@@… จากเสียงกระสุนปืนดังนัดแรก วันอาทิตย์ 7 ธ.ค.68 บริเวณพื้นที่ ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย จนกลายเป็นชนวน ทำให้กองทัพไทยจำเป็นต้องยิงปะทะตามกฎการใช้กำลัง ตั้งแต่เช้าวันที่ 8 ธ.ค.การปะทะระลอกใหม่จึงได้เกิดขึ้น ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ภาคอีสานและตะวันออก สถานการณ์ความไม่สงบใน
พื้นที่แนวชายแดนตลอดกว่า 1 สัปดาห์แล้วในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว และ ตราด สถานการณ์ตึงเครียดตลอด 24 ชั่วโมง เพราะฝ่ายทหารกัมพูชายิงอาวุธนานาชนิด ทั้ง ปืนใหญ่, จรวด BM-21, บินโดรนสังหาร ฯลฯ อย่างไรก็ดีใน “ยุทธการศตวรรษ” ได้ใช้ชื่อเป็นเกียรติแก่ จ.ส.อ.ศตวรรษ สุจริต สังกัด ร้อย.ม.(ลว.)6 กำลังพลพลีชีพเป็นรายแรก บริเวณฐานปฏิบัติการอนุพงศ์ ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี สำหรับวีรชนทหารกล้า สละชีพเพื่อชาติ (ระหว่างวันที่ 8-18 ธ.ค. รวม
21 นาย)

@@… ความมุ่งมั่นของ เหล่าทัพทหาร-ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง ต่างร่วมกันทำหน้าที่เพื่อรักษาความมั่นคง และอธิปไตยของชาติ ยังคงเข้มแข็ง เพื่อให้ความสงบเรียบร้อยกลับคืนสู่พื้นที่ การรักษาอธิปไตยครั้งช่วงปลายปี 2568 จะถูกบันทึกเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานได้จดจำอย่างแน่นอน การบูรณาการของเหล่าทัพไทยแบบเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.อุกกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส., พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ., พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร., พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ., และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ประสานงานกันทุกองคาพยพ ทั้งน้ำ-ฟ้า-ฝั่ง โดยมี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการกองทัพบก ในฐานะเลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน. ) ลงไปเกาะติดในพื้นที่ภาคอีสาน 4 จังหวัด อำนวยการยุทธ์ร่วมกับ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผบ.กองกำลังสุรนารี ร่วมบัญชาการการรบในวอร์รูม อย่างใกล้ชิด ภารกิจเป้าหมายตามความมุ่งมั่นของ พล.อ.ชัยพฤกษ์ คือ กองทัพบก จะทำให้กัมพูชาสิ้นสภาพขีดความสามารถทางการทหารไปอีกยาวนาน เพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน

@@… ในส่วน กองทัพภาคที่ 1 พื้นที่จังหวัดชายแดนตะวันออก พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วยพล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.กองกำลังบูรพา สำหรับกองทัพเรือ ได้มี พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผบ.หน่วยนาวิกโยธิน และ ผบ.กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) พล.ร.ต.โยธิน ธนะมูล ผบ.กองพลนาวิกโยธิน นำกำลัง ทหารเรือนาวิกโยธิน (นย.), กองพันทหารราบที่ 2 (ค่ายตากสิน จันทบุรี) พร้อม หน่วยรบพิเศษ กองทัพเรือ มนุษย์กบ SEAL และ RECON นาวิกโยธิน เข้ายึดคืนแผ่นดินไทย ด้วยการรุกแบบจู่โจม เข้าควบคุมที่หมายแบบเบ็ดเสร็จ สถาปนาความมั่นคงที่มั่น กปช.จต.โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด สามารถขับไล่กองกำลังฝ่ายตรงข้ามออกจากพื้นที่บ้านหนองรี (บ้านสามหลัง) ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ได้สำเร็จ พร้อมเชิญ ธงราชนาวีไทย ขึ้นสู่ยอดเสา เพื่อประกาศเอกราชเหนือพื้นที่ปฏิบัติการภายใต้ชื่อ “ตราดปราบปรปักษ์”

@@… ในพื้นที่การปะทะแนวชายแดน ทั้งของ กองทัพภาคที่ 2 และ กองทัพภาคที่ 1 ได้รับการสนับสนุนทางอากาศจาก พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์ ผบ.กองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (คปอ.) สนับสนุนกำลังทางอากาศ เครื่องบินรบขับไล่ F-16 และ เครื่องบินกริพเพน ขึ้นบินทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมายทั้งในพื้นที่ฝั่งภาคอีสานและภาคตะวันออก เพื่อสนับสนุนกำลังภาคพื้นดิน ของทหาร กองกำลังสุรนารี, กองกำลังบูรพา และ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด การปฏิบัติการทางอากาศโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น เพื่อรักษาไว้ซึ่งเอกราชอธิปไตยของชาติ รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนชาวไทย ทั้งนี้ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ยืนยัน กปช.จต. และ ฉก.นย.ตราด เปิดปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดคืนพื้นที่อธิปไตยของไทย บริเวณบ้าน 3 หลัง บ้านหนองรี จ.ตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายตรงข้ามรุกล้ำเข้ามาอยู่ในเขตดินแดนของประเทศไทยนาน 30 ปี การปฏิบัติการดังกล่าว ภายใต้หลักการใช้สิทธิป้องกันตนเองตามกฎหมายสากล และการรักษาอธิปไตยของชาติเป็นสำคัญ กระทั่งกองทัพเรือควบคุมยึดพื้นที่ดังกล่าว ขับไล่กองกำลังฝ่ายตรงข้ามออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมด พร้อมทั้งดำเนินการปัก ธงชาติไทย ในพื้นที่ เพื่อแสดงถึงการยืนยันอธิปไตยของประเทศไทย และป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามกลับเข้ามารุกล้ำ

@@… ทางด้าน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ออกประกาศแจ้งเตือน หลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังการเดินเรือของเรือสัญชาติไทยในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา ขอแจ้งให้ ผู้ควบคุมเรือ เจ้าของเรือ ผู้ประกอบการเดินเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทย เพิ่มความระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยเฉพาะบริเวณ พื้นที่เดินเรือที่ระบุในแผนที่หมายเลข 045 เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือของเรือสัญชาติไทย การประกอบอาชีพ การใช้ประโยชน์จากทะเล การดำเนินกิจกรรมทางทะเล ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย ทั้งนี้ ขอให้ เรือสัญชาติไทยทุกลำ เฝ้าระวังความเสี่ยงจากการใช้อาวุธโจมตีในทะเลโดยไม่เลือกเป้าหมาย รวมถึงการใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน และการรบกวนหรือปลอมแปลงสัญญาณนำร่อง ทั้งการจงใจส่งสัญญาณเท็จ (Spoofing) และการรบกวนสัญญาณระบุตำแหน่ง (Jamming) หากพบความผิดปกติ แจ้งสายด่วน ศรชล. 1465 หรือ 0-2888-1465 ได้ตลอด 24 ชม.พร้อมติดตามข้อมูลจาก ศรชล.และหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด

@@… ขณะที่ทุ่งทัพฟ้าดอนเมือง พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผช.ผบ.ทอ. ในฐานะ ผอ.ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ยืนยัน ประเทศไทยไม่ได้รุกล้ำดินแดนของประเทศใด การปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเป็นการปกป้องและเข้าควบคุมพื้นที่อธิปไตยของไทย ซึ่งถูกฝ่ายกัมพูชาเข้ายึดครองไปก่อนหน้านี้ การดำเนินการของไทยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และฟื้นฟูสถานะพื้นที่ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยยึดหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และมนุษยธรรม ขอชี้แจงจุดยืนต่อข้อเสนอหยุดยิง ยืนยันประเทศไทยปรารถนาเห็นสันติภาพที่ยั่งยืน ที่มาพร้อมกับความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ในการนี้ ขอยืนยันเงื่อนไข 3 ข้อ 1.ฝ่ายกัมพูชาจะต้องประกาศหยุดยิงก่อน, 2.การหยุดยิงจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง และ3.ฝ่ายกัมพูชาจะต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างจริงจังและจริงใจ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกท่านติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง งดเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลที่กระทบต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และร่วมกันรักษาความสงบและความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยในช่วงเวลานี้ ’เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยความร่วมมือและความเชื่อมั่น และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพี่น้องประชาชนชาวไทย
ทุกคน“.

กระชับความร่วมมือ…พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส.ให้การต้อนรับ นายยูร์ก มอนทานิ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross : ICRC) ประจำประเทศไทย เข้าพบเพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างกัน และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

ร่วมปราบอาชญากรรมฯ….พล.อ.ดิเรก บงการ หัวหน้าศูนย์ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เป็นผู้แทน ผบ.ทบ. ให้การต้อนรับ นายหลิว จงอี้ ผช.รมต.ความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะฯ ร่วมหารือประเด็นความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ณ ห้อง จปร. กองบัญชาการกองทัพบก

เยี่ยมบำรุงขวัญ... พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร.ลงพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง พร้อมเดินทางไปเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลกองทัพเรือที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะ รวมถึงให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.ตราด ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน

เยือนสปป.ลาว… พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. พร้อมภริยาและคณะ เดินทางเยือนกองทัพอากาศลาว สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ เพื่อ กระชับความสัมพันธ์ เสริมสร้างความเข้าใจอันดี และขยายความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศทั้งสองประเทศในฐานะมิตรประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมายาวนาน โดยมี ผบ.ทอ.สปป.ลาว ให้การต้อนรับ

เกาะติดเรือดำน้ำ… พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร. ในฐานะ ประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ พร้อมคณะ ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ทร.เดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ติดตามความก้าวหน้าโครงการจัดหาเรือดำน้ำ และตรวจเยี่ยมสถาบัน Shanghai Marine Diesel Engine Research Institute (SMDERI) ณ นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นหน่วยงานออกแบบและวิจัยระบบขับเคลื่อนเรือดำน้ำและเรือผิวน้ำ
“ผู้พันบานเย็น”



