กฎหมายดังกล่าวเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมจากกฎหมายความปลอดภัยออนไลน์ ฉบับปี 2564 แม้ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา และผ่านการลงนามรับรองโดยผู้สำเร็จราชการ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2567 แต่ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา มีการผ่อนผันเป็นเวลา 12 เดือน ให้แก่บริษัทเทคโนโลยีในการพัฒนากลไกการยืนยันอายุ “ที่มีความน่าเชื่อถือ”
แรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังกฎหมายโซเชียลมีเดียของออสเตรเลีย คือ ความกังวลอย่างรุนแรงต่อผลกระทบด้านสุขภาพจิตและสวัสดิภาพของเยาวชน รัฐบาลออสเตรเลียเห็นว่าความเสี่ยงของการใช้โซเชียลมีเดีย เช่น การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ การเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตราย และกลไกการออกแบบที่ส่งเสริมการเสพติด มีน้ำหนักมากกว่าผลประโยชน์ใด ๆ ที่ผู้เยาว์ในกลุ่มอายุนี้จะได้รับ
ทั้งนี้กฎหมายโซเชียลมีเดียของออสเตรเลีย ไม่เปิดโอกาสให้มีการยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยกเว้นให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานแพลตฟอร์มได้ ขณะเดียวกัน มีการเน้นการควบคุมการเข้าถึงโดยสิ้นเชิง แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงแค่การควบคุมเนื้อหา
เกณฑ์การเข้าข่ายเป็นแพลตฟอร์มจำกัดอายุ ทำให้บริการอิเล็กทรอนิกส์เข้าข่ายเป็นแพลตฟอร์มที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากมีคุณสมบัติหลักสามประการดังต่อไปนี้ คือ วัตถุประสงค์เพื่อปฏิสัมพันธ์ทางสังคม คือวัตถุประสงค์หลักหรือสำคัญคือการเปิดให้มีการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างผู้ใช้ปลายทางตั้งแต่สองคนขึ้นไป
การอนุญาตให้มีการเชื่อมโยงหรือโต้ตอบ คือบริการอนุญาตให้ผู้ใช้ปลายทางเชื่อมโยงหรือโต้ตอบกับผู้ใช้ปลายทางคนอื่น ๆ บางส่วนหรือทั้งหมด และการอนุญาตให้โพสต์เนื้อหา คือบริการอนุญาตให้ผู้ใช้ปลายทางโพสต์เนื้อหาบนบริการนั้นได้
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ขัดขวางการสื่อสารที่จำเป็น รัฐบาลออสเตรเลียเห็นควรยกเว้นบริการบางประเภทจากกฎหมายดังกล่าว ได้แก่ บริการส่งข้อความ/อีเมล/การโทร บริการเครือข่ายมืออาชีพ บริการการศึกษา เช่น Google Classroom และบริการสุขภาพ เช่น Kids Helpline
ทว่าข้อยกเว้นสำหรับ บริการเกมออนไลน์ ยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจากแพลตฟอร์มเกมจำนวนมากปัจจุบันมีฟีเจอร์โซเชียลที่ก้าวหน้า เช่น การสตรีมและการสร้างชุมชน ซึ่งอาจทำให้เข้าข่ายการควบคุมได้

ทั้งนี้ กฎหมายโซเชียลมีเดียของออสเตรเลียโอนความรับผิดชอบในการบังคับใช้การจำกัดอายุทั้งหมด ไปยังบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยี โดยไม่มีการลงโทษทางกฎหมายใด ๆ สำหรับผู้เยาว์ที่เข้าถึงแพลตฟอร์ม โดยแพลตฟอร์มที่ถูกควบคุมจะต้องดำเนินการ “ที่สมเหตุสมผล” เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีสร้างหรือรักษาสถานะบัญชีไว้ โดยภาครัฐจะเป็นผู้กำหนดว่า มาตรการใดที่ถือว่า “สมเหตุสมผล”
ขณะเดียวกัน กฎหมายได้เพิ่มความเข้มงวดโดยกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องรับ ภาระการพิสูจน์ ในการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่สมเหตุสมผลแล้ว ซึ่งเป็นการบังคับให้บริษัทต้องลงทุนอย่างมากในโครงสร้างพื้นฐานป้องกันล่วงหน้า
การละเลยหรือความล้มเหลวเชิงระบบ ในการใช้มาตรการจำกัดอายุอย่างสมเหตุสมผล อาจนำไปสู่บทลงโทษทางการเงินที่รุนแรง โดยบริษัทสามารถถูกปรับสูงสุดถึง 50 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ( ราว 1,048.32 ล้านบาท ) การกำหนดค่าปรับในระดับนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนโมเดลความรับผิดชอบทางกฎหมายไปยังบริษัทเทคโนโลยีโดยตรง
อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์ด้วยว่า การดำเนินการตามกฎหมายโซเชียลมีเดียของออสเตรเลีย ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีการยืนยันอายุ ซึ่งอาจสร้างความขัดแย้งเชิงปฏิบัติระหว่างความปลอดภัยออนไลน์กับความเป็นส่วนตัว
นอกจากนี้ กลไกตรวจสอบของรัฐที่เรียกว่า “อีเซฟตี” ( eSafety ) ไม่ได้กำหนดเทคโนโลยีเฉพาะ แต่เพื่อให้การยืนยันอายุมีความ “สมเหตุสมผล” และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ แต่ละแพลตฟอร์มอาจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่เข้มงวด เช่น การวิเคราะห์ทางชีวมิติ หรือ การประมาณอายุด้วยใบหน้า
อีกทั้งเพื่อตอบสนองต่อความกังวลด้านการเฝ้าระวัง กฎหมายโซเชียลมีเดียของออสเตรเลียบังคับใช้มาตรการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวซึ่งเข้มงวดที่สุดชุดหนึ่งในโลกดิจิทัล ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานข้าหลวงด้านข้อมูลแห่งชาติ ( โอเอไอซี )
แม้กฎหมายนี้สะท้อนการก้าวล้ำไปอีกขั้นของออสเตรเลีย ในการควบคุมการใช้งานโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ยากหลีกเลี่ยง ว่าต้องมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และต้องมีการต่อสู้กันทางกฎหมาย อาทิ กลุ่ม Digital Freedom Project ยื่นคำร้องต่อศาลสูงออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2568 เพื่อท้าทายความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายดังกล่าว ข้อโต้แย้งหลักคือ กฎหมายนี้ละเมิดเสรีภาพในการสื่อสารทางการเมืองโดยนัย ซึ่งเป็นหลักการทางรัฐธรรมนูญที่สำคัญของออสเตรเลีย
Digital Freedom Project โต้แย้งว่า การห้ามเยาวชนไม่ให้เข้าถึงแพลตฟอร์มสาธารณะหลัก เท่ากับเป็นการทำให้เสียงของคนหนุ่มสาวเงียบหายไปในประเด็นทางสังคมและการเมืองที่สำคัญ และคดีนี้จะเป็นการทดสอบอำนาจของรัฐบาล ในการจำกัดสิทธิทางดิจิทัลเพื่อผลประโยชน์ด้านสุขภาพ
ตราบใดที่ศาลสูงของออสเตรเลียยังไม่มีคำสั่งยกเลิกหรือระงับการบังคับใช้กฎหมายโซเชียลมีเดียฉบับนี้ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วโลกที่ให้บริการกับผู้ใช้ในออสเตรเลียจะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อตรวจจับและปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ให้ได้ทั้งหมดก่อนวันที่ 10 ธ.ค. 2568 ซึ่งการดำเนินการนี้จะเป็นทั้งกรณีศึกษา และบรรทัดฐานสำคัญในการกำหนดทิศทางการกำกับดูแลดิจิทัลระดับนานาชาติในอนาคต.
ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป
เครดิตภาพ: GETTY IMAGES



