ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 146 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก จากเหตุเพลิงไหม้อาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับบทบาทของ “นั่งร้านไม้ไผ่” ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เปลวไฟลุกลาม โดยรัฐบาลฮ่องกงให้คำมั่นว่าจะเลิกใช้วัสดุดังกล่าว


ฮ่องกงเป็นหนึ่งในเมืองไม่กี่แห่งในโลก ที่ยังใช้นั่งร้านไม้ไผ่สำหรับการก่อสร้างและการซ่อมแซมอาคารสมัยใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่มานานหลายร้อยปีในจีน และประเทศอื่นในเอเชีย


“หว่องฟุกคอร์ต” อาคารสูงชุด 8 ตึก ในย่านไท่โป ทางตอนเหนือของเกาะฮ่องกง อยู่ระหว่างการปรับปรุงครั้งใหญ่ตั้งแต่ปีที่แล้ว และห้อมล้อมด้วยนั่งร้านไม้ไผ่กับตาข่ายนิรภัยสีเขียว ก่อนเกิดไฟไหม้เมื่อช่วงบ่ายของวันพุธที่ผ่านมา


รัฐบาลฮ่องกง ระบุว่า เศษไม้ไผ่ที่ร่วงหล่นลงมาทำให้ไฟลุกลาม และมีความจำเป็น “เร่งด่วน” ในการเปลี่ยนไปใช้นั่งร้านเหล็กทั่วเมือง ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย


อย่างไรก็ตาม ชาวฮ่องกงบางส่วนกลับปกป้องการใช้นั่งร้านไม้ไผ่อย่างดุเดือด โดยกล่าวหาว่า รัฐบาลกำลัง “หาแพะรับบาป” และวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็น ทัศนคติแบบตะวันออกต่องานฝีมือที่เลื่องชื่อมาอย่างยาวนานของฮ่องกง


“เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ซับซ้อนและมีหลายแง่มุม” นายอันวาร์ โอราบี วิศวกรโยธาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัย จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ กล่าว พร้อมกับเน้นย้ำว่า มันยังเร็วเกินไปที่จะให้คำตอบที่ชัดเจนในขั้นตอนนี้ เนื่องจากนั่งร้านไม้ไผ่ไม่ใช่สาเหตุเดียว แต่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของเหตุไฟไหม้ครั้งนี้


ด้านนายคริส ถัง เลขาธิการด้านความมั่นคงของฮ่องกง กล่าวว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า ไฟเริ่มไหม้จากตาข่ายนิรภัยด้านนอกชั้นล่างของอาคารหลังหนึ่ง และลุกลามขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็วเพราะ “แผ่นโฟมที่ไวไฟมาก” ซึ่งถูกยึดติดกับหน้าต่าง ส่งผลให้กระจกแตก และไฟก็ลามเข้าไปในอาคาร


อนึ่ง นั่งร้านไม้ไผ่เป็นวัสดุอเนกประสงค์ ยั่งยืน และหาซื้อได้ง่ายจากทางตอนใต้ของจีน อีกทั้งสามารถเคลื่อนย้าน ติดตั้ง และรื้อถอนในพื้นที่แคบได้ในราคาประหยัด


ขณะที่ นายอีริก ชาน เลขาธิการคณะผู้บริหารฮ่องกง กล่าวว่า แม้นั่งร้านไม้ไผ่มีประวัติการใช้งานที่ยาวนาน แต่ความทนไฟของมันยังคงด้อยกว่านั่งร้านเหล็ก


เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลฮ่องกงประกาศแผนผลักดันการใช้นั่งร้านเหล็ก เพื่อปรับปรุงความปลอดภัย แต่ถึงอย่างนั้น กลุ่มสนับสนุนที่เป็นตัวแทนของผู้ประสบอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรม ระบุในแถลงการณ์แสดงความกังวล เน้นย้ำถึงเหตุเพลิงไหม้ที่เกี่ยวข้องกับนั่งร้านอีก 3 ครั้ง ที่มีรายงานปีนี้ในฮ่องกง


ทั้งนี้ นายโฮ วิง-อิป ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกง กล่าวขณะสำรวจอาคารที่ไหม้เกรียมว่า ทั้งนั่งร้านไม้ไผ่และนั่งร้านเหล็ก สามารถทนไฟได้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ และแสดงความเสียใจที่อาคาร 8 หลัง ได้รับการปรับปรุงพร้อมกัน ซึ่งเขาคิดว่า หากดำเนินการปรับปรุงอาคารทีละหลัง ไฟจะไม่ลุกลามถึงขนาดนี้


ในทางกลับกัน ชาวฮ่องกงบางส่วนบนสื่อสังคมออนไลน์ แก้ต่างให้กับนั่งร้านไม้ไผ่ และชี้ให้เห็นถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แผ่นโฟม และตาข่ายนิรภัย เช่นเดียวกับนายโฮ ปิง-ตัก ประธานสหภาพแรงงานนั่งร้านไม้ไผ่ ที่กล่าวว่า ไม้ไผ่เพียงอย่างเดียวนั้น “ติดไฟยาก” และเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มความเข้มงวดของข้อกำหนดสำหรับวัสดุที่มีสารหน่วงการติดไฟ.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP