เริ่มกันที่ “Undo Planet” นิทรรศการที่ใช้ศิลปะเป็นสื่อในการสำรวจความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูธรรมชาติ โดยศิลปินผู้เข้าร่วม สะท้อนและตั้งคำถามต่อความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก พร้อมนำเสนอแนวทางที่หลากหลายเพื่อเยียวยาโลกที่กำลังเผชิญวิกฤตคำว่า “undo” มีความหมายทั้ง “การนำสิ่งหนึ่งกลับสู่สภาพเดิม” รวมถึง “การเปิดรับ” หรือ “การคลายออก” ชื่อนิทรรศการจึงอาจเข้าใจได้ทั้งในความหมายของ “การนำโลกกลับคืนสู่สภาพดั้งเดิม” หรือ “การเปิดโลกที่ปิดกั้น” เชิญชวนผู้ชมร่วมสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตอื่น ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินหลากหลายสาขา โดย ส่วนที่ 2: Land Art and Non-Human Beings เตรียมแสดง  19 ธันวาคม 2568 – 22 กุมภาพันธ์ 2569  ขยายมุมมองจากเขตเฉพาะ สู่มิติทางนิเวศวิทยาในระดับสากล เน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก รวมถึง Land Art ตั้งแต่ยุคทศวรรษ 2500 – 2510 จนถึงศิลปะร่วมสมัยในปัจจุบัน ซึ่งตั้งคำถามถึงอำนาจของมนุษย์ในฐานะผู้สร้างและผู้เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้

Undo Planet”

บ้า น จับพระจันทร์ | ชาติชาย ปุยเปีย” นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์นำเสนอผลงานของชาติชาย ปุยเปีย อย่างครอบคลุมเป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสชีวิต ผลงาน และเส้นทางศิลปะของศิลปินผู้ปักหมุดลงบนภูมิทัศน์ของศิลปะร่วมสมัยไทยจนสร้างแรงสะเทือนไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชีย กระทั่งถึงระดับโลก ตลอดเวลากว่าสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยอัตลักษณ์และลีลาในการเสียดสีสังคมอันเฉียบคม เชิญชวนผู้ชมร่วมสัมผัสชีวิต กระบวนการสร้างสรรค์ และปรัชญาศิลปะของหนึ่งในศิลปินร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดของไทย ฯลฯ นิทรรศการฯจัดแสดงต่อเนื่อง 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 8 หอศิลปกรุงเทพฯ

บ้า น จับพระจันทร์ | ชาติชาย ปุยเปีย”

“Urban Echoes: เสียงกระซิบจากท้องถนน” โดย อารยา เช้ากระจ่าง นิทรรศการภาพวาดสีอะคริลิกสดใส บันทึกช่วงเวลาและรูปแบบสถาปัตยกรรมภายใต้บริบทของชีวิตในสังคมเมือง จากการเดินทางของศิลปิน ผ่านหลากหลายสถานที่ เต็มไปด้วยสีสัน ทั้งตึกแถว หน้าร้าน วิวเส้นขอบฟ้า และหน้าตาของอาคารต่างๆ ผืนผ้าใบแต่ละผืนเสมือนเป็นบทบันทึกทางประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งที่จับเอาช่วงเวลาและสถานที่มาบอกเล่า โดยใช้ลักษณะแสนโดดเด่นมาเป็นแรงบันดาลใจ สะท้อนถึงมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน  แต่ละฝีแปรงบอกเล่าทั้งพื้นผิว รูปแบบ และแสง ที่หล่อหลอมภูมิทัศน์เมือง ตั้งแต่พลังอันเต็มเปี่ยมของท้องถนน ไปจนถึงความเงียบสงบเมื่อมองขึ้นไปยังเส้นขอบฟ้า ผลงานเหล่านี้ปลุกเร้าความรู้สึก ความสงสัย และความอยากรู้อยากเห็น กระตุ้นให้ทุกคนได้ชื่นชมความงามในชีวิตประจำวัน เป็นดังคำชักชวนให้ผู้ชมมาร่วมสำรวจเมือง  ค้นหาเรื่องราวที่ซ่อนเร้นผ่าน “เสียงกระซิบจากท้องถนน” ฯลฯ นิทรรศการฯจัดแสดงถึง 21 ธันวาคม  ณ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล

ปิดท้ายกันที่  “ธรรมะในสวน” กิจกรรมที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ชวนฟังธรรมะเติมใจให้เบิกบานพร้อมรับปีใหม่ฟังธรรมะหัวข้อ “สติปัญญามี โชคชะตาจะดี”  โดยพระสุธีวชิรปฏิภาณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ในเช้าวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม  เวลา 8.30 น. เป็นต้นไป ณ อาคารโรงงานผลิตยาสูบ 5 สวนเบญจกิติ เข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในกิจกรรมผู้จัดงานจัดเตรียมเสื่อและเก้าอี้อำนวยความสะดวกให้พร้อมกับทุกท่าน ….สัปดาห์หน้าพาซอกแซกชมนิทรรศการ กิจกรรมศิลปะที่ไหน กลับมาพบกัน

                                                                                                                                                   นายนกฮูก.