แบบชนิดที่เรียกว่าใคร? “เล่นเป็น” ใคร? “ลงทุน” เป็น ก็กินส่วนต่างราคา สร้างความร่ำรวย สร้างความมั่งคั่ง ให้ตัวเองได้ไม่น้อยทีเดียว
ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเวลานี้ ราคาทองคำก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแล้วมากถึง 22,100 บาท ต่อบาททองคำ โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ราคาทองคำแท่งในประเทศ รับซื้อที่ บาทละ 64,400 บาท ขายออก ที่ 64,500 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 63,111.08 บาท ขายออกบาทละ 65,300 บาท
แม้ “ทองคำ” ได้กลายเป็นสวรรค์ของนักลงทุนในเวลานี้ แต่ “ทองคำ” ก็ถูกระบุว่า เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามาก จนส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก
ทั้งนี้ค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ก็แข็งค่ามากขึ้นไปกว่า 8% โดยอยู่ที่ระดับ 31.438 บาทต่อดอลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.68 แข็งค่ามากขึ้นจากต้นปีที่อยู่ระดับ 34 บาท
ที่สำคัญ!! ยังเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่เดือน มิ.ย.64
เหตุใหญ่ใจความ มีการมองกันว่า ด้วยสถานการณ์ราคาทองคำที่แพงขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการส่งออกทองคำเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.68) มูลค่าการส่งออกทองคำของไทย เพิ่มขึ้นถึง 104.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนก.ย.68 ที่พบว่า การส่งออกทองคำ เติบโตสูงมากถึง 212.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่ง 5 ประเทศที่ไทยส่งออกมากที่สุด คือ สวิตเซอร์แลนด์ กัมพูชา สปป.ลาว สิงคโปร์ และฮ่องกง
เมื่อค่าเงินบาทแข็งค่า จนทำให้ผู้ส่งออกเดือดร้อน เพราะราคาสินค้าส่งออกไม่สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้แถมยังมีข้อสงสัยว่า การส่งออกจำนวนมากเช่นนี้ “ผิดปกติ” หรือไม่?
เสียงเรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแล เข้ามาจัดการให้ถูกต้อง เพราะไม่ใช่เพียงแค่ทองคำ เท่านั้นแต่ยังมีเงินดิจิทัล ที่อาจเข้าข่ายความไม่ปกติ ของการทำธุรกรรม อีกด้วย
ที่น่าสนใจ!! ที่ผ่านมา ไม่มีหน่วยงานไหน เป็นเจ้าภาพเข้ามากำกับดูแลการธุรกรรมซื้อขายทองคำ อย่างจริงจังอีกต่างหาก
ด้วยเหตุนี้ แบงก์ชาติ ได้ขอให้กระทรวงการคลัง ลงมาเป็นเจ้าภาพ เพื่อกำกับดูแลการทำธุรกรรมทองคำ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มซื้อขายทองออนไลน์ ซึ่งมีผู้ค้าทอง 15 ราย รวมมูลค่าธุรกรรมซื้อขายในตลาด 50% ต่อจีดีพี
ที่น่าสนใจมากกว่านั้น…พบว่า ใน 15 ราย มี 3-4 รายขนาดใหญ่ที่ต้องติดตาม !!
เมื่อร้านทองรายใหญ่ขายดอลลาร์ซื้อเงินบาท ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า จึงควรให้มีหน่วยงานมากำกับดูแลธุรกิจทอง เนื่องจากหากเกิดความผิดปกติอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่กับระบบเศรษฐกิจและประเทศไทยได้
โดยในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ แบงก์ชาติเตรียมหารือกับบรรดาผู้ค้าทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และนำเข้า-ส่งออก รวม 14 ราย เพื่อหาแนวทางในการกำกับดูแลให้การธุรกรรมอยู่ในทิศในทางที่ควรจะเป็น
ก่อนหน้านี้ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ระบุไว้ว่า สิ่งที่ ธปท.ทำได้คือให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจเอกสารและแสดงแหล่งที่มาเข้มงวดขึ้น รวมถึงการร้องขอให้กระทรวงการคลังเข้าไปควบคุมดูแลร้านทองอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชั่น
เพราะ… กลุ่มเหล่านี้มีการทำธุรกรรม FX ขายดอลลาร์ซื้อเงินบาท ส่งผลให้บาทแข็ง โดยเฉพาะการซื้อขายถี่ ๆ ระดับวันละ 100-1,000 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ
เอาเป็นว่า…เมื่อภาครัฐตื่นตัวในเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดย “เทคแอคชั่น” ให้เห็นกันเป็นกิจจะลักษณะ ก็ไปรอดูกันว่าการเทคแอคชั่นว่านี้จะสัมฤทธิ์ผลแค่ไหน?
……………………………………….
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”



