย์”ของ” ยานพาหนะ” เช่น เรือ รถรา ม้า ช้าง ทุกอย่าง”สะเปะสะปะ” วุ่นวาย เหมือนกับไม่มี”ผู้บัญชาการเหตุการณ์” หรือกับไม่มี”วอร์รูม” ในการ”สั่งการ” แม้ว่าจะมีการใช้ “รถ และ เรือ ท้องแบบ” ของ” ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย” เข้ามาอยู่ในพื้นที่” แต่”เรือ”และ”รถกู้ภัย” ก็ เข้าพื้นที่ไม่ได้ เพราะ “น้ำท่วมสูง” และ”ไหลเชี่ยว” เกินขีดความสามารถของ”เรือท้องแบน” และในถนน”ทุกสาย” ต่างมี “รถยนต์ “รถจักยานยนต์” และ”สื่งของ อื่นๆ จมอยู่ใต้น้ำที่ สูง ตั้งแต่ เมตรครึ่งถึง 2 เมตร และบางพื้นที่ 2 เมตรครึ่ง รถกู้ภัย” จึงไป”ชน”กับ”เครื่อง”กีดขวาง” ที่”จมอยู่ใต้น้ำ….
@ที่ “สำคัญ” เส้นทางในการ”ลำเลียงเรือ” และ”รถกู้ภัย” จาก”เขต 1 เขต 2 ที่เป็น “ย่านเศรษฐกิจ”ไปยัง “เขต 3 และ”เขต 4 เป็นที่”จุด”วิกฤติ” เพราะมี”ผู้คน” ติดอยู่”บนหลังคาบ้าน” และ”ชั้น 2 ของ”บ้าน “ เป็นจำนวนหลายหมื่นคนสะพานลอย“ ทุกแห่ง มี”ประชาชน”นำ”รถยนต์” หนีน้ำ ไปจอดไว้แบบ”เต็มพิกัด” ไม่มีการ”จัดระเบียบ”ไม่มีการ”เว้นพื้นที่” เพื่อให้”สัญจร”ได้ นั้นคือ”วิกฤติ” ในการที่”รถราม้าช้าง” ของ” หน่วยบรรเทาสาธารณภัย” และ”มณทลทหารบกที่ 42 “ เพื่อเข้าพื้นที่”วิกฤติ ดังนั้น “รถ เรือ ถึงมี ก็เหมือน”ไม่มี”…..ส่วนเหล่า”กู้ภัย กู้ชีพ”และ”จิตอาสา” เช่น” กันจอมพลัง,บิณฑ์ บันลือฤทธิ์, เปิ้ล นาคร,ฝันดี ฝันเดิน” และ”มูลนิธิ อื่นๆ ที่”ทยอย” เข้ามาพร้อมกับ“เจ๊ตสกี” แม้จะมี”ขีดการเข้าถึง” ในพื้นที่”วิกฤติ” มากกว่า” เจ้าหน้าที่” แต่”เป็นการเข้าพื้นที่แบบ”ตาบอดคลำช้าง” เพราะไม่มี”ศูนย์ประสานงาน” ไม่มี”แผนที่”ไม่มี”แผนผัง” ของ”เทศบาลนครหาดใหญ่” เพื่อให้ทราบถึง”พิกัด”ของพื้นที่ ทั้ง 4 เขต ซึ่งเป็นพื้นที่”สลับซับซ้อน” ถนน ตรอก ซอกซอย “เป็น จำนวนมาก ทุกคนต่าง”ตั้งใจ” ช่วย “ประชาชน” อย่าง เต็มกำลัง” เพราะมีการ”ส่งข้อความ” ขอความช่วยเหลือ เป็น”หมื่นๆ ราย”…..เมื่อไม่มี”วอร์รูม” หรือ” กองอำนวยการ”หรือ”ซิงเกิลคอมมานด์” ที่”ชัดเจน” การ”ช่วยเหลือ” ทั้ง”สะเปะสะปะ” และ”ซ้ำซ่อน” บางคนที่ขอ”ความช่วยเหลือ” ได้รับการ”ช่วยเหลือ” ออกไปแล้ว แต่ไม่มีการ”แจ้งให้ทราบกลุ่มอื่นที่ได้รับข้อความขอความช่วยเหลอให้ทราบ” จึงมีการส่ง”เรือ” ส่ง”คน” เข้าไป” ยังพื้นที่ดังกล่าว เป็นเรื่อง”ซ้ำซ้อน” ที่สร้างความ”สับสนอลหม่าน” อย่างที่ไม่เคย”พบเห็น”มาก่อน” ผู้เขียน เป็นผู้ที่เคยผ่าน “วิกฤติ” ของ”อุทกภัยหาดใหญ่” มาแล้ว 5 ครั้ง เป็นผู้ร่วม”ปฏิบัติการ”ด้าน”การข่าว” การ”ประชาสัมพันธ์” และเป็นทั้งผู้”ประสบภัย” แต่ยังไม่เคย”พบเห็น” การ”รับมือ”และ”แก้ปัญหา ที่”โหลยโท่ย” อย่างที่เกิดขึ้นในปี 2568 ทั้งที่ “หลังน้ำท่วม” นายกรัฐมนตรี” อนุทิน ชาญวีรกุล” เดินทางลง”พื้นที่หาดใหญ่” ถึง 2 ครั้ง ใน 2 วันติดกัน…..
@และที่”ซ้ำเติม” สถานการณ์ที่”เลวร้าย” ของ”หาดใหญ่” ให้”เลวร้าย” ยิ่งขึ้นคือ”กสทช” ซึ่งเป็น”หน่วยงานที่”กำกับดูแล” การ”สื่อสารโทรคมมนาคม” ที่ปล่อยให้”สัญญาณโทรศัพท์ และ”สัญญาณอินเตอร์เน็ต” ล่มสลาย การ”สื่อสาร” เป็น”อัมพาต” ท่างกลางความ”วิกฤติ” นี้คือความ”ล้มเหลว” ของ” กสทช.” ที่ไม่เคย”ถอดบทเรียน” ของ”วิกฤติ” จาก”ปัญหา”อุทกภัย” เพื่อรับมือกับ”สถานการณ์” ซึ่ง” กสชท” เป็น” องค์กรที่ใหญ่โต” แต่”กลวงใน” ไม่สามารถเป็น”ผู้นำ” และเป็น”หลัก”ของ”การสื่อสาร” ในยาม”วิกฤติ” ที่ไม่ต่างกับ” สถานการณ์อุทกภัย” เมื่อ 40 ปี ก่อน ที่อยูในยุคของ”โลว์เทค” ที่ไม่ใช่”ดิจิตัล” ต้องถาม”ผู้บริหาร”ของ” กสทช.” ว่า ใน”อนาคต” จะมีการ”แก้ปัญหา” อย่างไร เพราะวันนี้มีแต่การ”แก้ตัว” และ”ข้ออ้าง” โน่น นี่ นั้น” เพื่อ”เอาตัวรอด” และ”สิ่งที่”เห็นชัด” หลังการ”ควบรวม” ของ”สองค่ายมือถือใหญ่” การ”บริการยอดแย่” และ”เอาเปรียบ” ผู้”บริโภค” ที่” กส.ทช.” ไม่เคยมี”ปัญญา” ในการ”แก้ไข”โดยปล่อยให้”เอกชน”สองราย เป็นผู้”กำหนดชะตากรรม” ของ”ประชาชน” นี่คือการ”เอาเปรียบ” สังคมที่แท้จริง……
@ที่”อนาถ” ที่สุดคือ” หน่วยงานที่”รับผิดชอบ” ตั้งแต่”ท้องถิ่น” จังหวัด” และ” บรรเทาสาธารณภัย” ไม่เคยมีแผน ในการ”ปกป้อง” หน่วยงานสำคัญ” เช่น”โรงพยาบาลหาดใหญ่” ที่เป็น”โรงพยาบาลศูนย์” ที่เป็น”หัวใจ” ของความสำคัญ เพื่อให้”เสียหาย” น้อยที่สุด” น้ำท่วมหาดใหญ่”ครั้งนี้” โรงพยาบาลหาดใหญ่” เสียหายอย่าง”ยับเยิน” ต้อง”อพยพผู้ป่วยวิกฤติ” ไม่มี”ไฟฟ้า” ไม่มี”ออกซิเจน” ทั้งหมดคือความ”โหลยโท่ย” ที่เริ่มจาก” เทศบาลนครหาดใหญ่” เจ้าของพื้นที่ ที่ไม่มีการ”วางแผน” และ”ประมาท” เชื่อมั่นใน”ตนเอง” ว่าน้ำจะ”ไม่ท่วม” และไม่ให้ความ”สนใจ” กับ”ระดับน้ำใน”คลองอู่ตะเภา” และ”คลอง ร 1 ,” ไม่สนใจกับ”พยากรณ์อากาศ” และความ”เปลี่ยนแปลง” ของ”ดิน ฟ้าอากาศ จึงไม่มีการ”วางแผน” ในการ”ป้องกัน” ตลอดจน”วันแรกๆ” ที่”น้ำโจมตีเมืองหาดใหญ่” ก็ไม่มีการ”ป้องกัน” เพื่อมิให้”โรงพยาบาลหาดใหญ่” ปลอดภัย”จากการถูก”น้ำท่วม”……บุคคลแรกที่ต้อง “แสดงความรับผิดชอบ” ในการ”ประมาท” และ”ไม่มีการ”ประเมิน”และ”วิเคราะห์” สถานการณ์” คือ” ณรงค์พร ณ พัทลุง” หรือ” ปลัดแป้น” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จ.สงขลา บุคคลที่ 2 คือ” รัฐศาสตร์ ชิดชู” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา” ที่ดีแต่”สั่งการ” แต่ไม่มี”แผน” ในการ”แก้ปัญหา” และสำคัญ” กองทัพภาคที่ 4 “ ซึ่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา” แม่ทัพภาคที่ 4 “ ทุกคน จะ”เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันอุทกภัย” ที่”มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีการ “เตรียมพร้อม” ทั้ง”กำลังพล เรือ รถบรรทุก และอื่นๆ เพื่อ”รับมือสถานการณ์” เป็นการ”ล่วงหน้า” แต่ “ปีนี้” พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ ซึ่งมารับตำแหน่ง”แม่ทัพภาคที่ 4 “ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม” ไม่ได้ทำอย่างที่”แม่ทัพภาคที่ 4 เคยทำ ทำให้การ”รับมือ”กับ”ภัยพิบัติ” ไม่มีความพร้อม…..
@ในที่สุดก็เข้า”สุภาษิต”ที่ว่า” ถั่วสุก งาไหม้” หลัง”วิกฤติ”น้ำท่วมหาดใหญ่” ผ่านไป 5 วัน มี”คนตาย” มี”คนหาย” มีเสียง”ก่นด่า” รัฐบาลของ” อนุทิน ชาญวีรกุล” สนั่นหวั่นไหว” ทั้งเมือง “ รัฐบาล” จึงได้ตั้ง” ผู้บัญชาการเหตุการณ์” โดยให้” ผบ.สูงสุด” ของ”กองทัพ” เป็น”ผู้บัญชาการเหตุการณ์” และมี” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รองนายกรัฐมนตรี ร่วม”รับผิดชอบ” และมี” ปลัดกระทรวงมหาดไทย” เข้ามาร่วม”รับผิดชอบ” อีก 1 คน เป็น 3 คน ที่เข้ามา”รับผิดชอบ” แก้ปัญหา” อุทกภัย” ที่”วิกฤติ”ที่สุด ของ” อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งสุดท้ายแล้ว การมี”ผู้รับผิดชอบ” ในการ”สั่งการ” มากกว่า “ หนึ่งคน” จะกลายเป็นความ”ล้มเหลว” อีกครั้ง” ของ”รัฐบาล” เพราะ”ผู้บัญชาการเหตุการณ์” ไม่ว่าจะเป็นการ”รบกับ”อริราชศัตรู” หรือรบกับ”ภัยพิบัติ” ต้องมี”ผู้บัญชาการเหตุการณ์” คนเดียวเท่านั้น เพราะหากมีมากถึง 3 คน ทุกคนมี”อำนาท” มี”แนวทาง” มี”สังกัด” แล้วความ”สับสนอลม่าน” ก็จะ”ตามมา” นี้คือการ”อ่อนด้อยประสบการณ์” ของ”นายกรัฐมนตรี ในการแก้ปัญหา” อุทกภัย” ที่เกิดขึ้น เสียดายการลงพื้นที่ 3 ครั้ง ติดกันของ”อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี แทนที่จะได้”คะแนน บวกๆ กลายเป็น” ติดลบ” ถูกมองว่า” อ่อนด้อย” และ”ไร้ประสบการณ์” ในการรับมือกับ “ภัยพิบัติ” ระดับชาติ…..
@อุทกภัย ของ”หาดใหญ่” ครั้งนี้ต้องมีการ”ถอดบทเรียน” เพราะ”น้ำ” ไม่ได้มาจาก” คลองอู่ตะเภา” หรือมาจาก” อ.สะเดา “ จ.สงขลา แล้วไหลเข้าท่วม”หาดใหญ่” เหมือนกับ”หลายๆครั้งที่”น้ำท่วมหาดใหญ่” ที่” มวลน้ำ” มาจาก” อ.สะเดา อ.คลองหอยโข่ง” การ”ติดตามระดับน้ำ” ใน “คลองอู่ตะเภา” และใช้เป็น”เครื่องมือ” ในการ”พยากรณ์” เพื่อการยก” ธงเหลือง ,ธงแดง” เพื่อแจ้งเตือนให้”ประชาชน” ขนของขึ้นที่สูง และ”อพยพ” หรือการ”ฝากความหวังทั้งมวลไว้กับ” คลอง ร 1 “ เมื่อ “คลอง ร 1 . ยังรับน้ำได้อีก หลายเมตร เชื่อว่า”น้ำไม่ท่วม” ต้องเลิกเชื่อ เพราะ”น้ำท่วมหาดใหญ่” ครั้งนี้ “น้ำไหลบ่า” จาก”เทือกเขาคอหงส์” และจาก” อ.นาหม่อม” จ.สงขลา ซึ่งอยู่ทาง”ทิศตะวันออก” ของ” อ.หาดใหญ่ ซึ่ง”ทิศตะวันออก” ของ” เทศบาลนครหาดใหญ่” มีเพียง”คลองเตย” และ”คลอง 30 เมตร ที่กลายเป็น”คลองคอนกรีต” และไม่สามารถ”รับน้ำ” เพื่อ”ระบาย” ลงสู่”คลองหลัก” รวมทั้งมีมีการทำ”ฟลัดเวย์” ในการ” เบี่ยงน้ำ” จาก” เขาคอหงส์” และ”นาหม่อม” เพื่อไม่ให้”ไหลบ่า” เข้าสู่” เขตเศรษฐกิจ” ของ”หาดใหญ่” เช่น หน้าหอนาฬิกา ตลาดกิมหยง ถนนนิพัทธิ์อุทิศ 1 2-3- ซึ่งใน”อนาคต” หาก” หาดใหญ่” ยังไม่มี”คลองใหญ่”ในการ”รับน้ำ”จากด้าน”ตะวันตก” และไม่มี”ฟลัดเวย์ “ในการ”เบี่ยงน้ำ”ออก”นอกเมืองหาดใหญ่” สถานการณ์ของ”อุทกภัย” ก็จะเป็นอย่างนี้….. ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องของ”ภัยธรรมชาติ” ไม่ว่าจะเป็น”ฝนตกหนักใน 300 ปี หรือเกิดภาวะ”ฝนแช่” เป็นเรื่องที่เกินที่”มนุษย์” จะ”ห้ามได้ แต่ในการ”บริหารจัดการบ้านเมือง” หากผู้”รับผิดชอบ” มี”แผน” ในการ”รับมือ” มี”หลักวิชาการ”ในการ”ประเมินสถานการณ์” และ”วิเคราะห์สถานการณ์” รวมทั้งไม่ตั้งอยู่ในความ”ประมาท” ก็สามารถ”รับมือ” จาก”ภัยธรรมชาติ” จาก”หนัก” เป็น”เบา” หรืออย่างน้อยก็ไม่เกิดความ”เสียหาย” ที่”ร้ายแรง” อย่างที่เกิดขึ้นกับ”หาดใหญ่” เหมือนในครั้งนี้…..
@อุกทกภัย ครั้งนี้ กิน”วงกว้าง” ใน 7 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่มีความ”รุนแรง” และ”ประชาชน” ได้รับความ”เดือดร้อน” เป็นอย่างมาก แต่ โชคดีที่มี”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” หรือ” ศอ.บต.” ในการ”ช่วยเหลือ” สิ่งของ”อุปโภค บริโภค” และมี” กำลังทหาร” จาก” กองร้อย กองพัน กองพล” และ”นาวิกโยธิน” จาก”ค่ายจุฬาภรณ์” ที่มีความพร้อม ทั้ง”กำลังพล” และ”รถ เรือ” และ “อุปกรณ์กู้ภัย” จึงทำให้มีการ”บรรเทา” ความ”เดือดร้อน” ของ”ประชาชน”ได้เป็นจำนวนมาก…..หลัง”น้ำลด” ต้องมี”งบประมาณ” ในการ”ฟื้นฟู” สิ่ง”สาธารณูประโยชน์ สาธารณูประการ” และการ”ช่วยเหลือ” ประชาชน ที่ได้รับที่เป็นผู้”ประสบภัยน้ำท่วม”ที่เป็น”กลุ่มเปราะบาง” และ”รากหญ้า” ที่อยู่ในสภาพที่”หมดเนื้อหมดตัว” เงิน”9,000 บาท ที่”รัฐบาล” จะ”เยียวยา” เป็นการ”ช่วยเฉพาะหน้า” เท่านั้น และ “เชื่อเถอะ” เรื่องเงิน”เยียวยา” คนละ 9000 บาท สุดท้ายการ”จ่าย” จะ”ยุ่งเหยิง” ไม่”ง่าย” อย่างที่”นายกรัฐมนตรี” ให้”ยาหอม” กับ”ประชาชน” …… “หาดใหญ่” เศรษฐกิจ” ทั้ง”การค้า” และการ”ท่องเที่ยว” เพิ่งจะได้รับการ”ฟื้นฟู” หลังที่ประสบกับปัญหา”โควิด 19 “ โรงแรม หลายแห่งยัง”ปิดร้าง” บัดนี้ “โรงแรม” ทั้งหมด ที่ถูก”น้ำท่วม” ได้รับความ”เสียหาย” แบบ”ถ้วนหน้า” คือ” ธุรกิจ แรกๆ ที่ได้รับ”ผลกระทบ” และอาจะได้เห็น”โรงแรมร้าง” เกิดขึ้นกลางเมือง”หาดใหญ่” อีกหลายโรง จาก”อุทกภัย” ครั้งนี้” รัฐบาล” จะช่วย”เยียวยา” และ”ฟื้นฟู” อย่างไร….. หลัง”น้ำลด” ทั้ง”ขโมย ขโจร “ และ”มิฉาชีพ” จะ เกิดขึ้น”เกลื่อนเมือง” เรื่องนี้”” พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม” ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต้องมีแผนในการ”ป้องกัน” แต่เนิ่นๆ เช่นเดียวกับ” พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี “ ผบช.ภ. 9 ที่ต้อง”สั่งการให้ทุก”บกภ.จว.” มีความพร้อมในการ”ปราบปรามอาชญากรรม” ที่เกิดขึ้น”หลังน้ำลด….
@เซ่น”น้ำท่วม”เป็นรายแรกของ”ข้าราชการ” เมื่อ”เอก ยังอภัย ณ สงขลา” ถูก”เด้ง”โดยคำสั่งของ”อธิบดีกรมการปกครอง”ให้ไปช่วยราชการที่”วิทยาลัยการปกครอง” เป็นการประจำ ใน”สถานการณ์” ที่ความ”ผิดพลาด” ของการแก้ปัญหา”วิกฤติ” ที่เกิดจาก”อุกภัย” ของ”เมืองหาดใหญ่” ที่ไม่มี”หัว” ไม่มี”หาง” คนเป็น”นายอำเภอ” จะต้องเป็น”คนแรก” ที่ต้อง”รับผิดชอบ” อย่างนั้นหรือ” ที่”ถูกต้อง” คนที่ต้อง”ถูกเด้ง” น่าจะเป็น” ผู้ว่าราชการจังหวัด” และ”ผอ.ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย” ที่”คนหนึ่ง” มี”อำนาจ” คนหนึ่งมี”เครื่องไม้เครื่องมือ” มี”บุลคลากร” ในการ” กู้ภัย กู้ชีพ” ส่วน”นายอำเภอ มีเพียง” อาสาสมัครรักษาดินแดน” เท่านั้น “แพะ” ตัวแรก จึงเกิดขึ้นแล้วจาก กรณี”น้ำท่วม” มหานครหาดใหญ่” ฟังจากคน”รอบข้าง” ว่าการถูก”เด้ง” มาจากที่ไม่ได้ไป”รับนาย” ไม่ได้เดิน”ตามตูดนาย” จริงหรือไม่ก็”ฟังหูไว้หู”…..ฟัง” บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกรัฐมนตรี ที่”ปาถกถา” เรื่อง”น้ำท่วมหาดใหญ่” ว่าเป็น”ความผิด”หรือ”บกพร่อง” ของ”ท้องถิ่น” ทั้ง”เทศบาลนครหาดใหญ่” และ”เทศบาลข้างเคียง” รวมถึง”อบต.” ที่อยู่รอบๆ ในการไม่มี”แผน” ในการ”แก้ปัญหา” ทั้งที่เรื่อง”น้ำท่วม” เป็นเรื่อง”ซ้ำซาก” ไม่มีการ”พัฒนา” ที่”ใหม่ๆ” ในพื้นที่ ทั้งที่มี”ภาษี” ที่มาจาก”ท้องถิ่น” ทั้งที่โดย”ข้อเท็จจริง” ท้องถิ่น ไม่มี”ศักยภาพ” มามี”ความสามารถ” ในการ”ทำโครงการใหญ่” เช่นการ”ขุดคลอง” การ”บุกรุก” การ”บูรณาการ” กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าเป็น”ผังเมือง” และ”ชลประทาน” ทุกอย่าง”รวมศูนย์” อยู่ที่”ส่วนกลาง” ถ้า”ส่วนกลาง” ไม่ให้”งบประมาณ” นโยบาย แล”แผน”ท้องถิ่น” ก็”ขยับ” ไม่ได้ หรือนี่ก็เป็น”วาทกรรม”ของฝ่าย”การเมือง” ในการ”ปกป้องรัฐบาล” ให้พ้น”ความผิด” โดยการหา”แพะ” จากผู้บริหารท้องถิ่นมาเป็นผู้”รับบาป” แทน…..
@นักการเมือง ที่เป็น สส. ทุกคน”ที่กำลังให้ความ”ช่วยเหลือ” ผู้ประสบภัย”น้ำท่วม” เรื่องการ”แจกสิ่งของ”ให้กับ”ประชาชน” ผู้”ประสบภัย” กกต. เตือนมาว่า ให้”ระมัดระวัง “ เพราะอาจจะ”ผิด”กฎหมาย”การเลือกตั้ง จะ”แจก”จะ”ให้” ก็อย่าเผลอใส่ชื่อตนเอง ใน”ถุงยังชีพ” หรือให้เป็น”หลักฐาน” ให้”คู่แข่ง” ใช้ในการ”ฟ้องร้อง”…..สุดท้ายเรื่องของ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ของ”พรรคฝ่ายแค้น” อย่างเพื่อไทย ถ้ามีการ”ยื่นอภิปรายจริง” เรื่องที่ต้อง”พ่วงเข่าไป” ในการ”อภิปราย” คือเรื่อง”ความล้มเหลว” ของ” รัฐบาล” ในการแก้ปัญหา”น้ำท่วมหาดใหญ่” ซึ่งเป็นความ”ผิดพลาด” ของ”รัฐบาล” ดั้งนั้น โอกาส ในการที่”พรรคฝ่ายแค้น” จะไม่ได้”อภิปราย” จึงมีมากกว่าเดิม จะมีการ”ชิงยุบสภา” เพื่อที่”รัฐบาล” จะได้”ซิ่งหนี” การ”ถูกด่า” ที่เป็นการ”เปิดแผล” ของ”รัฐบาล” และ”ราดน้ำเกลือ” จึงน่าจะเชื่อว่าจะมีการ”ประกาศยุบสภา” ก่อนวันที่ 12 ธันวาคม ค่อนข่างแน่…. บรรทัดนี้”ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล” สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งต้องเข้า”ซ่อมแซมสุขภาพ” ด้วยการ”ผ่าตัดใหญ่” ที่” โรงพยาบาลหาดใหญ่” “โดยได้รับการดูแลอย่างดี จาก” นายแพทย์ประวิทย์ วรรณโร “ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ นายแพทย์ผดุง ทิพย์มณี และ”อัญชูลีรัตน์ ภูพันนา” พยาบาลวิชาชีพ” และ”เจ้าหน้าที่พยาบาล” และ”ผู้ช่วยพยาบาล” ชั้น 8 ที่ให้การ”ดูแล”อย่างดี ขอขอบพระคุณทุกๆท่าน ด้วย”คารวะ”…..แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล
————————————————————————

ครัวไข่เจียว. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผบก.ภ,จว.ยะลา พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผกก,สภ.เมืองยะลา เปิดคร้วสนาม ทำข้าวไข่เจียว พร้อมน้ำดิ่ม และถุงยังชีพ แจกจ่าย ให้กับผู้ประสพภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา และพื้นที่ใกล้เคียง

ซับน้ำตา. นอ,บัญญัติ วงศ์จำปา ผบ,ฉก.นาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ จ,นราธิวาส ส่งกำลัง นาวิกโยธิน พร้อมเรือ และ ข้าวปลาอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของยังชีพ ลงพื้นที่น้ำท่วมสูง เพื่อช่วยประชาชนในพื้นที่ อ,บาเจาะ จ.นราธิวาส

ครัวช่วยน้ำท่วม. นิพนธ์-สรรเพชญ บุญญามณี อดีต รมช มหาดไทย และ สส,เขต 1 จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปืดครัว ทำอาหารกล่อง นำไป แจกจ่ายให้กับ ผู้ประสพภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา

บทบาท ผวจ. พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี นั่งสกู๊ตเตอร์ ลุยน้ำที่ท่วมสูง เพื่อเข้าไป แจกข้าว น้ำ ให้กับ ประชาชน ที่ประสพอุทกภัย ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ,ปัตตานี โดยได้รับการสนับสนันถุงยังชีพ จาก พ.อ.ณัฐวัฒิ ศรีสังข์ ผบ,ฉก.44 จำนวน 3000 ถุง

ช่วยหาดใหญ่. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีคมนาคม ลงพื้นที่ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์ น้ำท่วม ที่อยู่ในขั้น วิกฤติ เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ อพยพ ประชาชน ที่ติดค้างอยู่ในบ้าน และ ขาดแคลน อาหาร และ น้ำดิ่ม

ขอบคุณ . สิริพันธุ์ มณีรุ่งสกุล บุตรสาว ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา มอบผลไม้ ให้กับ พยาบาล ห้องพิเศษ ชั้น 8 โรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ให้การดูแลการผ่าตัดของ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โดยมี นายแพทย์ ประวิทย์ วรรณโร รอง ผอ,รพ.หาดใหญ่ ร่วมด้วย

ให้กำลังใจ. อภินันท์ หมวดแก้ว นายอำเภอยะหริ่ง มอบหมายให้ ยูกีฟลี กาเร็ง ปลัดอำเภองานปกครอง, จ่าเอก ปรีชา พูลทวี ปลัดป้องกัน และคณะ ร่วมให้การต้อนรับ นางพัชรินทร์ สนธิเมือง รอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี และคณะ ในโอกาสลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ ผู้ประสพภัย ณ ศูนย์พักพิง อบต,แหลมโพธิ์ อ,ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

ติดตามสถานการณ์. ก้องสกุล จันทราช รอง ผวจ.ยะลา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งขณะนี้ ระดับน้ำภายในซอยต่างๆ ยังคงท่วมสูงอยู่ที่ 80-100 เซนติเมตร เนื่องจากมวลน้ำจากหลายแห่ง รวมทั้งจากบึงแบเมาะ ไหลเอ่อล้น เข้าท่วมเป็นบริเวณกว้าง การเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เรือเข้าไปรับผู้ป่วย จากหลายๆหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ หน่วยทหาร ร.152 กอ.รมน.ภาค 4 สน. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัย แม่ทับทิมยะลา และ แม่กอเหนี่ยวยะลา และภาคเอกชน สมาคมกู้ภัยทางน้ำชายแดนใต้ ระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะที่ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่เริ่มลดลง

พร้อมช่วยประชาชน. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้กำลังพลจัดเตรียมชุดเสบียงอาหารและน้ำดื่ม พร้อมสนับสนุนการลำเลียงทางอากาศ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์บินย่อนสิ่งของยังชีพให้ประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน รวมถึงผู้ป่วยในโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งประสพภัยน้ำท่วมอย่างรุนแรง

แจกถุงยังชีพ. พ.อ.จตุพร ธานีพัฒน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 นำกำลังพลร่วมกับผู้นำชุมชน – หมู่บ้าน ในพื้นที่ 16 ตำบล ของ อ.รามัน จ.ยะลา เข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการแจกจ่ายถุงยังชีพ น้ำดื่ม และยารักษาโรคเบื้องต้น ภารกิจที่สำคัญคือการเข้าช่วยเหลือคนแก่ ผู้ป่วยติดเตียง และ กลุ่มเปราะบาง
ให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งเข้าช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นบนที่สูง ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา

ช่วยประชาชน, อามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ พร้อมด้วยหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลรือเสาะ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อส. ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเยี่ยมศูนย์พักพิง เทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

เปิดโรงครัว.มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา นำทีมผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และบุคลากร อบจ.ยะลา เปิดโรงครัว(บริเวณลานอเนกประสงค์อาคารส่วนขยาย อบจ.ยะลา)จัดทำอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน เพื่อแจกจ่ายให้ผู้ประสพภัยน้ำท่วม ณ อบจ.ยะลา

ช่วยประชาชน. ทรงกรด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท้วมหนักในพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะใจกลางชุมชน เขตเทศบาล ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ท่วมสองระลอก ระบอกแรกยังไม่ทันแห้ง น้ำจากเทือกเขาบรรทัดไหลลงมาท่วมหนักในรอบ 15 ปี

ช่วยญาติโยม. พระมหารัตนากร ปวโร เจ้าอาวาสวัดท่าพญา เจ้าคณะตำบลท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เปิดครัวรสพระธรรม ขึ้นที่วัดร่วมกับญาติโยม ทำข้าวกล่องนำลงเรือท้องแบนของทศบาลตำบลท่าพญา ไปแจกชาวบ้าน ส่งให้ผู้เดือดร้อนถึงประตูบ้าน กับผู้ประสพอุทกภัยกับตัวเอง

ติดตามผล. จิระพล หวานสนิท ปลัดอำเภอย่านตาว จ.ตรัง ร่วมติดตามผล ของนักเรียนทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ฝ่ายการสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดตรัง ดช.สิทธิเพชร เพ็ชรหิน นักเรียนโรงเรียนบ้านไทรงาม



