@การเมืองของ”ประเทศไทย”เข้ากับ”สุภาษิต” ที่เรียกว่า”ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามา” เพราะปัญหา”น้ำท่วมภาคใต้” โดยเฉพาะ”หาดใหญ่” ที่”รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย”ที่มี”อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี ยัง”ติดกับดักน้ำท่วม” ที่อยู่ใน”สภาวะ”ของรัฐล้มเหลว” เพราะไม่สามารถ”ใช้คน” ให้ตรงกับ”งาน” ไม่สามารถให้”หน่วยงาน” ทั้งของ”กองทัพ” และ”ท้องถิ่น” กระทรวง ทบวง กรม” เพื่อ”บูรณาการ” จนถูก”ถล่มโจมตี” ทั้งจาก”ประชาชน”ในพื้นที่” นักวิชาการ” และ”พรรคฝ่ายค้าน” กับ”พรรคฝ่ายแค้น” จนทำให้”คะแนนนิยม”ของ”พรรคภูมิใจไทย” ที่ก่อนหน้าจะมี”น้ำท่วมภาคใต้” อยู่ในลักษณะที่” สดใสกาววาว” เป็นอย่างยิ่ง เพราะ”ถนนทุกสาย”ของ”นักการเมือง” ต่างมุ่งมาเป็น” สมาชิก”ของ”พรรคภูมิใจไทย” …..แต่หลัง”น้ำท่วมภาคใต้” โดยเพาะกับ” เทศบาลนครหาดใหญ่” จ.สงขลา ที่แม้ว่า” อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี จะมีการ”เทียวไล้เทียวขื่อ” ลงพื้นที่”หาดใหญ่” ถึง 6 ครั้ง รวมทั้ง”ยอมรับผิด” ในข้อ”บกพร่อง” ที่เกิดขึ้น ที่ทำให้มี”คนตาย” เกือบ 200 คน และ “เศรษฐกิจ”ของ”หาดใหญ่”สูญเสีย” ไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท เป็นเหตุให้”คะแนนนิยม”ของ”พรรคภูมิใจไทย” ในหลายพื้นที่”ตกฮวบฮาบ” นักการเมือง”ชื่อดัง” หลายคน จาก”บ้านใหญ่” ที่ก่อนหน้านี้”หักหัวเลี้ยวเข้าภูมิใจไทย” กำลัง”คิดหนัก” ว่าจะ”กลับหลังหัน” หรือไม่ ขณะที่การแก้”ปัญหาน้ำท่วม”หาดใหญ่ ยัง”ลูกผีลูกคน” นั่นคือ”ความวัว” ที่ไม่ทันหาย…..ก็เกิดการ”สู้รบ” ระหว่าง”ทหารไทย” กับ”ทหารกัมพูชา” ที่กลายเป็น”สงครามย่อยๆ” ใน”แนวชายแดน” ทั้ง 7 จังหวัด นี่เป็น”ความควาย” ที่เกินขึ้นใหม่กับ”รัฐบาล”ซึ่งขณะที่เขียน”คอลัมน์ข่าวสังคมภูมิภาค” สถานการณ์ของการ”สู้รบ” เพิ่งจะเข้าสู่วันที่สามเท่านั้น และจากการ”ติดตามความเคลื่อนไหว” ของ” กัมพูชา” ที่มี “สองพ่อลูก” ของ”ตระกูลฮุน” พบว่า” ทั้ง”ฮุนเซ็น” ผู้พ่อและ”ฮุนมาเน็ต” ผู้เป็นลูก เป็น”นายกรัฐมนตรี” ยัง”สู้ไม่ถอย” มีการ”เสริมทหาร” และใช้”อาวุธหนัก” ต่อพื้นที่ซึ่งเป็น”พลเรือน” ของ”ประเทศไทย” อีกต่างหาก ถ้า” รัฐบาล” ปล่อยให้”กองทัพ” ทำการ”สู้รบ” ที่เป็น”สงครามย่อยๆ” แบบ”ยืดเยื้อ” เกิน 10 วัน เมื่อไหร่ จะสร้างปัญหาให้กับ”ประเทศชาติ” และ”ประชาชน” ซึ่งมีการ”อพยพ” จำนวนเกือบ “ครึ่งล้าน” ไปอยู่ยัง”ศูนย์อพยพ” ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน…..
@ดังนั้น”กองทัพ” ต้องเร่ง”ปิดจ๊อบ” การ”สู้รบ” ครั้งนี้โดยเร็วที่สุด ด้วยการ”ทำลายที่ตั้ง”ฐานอาวุธหนัก” และ”ทำลายถนนหนทางสายหลัก” ของ”กัมพูชา” เพื่อ”ตัดเส้นทางลำเลียง” และต้อง”ยึดคืน” ทุกพื้นที่ซึ่งเป็น”ของไทย” ให้หมดในทุกพื้นที่ซึ่งมีการ”พิพาท” และยัง”ตกลง”ในการ”ปักปันเขตแดน”ไม่ได้ หลังจากนั้นจึงค่อย”พูดคุย” กันอีกครั้ง ถ้า “กองทัพ”ไม่ดำเนินการเช่นนี้ เท่ากับการเปิด”แนวรบ” ครั้งนี้เป็นการ”สูญเปล่า” ทั้ง”ชีวิต”ของ”ทหารหาญ” ที่”พลีชีพ” และ “สูญเปล่า”ของ”งบประมาณ”ในด้าน”อาวุธยุทโธปกรณ์” ที่”สำคัญ” ต้อง”จัดการ” ชายแดน ที่ติดกับ”กัมพูชา” ให้”สงบราบคาบ” เพื่อให้”ประชาชนนอนตาหลับ” และ”ทำมาหากิน” โดยไม่ต้อง”หวาดระแวง” ต่อการ”คุกคาม” ของ”ทหารกัมพูชา” ….. โดยเฉพาะ”พื้นที่”ซึ่ง”ยึดได้แล้ว” ต้องให้”กำลังทหาร” และ”ตำรวจตระเวนชายแดน” ตั้ง”ฐานปฏิบัติการ” แบบ”ถาวร” ไม่ใช่ยึดได้แล้ว” วางลวดหนาม” และ”ถอนกำลัง” ถ้าเป็นแบบนี้” ทหารกัมพูชา” ก็จะเข้า”ทำลายลวดหนาม” และฝัง”ทุ่นระเบิด” เพื่อ”ดักทำลายทหาร” ที่เข้าไป”ลาดตระเวน” อย่างที่ผ่านมา การ”ยึดได้” จะไม่มี”ความหมาย” แต่อย่างใด…..
@ในทาง”การเมือง” รัฐบาล” ต้องมีหน้าที่” กำกับดูแล” ให้”กองทัพ” ดำเนินการทาง”ทหาร” ที่ต้องไม่มี”ผลกระทบ”ต่อ”การเมือง” ระหว่างประเทศ และประเทศ”มหาอำนาจ”ด้วย เพราะ วันนี้”ประเทศไทย” ไม่ได้เพียง”ประเทศเดียว”อย่าง”เดี่ยวโดด”แต่ ต้องอยู่ใน”สังคมโลก” ต้อง”พึงพาอาศัย” ทั้ง”ประเทศมหาอำนาจ” และ”ประเทศอื่นๆ การใช้”ไม้แข็ง” และ”วาทกรรม” ทาง”ทหาร” เพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้”ประเทศไทยชนะศึก” แต่กลายเป็น”ผู้แพ้สงคราม” ฉะนั้น “สีหะศักดิ์ พวงเกตุแก้ว “ รองนายกรัฐมนตรี และ”เสนาบดีกระทรวงต่างประเทศ” ต้อง”ทำงานหนัก” ในด้าน”การทูต” เพื่อการ”สื่อสารกับสังคมโลก” อย่าง”รวดเร็ว,ครบถ้วน” โดย”ข้อเท็จจริง” เพื่อ “ต่อสู้”กับ” ฮุนเซน” และ”ฮุนมาเนต” รวมทั้ง”มาลีโสเจีย ตา” ที่ ช่วงชิง” ความ”รวดเร็ว” ของการ”สื่อสาร” ในการ”กล่าวเท็จ” และ”ใส่ร้ายป้ายสี” กองทัพ” และ”รัฐบาลไทย…..สงครามย่อยๆที่เกิดขึ้น ระหว่าง”ไทย”กับ”กัมพูชา” วันนี้คือ “สงครามลูกผสม”หรือที่เรียกว่า” “ไฮบริจวอร์แฟร์” ที่สู่กันด้วย”อาวุธ”และ”กำลังทหาร” สู้กันด้วย”หลักการทูต” และสู้กันด้วย”เศรษฐกิจ” และ” อื่นๆ” ฉะนั้น “เป้าหมาย” สำคัญ” ที่”กองทัพ” และ”รัฐบาล” ต้อง”ทำลาย” คือแหล่งที่มาของ”รายได้” จาก”ธุรกิจสีเทา”ที่”ผิดกฎหมาย” ไม่ว่าจะเป็น”สแกรมเมอร์” และ”คาสิโน” แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์” ซึ่งไม่ใช่”อาชญากรรมข้ามชาติ” แต่เป็น”อาชญากรรมของโลก” ที่”รัฐบาล” และ”กองทัพ” ต้องใช้”โอกาส” นี้”กวาดล้าง” ให้”สิ้นซาก” เพราะ “สิ่งเหล่านี้” คือ”งบประมาณ” ที่ “ฮุนเซน” ใช้ในการ”หล่อเลี้ยง” ให้”กองทัพ”ของ”กัมพูชา” มีขีดความสามารถ” ในการเป็น”ภัยคุกคาม” ต่อ”อธิปไตย” และต่อ”ประชาชน” ของ”ประเทศไทย…..แต่ในขณะเดียวกันหลังการ” ยึดพื้นที่” ซึ่ง”สมควรยึด” เป็นของไทยแล้ว ก็ต้องมีการ”เจรจา” เพราะไม่มี”ประเทศไหน” ที่มี”ชายแดนติดกัน” มุ่งในการทำ”สงคราม” แล้วทำการ”เจรจา” วันนี้” เพื่อ”ประโยชน์” ของ”ประเทศชาติ” และเพื่อให้เป็นตาม”กระแสของประชาชน” นายกรัฐมนตรี”อนุทิน ชาญวีรกุล” สามารถ”พูด”ได้ว่าจะไม่มีการ”เจรจา” แต่สุดท้ายอย่างไรเสี่ยงก็ต้องมีการ”เจรจา”เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าด่วน”ปากเบา” ด้วยการบอกกับ”สื่อมวลชน” ว่าจะไม่มีการ”เจรจา” และหวังว่าใน”แนวรบ”ของ”สงครามความมั่นคง” รัฐบาล” ที่มี” อนุทิน ชาญวีรกุล” จะต้องไม่พ่ายแพ้อย่าง”ยะญ่ายพ่ายจะแจ” แบบที่”แพ้สงความภัยพิบัติของธรรมชาติ” อย่างที่”หาดใหญ่”…..ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่”ปลุกกระแสคลั่งชาติ” ให้เกิดขึ้นใน”ประเทศ” เพื่อหวังเพียง”คะแนนนิยม” ต่อ”พรรคภูมิใจไทย” และเพื่อ”กลบเกลื่อน” ความ”ล้มเหลว” ในการ”แก้ปัญหาอุทกภัย” ที่”เทศบาลนครหาดใหญ่” ผลประโยชน์ของ”ประเทศไทย” ต้องมาก่อน ผลประโยชน์ของ”พรรคการเมือง” อย่ามองเพียง”คะแนนนิยม” ของ”ประชาชน” ที่มีต่อ”พรรคภูมิใจไทย” เพียงด้านเดียว เพราะ ใกล้การ”ยุบสภา” เพื่อเข้าสู่”โหมดการเลือกตั้ง” ในปี 2569 เท่านั้น….
@กลับมาที่”ปัญหา”ของ”น้ำท่วมภาคใต้” โดยเฉพาะที่” เทศบาลนครหาดใหญ่” จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่”แอ่งกระทะ” อีกครั้ง” ยอมรับว่า”ผิดหวังมาก” กับ”กองทัพภาคที่ 4 “ ภายใต้การบริหารของ”พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน. ภาค 4 ที่เป็นหน่วยงานซึ่งมีความพร้อมกว่าทุกหน่วยงานในการ”รับมือ”กับ”ภัยพิบัติ” ที่เป็น”ภัยธรรมชาติ” เพราะเป็น”หน่วยงาน” ที่มี”ความพร้อม” ทั้งในเรื่องของ”กำลังพล” และ”ยานพาหนะ รถรา ม้าช้าง” ในการ”อพยพ” ผู้ที่ประสบ”อุทกภัย” และในการ”กอบกู้ตัวเมือง” ที่เต็มไปด้วย”ขยะมูลฝอย”หลัง”น้ำลด” แต่”สภาพ”ของ” กำลังพล” และ”ศักยภาพ” ของ”กองทัพภาคที่ 4 “ ในการ”รับมือ”กับ”อุทกภัย”ครั้งนี้เป็นเหมือน”เป็ดง่อย” ก็ไม่ทราบว่าอะไรคือ”ปัญหา” และอะไรคือความ”ไม่พร้อม” ก็ต้อง”ส่วนหัว” คือตัวของ”แม่ทัพ” ที่อาจจะไม่”เข้าใจ” ใน”บริบท”ของ”ภาคใต้” รวมทั้งการ”จัดวาง” คน”ใกล้ตัว” ที่มาจาก”กองทัพภาคอื่น” ซึ่งขาดความ”เชื่อมต่อ”กับ”กองกำลังของกองทัพภาคที่ 4 “ เพราะดู”อาการ” ที่เกิดขึ้น เหมือนกับว่า” แม่ทัพภาค 4 “ คนใหม่ จะถูก”วางยา” เพื่อให้ถูก”วิพากษ์วิจารณ์” ว่า”บมิไก๊”…..เรื่องของการ”รับมือ”กับ”อุกทกภัย” ในครั้งนี้ถือว่า” พล.ท.นรธิป” โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 “สอบตก” ดังนั้นจึงต้องดูว่า ในการ”รับมือ”กับ”การก่อการร้าย” ของ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น” ซึ่งหลัง”น้ำลด” ก็ได้”ปฏิบัติการ” ในการ”ซุ่มยิงตำรวจ” ในพื้นที่ “จังหวัดปัตตานี”ไปแล้ว 2 ราย และ”ข่าว”จาก”วงใน” แจ้งว่า”กองกำลังติดอาวุธ”ของ”บีอาร์เอ็น” เตรียมการ ในการ”ก่อเหตุร้าย” ในห้วงเวลา”ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” ที่จะถึงนี้ ก็ต้องถามว่า”งานการข่าว” ซึ่งมี”ผู้อำนวยการสำนักข่าว กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” เป็น “ทหารรุ่น 26 รุ่นเดียวกับ” แม่ทัพ” ซึ่งเป็น”คนนอก” กองทัพภาคที่ 4 ถึง”ดึงตัว” มาเป็น” ผอ.สำนักข่าว” มีการ”ยกเครื่อง” งานการข่าว” หรือการ”พัฒนา” ขีดความ”สามารถ” ของงาน”การข่าว” ไปถึงไหนแล้ว และ”รู้ลึก” ถึงความ”เคลื่อนไหว” ของ” กองกำลังติดอาวุธ” ของ” บีอาร์เอ็น” หรือยังว่า”เป้าหมาย” ในการ”ก่อการร้าย” ในห้วง”ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” อยู่ในพื้นที่ใดบ้าง ถ้า”ไม่รู้” การ”ป้องกัน” ก็จะ”สะเปะสะปะ” เหมือนเดิม…..
@และที่”ผิดหวัง” มากกับการทำหน้าที่” บริหารจัดการ”กับ”ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่” คนที่ 2 คือ” รัฐศาสตร์ ชิดชู” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา” ที่ทำหน้าที่ในการ”แก้ปัญหา”เหมือน”ตุ๊กตาไขลาน” ไม่เหมือนกับการเป็น”พ่อเมือง” ที่ต้องเป็น”ผู้บัญชาการเหตุการณ์” ที่ต้อง “เข้าใจปัญหา” และต้องรู้วิธีการในการ”แก้ปัญหา” ไม่ใช่การ”รับฟัง” การ”รายงาน” จาก”ลูกน้อง” เพียงอย่างเดียว สำหนรับการให้”คะแนน” ในการ”แก้ปัญหาน้ำท่วม” ของ”รัฐศาสตร์” ชิดชู” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาคือ” สอบไม่ผ่าน” ก็ต้องดูต่อไปว่า”หลังน้ำลด” และสามารถ”กอบกู้เมืองหาดใหญ่”กลับคืนมา ในการแก้ปัญหา” เศรษฐกิจ” ใน”ฐานะ” ที่” หาดใหญ่” เป็นเมือง”เศรษฐกิจการท่องเที่ยว” ผู้ว่าราชการจังหวัด จะมี”วิสัยทัศน์”ในการ”แก้ปัญหา” อย่างไร…..แต่ที่ “แน่ๆ” คือ วันที่ 14 ธันวาคม “ขยะมูลฝอย” จะถูกการ”บริหารจัดการ”ไม่เหลืออยู่ใน”เทศบาลนครหาดใหญ่” เป็นเรื่องที่”เป็นไปไม่ได้”เพราะในขณะที่”ผู้เขียน” นั่ง”โม่ต้นฉบับข่าวสังคมภูมิภาค” ซึ่งเป็นวันที่ 10 ธันวาคม “ขยะมูลฝอย” ถูก”จัดเก็บ”ไปได้เพียง 30 % เท่านั้น คือ”สวยเฉพาะถนนสายหลัก” และ”อัปลักษณ์” ใน”ถนนสายรอง” และใน”ชุมชน” ที่ยังมี”กองขยะ”เป็น”พะเนินเทินทึก” ใครที่”ลั่นปาก” ว่า “วันที่ 14 หาดใหญ่” จะ”สะอาดปราศจากขยะ”” ให้เตรียมตัว”รับก้อนอิฐ” แทน”ช่อดอกไม้” รวมทั้ง” รัฐศาสตร์ ชิดชู” ที่ให้”สัมภาษณ์” กับ”สื่อมวลชน” ว่าวันที่ 14 ธันวาคม” หาดใหญ่จะปราศจากขยะ”…..
@และที่”ไม่เป็นงาน” และ”น่าผิดหวัง” คือ”สาธารณสุข” ที่ไม่เห็นความ”สำคัญ” ของ”ผู้คน” ที่”ประสบอุทกภัย” ขาดการ”แจกจ่ายเวชภัณฑ์” จำพวก”หยูกยา” ให้กับ”ประชาชน” ที่เป็นโรคต่างๆ” จาก”การ”แช่น้ำ” และจากการ”จมน้ำ” แม้แต่ยาแก้โรค”ฉี่หนู” ที่มีความ”จำเป็น” ก็มีการ”แจกจ่าย”ไม่ทั่วถึง อย่าลืมว่า “อุทกภัย” ไม่ได้เกิดที่”เทศบาลนครหาดใหญ่” เพียงที่เดียว” แต่เกิดทั้ง”จังหวัด”ทั้ง 16 อำเภอ” ทำไมการ”ดูแล”ประชาชน” จึง”กระท่อนกระแท่น” หรือ”ตำแหน่งเสนาบดี”ของ”กระทรวงนี้” มีหน้าที่แค่เดินตามหลัง” นายกรัฐมนตรี” เท่านั้น…..และที่”ผิดหวัง” อีกหนึ่ง”องค์กร” คือ”ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเขต 12” ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ”สนามบินหาดใหญ่” ซึ่ง”ปกติ” จะเป็นหน่วยงานที่” มีความพร้อม” ทั้ง”บุคลากร” และ”เครื่องจักรกล” ทั้ง”รถรา ม้า ช้าง” ในการ” ช่วยเหลือผู้”ประสบอุทกภัย” แต่ครั้งนี้”หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย” ก็ไม่ต่างกับ”เป็ดง่อย” ที่มา”จมน้ำตาย” ในเหตุ”น้ำท่วมหาดใหญ่” ครั้งนี้…..ดังนั้นความ”หายนะ” ของ”เมืองหาดใหญ่” และที่คน”หาดใหญ่” ได้รับจาก”อุทกภัย” ในครั้งนี้ จึงไม่ควรที่จะ”โยนบาป”ให้กับ”ณรงค์พร ณ พัทลุง” หรือ”ปลัดแป้น” นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ เพียงคนเดียว เพราะทุกหน่วยงานต่าง”สอบตก” ด้วยกันทั้งหมด ในการแก้ปัญหา”น้ำท่วมครั้งนี้ เพียงแต่”ปลัดแป้น” ต้อง”รับผิดชอบ” เป็น”ด่านแรก” ที่ไป”ไลน์สด” สร้างความ”มั่นใจ” ให้”ชาวหาดใหญ่” ว่า”เอาอยู่” และมีการ”เตือนภัย” เรื่องของ”น้ำเข้าเมืองหาดใหญ่”แบบที่เรียกว่า”ช้าไปแล้วต๋อย”…… แต่”เอาเถอะ” ผิด ถูก” ก็ว่ากันไป และ”แก้ไข” ให้กลับมาไม่ได้แล้ว วันนี้ สิ่งที่ต้องการเห็นคือ” รัฐบาล” ที่มี”อนุทิน ชาญวีรกุล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็น”นายกรัฐมนตรี” จะมี”มาตรการ” ในการ”ฟื้นฟู” เมืองหาดใหญ่ ที่”เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เสียหายไม่ต่ำกว่า แสนล้าน” เพราะ”มาตรการ” ที่”หลายกระทรวง” แถลงมานั้น ยังไม่”ครอบคลุม” และหลายอย่าง ไม่สามารถ”ฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่”ได้จริง…..
@แน่นอนว่า”หาดใหญ่” เจอกับสภาพของ”น้ำท่วม” ที่”หนักหน่วง” มาแล้ว 4 ครั้ง และ”หาดใหญ่” ก็”ฟื้นคืน” ด้วย”ลำแข้ง ลำขา” ของคน”หาดใหญ่” เอง แต่ ครั้งนี้ สภาพของ”หาดใหญ่ หนักหนาสาหัสกว่า”ทุกครั้ง” และต้องไม่ลืมว่า” หาดใหญ่” เพิ่งจะ”ฟื้นตัว” จาก”โควิด 19 มาเพียง 2 ปี “โรงแรม” หลายโรงยัง”ทิ้งร้าง” อยู่ เพราะไม่มี”กำลัง” ในการ”ฟื้นฟู” วันนี้ “โรงแรม” และ”บริษัท ห้างร้าน โกดังเก็บสินค้า ศูนย์การค้า” ต่าง”จมอยู่ใต้น้ำ” สินค้าเสี่ยหายทั้งหมด อาคาร บ้านเรือน เสียหาย ทั้งหมด ถ้า”ภาครัฐ” ไม่มีการ”ทุ่มเท”การ”ช่วยเหลือ” อย่าง”จริงจัง” หลาย”ธุรกิจ” คง”ไปต่อ”ไม่ได้ และ นั้นหมายถึงการไม่มีการ”ลงทุน” ที่ตามมาด้วยการ”ตกงาน” ของ”พนักงาน” และ”ผู้ใช้แรงงาน”……ส่วนเรื่องการ”ถอดบทเรียน” เพื่อแก้ปัญหาของ”หาดใหญ่” ใน”อนาคต” ก็เป็นเรื่อง”จำเป็น” เพราะไม่มีใคร”การันตี”ได้ว่า” ปีหน้า” หรือ”ปีโน้น” จะไม่เกิด”อุทกภัย”ขึ้นกับ”หาดใหญ่”อีก” โดยเฉพาะการ”แปรปรวน”ของ”สภาวะดินฟ้าอากาศ” เป็นเรื่องที่”เหนือการคาดหมาย” ถ้า”ท้องถิ่น” และ”รัฐบาล” ไม่”ร่วมมือกัน” ในการ”ถอดบทเรียน” และ”พัฒนาเมือง” ทั้งการ”ขุดคลองเพื่อนำมวลน้ำ” ที่”ไหลบ่า” เข้าเมือง”หาดใหญ่” ไปลงยัง”คลองต่างๆ” ที่นอกจาก”คลองร 1 แล้ว ยังมีคลอง ร 2 ร 3 ร 4 และ ร 5 รวมทั้งการ”ทำแก้ลิงเพิ่ม” การทำ”ฟลัดเวย์” เพื่อการ”เบี่ยงน้ำ” ให้ออกจาก”ตัวเมืองหาดใหญ่” และการ”เพิ่ม”ท่อระบายน้ำ” บนถนนลพบุรีราเมศวร์” ที่เป็น”ทางเลี่ยงเมือง” ซึ่งกลายเป็น”เขื่อนกั้นน้ำ”ทำให้ความ”สามารถ” ในการ”ไหลของน้ำ” เพื่อไปลงที่”ลุ่มต่ำ” ทำไม่ได้ ทั้งหมดต่างมี”หนทาง” ในการ”แก้ไข” เพียงแต่ที่ผ่านมา” ท้องถิ่น” กับ”รัฐบาล” ขาดการ”บูรณาการ” ซึ่งกันและกัน และที่”สำคัญ” เป็น”งานช้าง” แต่”รัฐบาล” ต้องทำ “คือการจัด”งบประมาณ”ในการ”ขุดลอกทะเลสาบสงขลา” ซึ่งเป็นที่”รับมวลน้ำ” ทั้งหมด” ทั้งจาก”คลองอู่ตะเภา” จาก”คลอง ร 1 และ คลอง ร ต่างๆ ที่วันนี้”ทะเลสาบ”ตื้นเขิน “ เต็มไปด้วย”ตะกอน” จนไม่สามารถ”รับน้ำ” จำนวน”มหาศาล” จากทุก”ทิศทาง”ได้อีกต่อไป ถ้าไม่”แก้ไข”ตรง”จุดนี้” ก็ถือว่าเป็นการ”แก้ปัญหา” ที่ไม่”ตรงจุด” นั้นเอง…..เรื่อง”ขุดลอกทะเลสาบสงขลา” ได้ยินได้ฟัง”เดชอิศม์ ขาวทอง” หรือ”นายกชาย” สส.เขต 5 สงขลา อดีต “เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์” ใช่ในการ”หาเสียง” กับ”ประชาชน” จนเป็น” สส. มาแล้ว 2 สมัย เป็น” รัฐมนตรีช่วย” มาแล้ว 2 กระทรวง แต่เรื่องการ”ขุดลอกทะเลสาบสงขลา” ยังเป็นเพียง”วาทะกรรม” ที่”ไม่มีอยู่จริง” หรือทั้งหมดเป็นเพียง”การหาเสียง” เพื่อ”เอามันส์” เท่านั้น…..
@เรื่องของ”ไฟใต้” ที่ยังมองไม่เห็น”จุดจบ” ว่าจะ”จบ” อย่างไร หลัง”น้ำลด” มี”ตำรวจภูธร” ใน “จังหวัดปัตตานี” ถูก”ซุ่มยิง 2 ราย ตาย 1 บาดเจ็บ 1 นั่นหมายความว่า การ”ซุ่มโจมตี” เจ้าหน้าที่รัฐ ใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” กำลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง และ”ข่าววงใน” จาก”สายข่าว” แจ้งว่า” กองกำลังติดอาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” ยังคงมีการ”ปฏิบัติการ” ต่อ”เจ้าหน้าที่รัฐ” ทั้งที่เป็น”ตำรวจ,ทหาร” และ”อาสารักษาดินแดน” โดยยังมีการ”สั่งการ” ให้”โจมตีเป้าหมาย” เพื่อ”ทำลายเศรษฐกิจ” ในพื้นที่ ก็เป็น”หน้าที่” ของ” พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในการ”คลี่คลาย”สถานการณ์ เพราะ” แม่ทัพภาคที่ 4” ได้มีการ”โยกย้าย” และ”สับเปลี่ยนตำแหน่ง” ใน”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ไปแล้วหลายส่วน ทั้งการเอาเพื่อน”ร่วมรุ่น” ที่เรียกว่า”รุ่น 26 “ เข้ามา”รับผิดชอบ” ใน”ตำแหน่งหลัก” แบบ” เต็มพิกัด” และใน”จังหวัดนราธิวาส” มีการนำ”กำลังจากกองทัพภาค ที่ 1 “ ที่เป็น”ทหารเขียว” มารับผิดชอบแทน”กำลังของกองทัพภาคที่ 4”เหลือเพียง “กองกำลัง อส.ทพ.” หรือ”ทหารพราน” เท่านั้น ที่เป็นคน”ท้องที่” ก็ต้องดูว่า” นโยบาย” เช่นนี้ จะ”ป้องกัน”การน”ก่อการร้าย” ใน”จังหวัดนราธิวาส”ได้หรือไม่…..ส่วนเรื่องการ”พูดคุยสันติสุข” ที่”ชะงัก”ไปนานเกือบ 3 ปี ได้มีการ”ขับเคลื่อน”เวทีการ”พูดคุย” แล้ว ระหว่างวันที่ 8-10 ธค. ที่ผ่านมา โดยฝ่าย”ไทย” คือ” พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา ทำหน้าที่เป็น”หัวหน้าคณะพูดคุย” ส่วนตัวแทนของ”บีอาร์เอ็น” ยังเป็น”หิพนี มะเระ” อดีต “โต๊ะอิหม่าม” ใน อำเภอบันนังสตา” เป็น”หัวหน้าพูดคุย ซึ่งจากการดู”รายละเอียด” ของ”ทั้ง 2 ฝ่าย” ที่มีการ”เรียกร้องเพื่อการ”ยุติปัญหา” ความ”รุนแรง” ที่เกิดขึ้น โดยฝ่ายไทยมีข้อเสนอ 3 ข้อ” แบบเดิมๆ นั้นคือการ”ยุติความรุนแรง”เป็นหลัก ส่วน”บีอาร์เอ็น” เรียกร้อง 5 ข้อ” ซึ่งทั้ง 5 ข้อ กลับไปกลับมาก็จบลงที่ให้”ปัตตานี” เป็น”เขตปกครองตนเอง” ซึ่งเป็นไปตาม”นโยบาย” ของ”รัฐบาลมาเลเซีย” ส่วน”แกนนำบีอาร์เอ็น” ที่เป็น”ตัวจริง” ยัง”เงียบ” อยู่ใน”ที่ตั้ง” ไม่ แสดงความคิดเห็น ว่า”เห็นด้วย” หรือ”ไม่เห็นด้วย” กับ”ตัวแทน”ของ”บีอาร์เอ็น” ที่อยู่ในโต๊ะพูดคุย ซึ่งจัดตั้งโดย”รัฐบาลมาเลเซีย” เชื่อเถอะ การยื่นข้อเสนอที่” กลับหัวกลับหาง” เช่นนี้ มามีทาง”สำเร็จ” ในการที่”ยุติไฟใต้” ด้วยการ”เจรจา” หรือ”พูดคุย” แต่ก็ยัง”อุ่นใจ” ใน”คณะพูดคุยสันติสุข” ของ”รัฐบาล” ครั้งนี้มี” พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร” อดีต” เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งเป็น”บุคคล” ที่”รู้ลึก” และ”รู้จริง” เกี่ยวกับ” เล่ห์เหลี่ยม” ของ” บีอาร์เอ็น” และความต้องการของ”รัฐบาลมาเลเซีย” และ”รู้ลึก” ในโครงสร้าง” ของ”ขบวนการบีอาร์เอ็น” เชื่อว่า”พล.ร.ต.สมเกียรติ” จะเป็น”หลัก” ในคณะพูดคุยชุดนี้ ส่วนใครจะ”คาดหวัง” และ”แถลงข่าว” ว่าเป็นการ”เจรจา”หรือ”พูดคุย” ที่มีการ”ตอบสนอง” ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี ก็ว่ากันไป “เพราะ”หนทางจะเป็นการพิสูจน์ม้า กาลเวลาจะเป็นผู้พิสูจน์คน”โดยเฉพาะ” บีอาร์เอ็น”…..แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
——————————————————————————

กฤษณนันท์ กำไร รอง ผวจ.นราธิวาส เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) ประจำปี 2567 เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1 หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้ได้รับพระราชทานฯ จำนวน 16 ราย เข้าร่วม ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัด สพป.นราธิวาส เขต 1–3 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานราธิวาส ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ สนง,เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1
/////////////////////////////////////////////

กลุ่มเปราะบาง. ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล หัวหน้าศูนย์เดลินิวส์ภาคใต้ตอนล่าง เป็นตัวแทนมูลนิธีแสงไช้กี เหตระกูล หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ มอบถึงยังชีพให้กับ กลุ่มเปราะบาง ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ประสพภัยน้ำท่วม ณ สำนักงานเดลินิวส์ ถนนไทยอาคาร อ.หาดใหญ่ จ,สงขลา
/////////////////////////////////////////////

ช่วยน้ำท่วม. ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.เขต 4 สงขลา มอบหมายคณะทำงานร่วมกับเทศบาลม่วงงาม นำถุงยังชีพแจกให้กับพี่น้องชาวตำบลม่วงงาม ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ณ.วัดคงคาเลี้ยว ต,ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา
/////////////////////////////////

น้ำท่วม-น้ำใจ อาจารย์แหม่ม แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ จ.สงขลา นำสิ่งของ ต่างๆ มอบให้กับนักเรียน โรงเรียนวัดโตนดด้วน อ.กระแสสินธั จ,สงขลา เป็นการซับน้ำตา จากภัยธรรมชาติ ท่ามกลางความดีใจของเด็กนักเรียน
/////////////////////////////////////////////////

ชื่นชม, นิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ,บต.เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาทีมตอบโต้ภัยพิบัติทางน้ำประจำตำบล จ.ยะลา ประจำปี 2569 พร้อมกล่าวชื่นชม การปฏิบัติหน้า ในการรับมือภัยพิบัติที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมปั้นหยา เขื่อนยางลาง อ,บันนังสตา จ,ยะลา
///////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. พล.ท,นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4ให้การต้อนรับนักกีฬาปันจักสีลัตทีมชาติไทย พร้อมให้โอวาส ก่อนเดินทางไปแข่งขันกีฬาสีเกมส์ ณ ห้องรับรอง กอ,รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ,ยะรัง จ.ปัตตานี
////////////////////////////////////////////////

ช่วยเหลือ. วันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมี. ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. สนับสนุนถุงยังชีพ ภายใต้โครงการ “มาเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพแด่ผู้ประสบภัยจังหวัดปัตตานี” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ สมาคมฮกเกี้ยน อ,เมือง จ.ปัตตานี
/////////////////////////////////////////////

แสดงความยินดี. อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ กรรมการบริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย และผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดยะลา เข้าแสดงความยินดีกับ ว่าที่ พ.ต.อ.ตัรมีซี เจ๊ะดี เนื่องในโอกาสรับตำแหน่ง ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และ ร่วมแสดงความยินดีกับ ว่าที่ พ.ต.ต.ไพศาล หะนิแร ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง สวส. สภ,สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
///////////////////////////////////////////////////////

ต้านคอร์รัปชั่น. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา เข้าร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด “HERO OF THE TRUTH รวมหยุดคอร์รัปชัน” เพื่อประกาศเจตนารมณ์และขับเคลื่อนมาตรการความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดยะลา ภายในงานได้รับมอบประกาศนียบัตรผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ระดับดีเยี่ยม โดยมี ก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุมศรียะลา ศาลากลางจังหวัดยะลา
//////////////////////////////////////////////

ไม่ทิ้งกัน. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา พร้อมคณะผู้บริหาร พบปะและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ก่อนออกเดินทางไปช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้แนวคิด “คนเทศบาลไม่ทิ้งกัน” ณ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา
//////////////////////////////////////////////

รายงานตัว. พ.ต.อ.สนธยา ธูปทอง ผกก.สภ.ควนโดน จ.สตูล เดินทางไปรายงานตัวเพื่อรับตำแหน่ง และเข้ารับตำแห่ง รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ต่อหน้า พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมทั้งเข้าพบ พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี ในโอกาสดังกล่าว ณ ห้องทำงาน ศาลากลางจังหวัดปัตตานี
////////////////////////////////////////////////

ปลุกพลัง . ทรงกรด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง บัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผอ. ป.ป.ช. ประจำ จ.ตรัง หัวหน้าส่วนราชการ และภาคีเครือข่ายสังคม ร่วมกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล(ประเทศไทย)ร่วมแสดงพลัง HERO OF THE TRUTH : ร่วมหยุดคอร์รัปชั่นและโลกแห่งความจริง สังคมไทยสู่อนาคตโปร่งใสและยั่งยืน เคียงข้างสังคมโลก ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับประชาคมโลกว่า “ประเทศไทยไม่ทนต่อการทุจริต” ให้ทุกภาคส่วนร่วมเป็นพลัง ขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่อนาคตที่โปร่งใสและยั่งยืน ณ ห้องประชุมพระยารัษฎา ศาลากลางจังหวัดตรัง
////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง โดย อิงอร คงชู ผู้อำนวยการสำนักงาน พร้อมด้วย พัทธมน ศิริมาตยนันท์ (พนักงานการตลาด 6) ร่วมให้การต้อนรับ Henry Moodie ศิลปินชื่อดังระดับโลกจากประเทศอังกฤษ เจ้าของเพลงฮิตที่มียอดสตรีมมิ่งกว่า 160 ล้านครั้งทั่วโลก อาทิ you were there for me, drunk text และ pick up the phone ซึ่งมีฐานผู้ติดตามจำนวนมากในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา เดินทางมาถ่ายทำคอนเทนต์ ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง หวังสร้างกระแสการเดินทางให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ
//////////////////////////////////////////

ณ ห้องประชุมอาคารเรียน 1 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต ตรัง จัดประชุมประจำปี สภาองค์กรชุมชนจังหวัดตรัง จำนวน 90 สภาฯ พร้อมตัวแทนสมาชิก รวมผู้เข้าร่วมจำนวน 135 คน ในที่ประชุม ได้มีการเสนอชื่อเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ของสภาองค์กรชุมชนจังหวัดตรัง ตำแหน่งประธาน รองประธาน และเลขา ในที่ประชุมมีมติให้ นายพงศ์พัฒน์ พันธุศักดิ์ ประธานองค์กรชุมชนตำบลทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว เป็นประธานฯ และเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติ ต่อไป
///////////////////////////////////////////////

มอบถุงยังชีพ. ร.ต.ท.วิวัฒ ดำคง นายกเมศมนตรี เทศบาลตำบลม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา คณะผู้บริหาร และ สมาชิกสภาเทศบาลฯ มอบถุงยังชีพ ให้กับประชาชนผู้ประสพภัยน้ำท่วม ในเขตเทศบาลตำบลม่วงงาม ณ เทศบาลตำบลม่วงงาม อ,สิงหนคร จ.สงขลา



