ในบางช่วงชีวิต เราอาจเคยมีจังหวะที่อยากจะตอบคำถามตัวเองว่า “เรารู้สึกอย่างไร?” แต่กลับนึกไม่ออก เรียบเรียงออกมาไม่ได้ อาจตอบได้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า “ก็เฉย ๆ” ทั้งที่ลึก ๆ แล้วข้างในอาจรู้สึกอะไรบางอย่างที่ระบุไม่ได้ อาจรู้สึกโหวง ๆ หรือกระทั่งรู้สึกติดแน่นเหมือนถูกอะไรบางอย่างกดทับ บางคนรู้สึกสับสนจนคิดกับตัวเองว่า “ทำไมเราถึงอธิบายความรู้สึกนี้ไม่ได้?” อาการนี้พบได้มากขึ้นในสังคมปัจจุบัน เรียกว่า “Alexithymia” หรือ ภาวะไม่สามารถรับรู้อารมณ์ตนเอง

“Alexithymia” เป็นความบกพร่องของการรับรู้และการแสดงออกทางอารมณ์ มีความลำบากในการระบุความรู้สึกที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งความรู้สึกของตัวเองและของผู้อื่น รวมถึงอาจไม่สามารถบอกความรู้สึกที่มีต่อสถานการณ์ หรือมีความลำบากในการอ่านความรู้สึกของผู้อื่นในสถานการณ์นั้น ๆ ได้ อารมณ์กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยาก ส่งผลให้เกิดปัญหาการสื่อสารกับคนรอบข้าง กระทบต่อความสัมพันธ์ทางสังคม และการตัดสินใจเพราะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วตนเองต้องการอะไร รู้สึกอย่างไรอยู่ เมื่อไม่สามารถรับรู้อารมณ์ตนเองได้อย่างธรรมชาติ ก็มีแนวโน้มไม่สามารถจัดการความเครียดของตนเองได้ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพกายใจอย่างมาก

มีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้เกิด “Alexithymia” ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านร่างกายอย่างพันธุกรรม หรือปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้แสดงออกอย่างเหมาะสม การได้รับคำสอนว่า “ห้ามร้องไห้” หรือ “ต้องเข้มแข็งเท่านั้น” ทำให้วัยเด็กเริ่มต้นด้วยการพยายามควบคุมการแสดงออก เมื่อเติบโตไปจะกดความรู้สึกเอาไว้เสมือนว่าไม่มีอะไรและขาดการรับรู้อารมณ์ในที่สุด บางคนอาจผ่านประสบการณ์เจ็บปวดทางใจจนเกิดกระบวน การปิดกั้นอารมณ์เพื่อให้อยู่ต่อไปได้

“Alexithymia” อาจเกิดร่วมกับภาวะหรือโรคบางอย่างได้ เช่น ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล กลุ่มอาการออทิสติก และอื่น ๆ ซึ่งภาวะหรือโรคเหล่านี้ถือเป็นอาการหลักที่ควรได้รับการรักษา ดังนั้น การพบจิตแพทย์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทำให้เราได้รับการประเมินและการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เมื่อภาวะหรือโรคที่เป็นอาการหลักดีขึ้นแล้ว ภาวะ “Alexithymia” ก็มีแนวโน้มดีขึ้นตามมาด้วย

ผู้ที่มีภาวะ “Alexithymia” สามารถฝึกสังเกตอารมณ์รวมถึงระดับความเครียดของตนเองได้จากอาการทางร่างกาย เช่น ปวดท้อง แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม ปวดศีรษะ ตึงบริเวณท้ายทอย ฯลฯ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าทางจิตใจที่กำลังขอความช่วยเหลือ ผู้ที่เป็น “Alexithymia” ควรระมัดระวังความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว เพราะอาจพัฒนาไปเป็นภาวะหมดไฟในการทำงาน วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ

แม้อาการ “Alexithymia” จะทำให้ชีวิตยากขึ้นอยู่บ้าง แต่ก็เป็นอาการที่สามารถดูแลฟื้นฟูได้ การบำบัดทางจิตวิทยาที่เป็นการฝึกให้เรียนรู้ที่จะสังเกตอารมณ์ ฝึกระบุอารมณ์ที่เกิดขึ้น ควบคู่กับความคิด พฤติกรรม และอาการทางร่างกาย จะช่วยให้เกิดการรับรู้แบบเชื่อมโยงอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ฝึกให้สมองกลับมารับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวเราอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นการเปิดพื้นที่การรับรู้ให้เข้าใจทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง

เมื่อเราเข้าใจตนเองมากขึ้น รู้ว่าที่จริงเรารู้สึกอะไร ต้องการอะไร เราจะสามารถดูแลชีวิตเราให้ปลอดภัยจากความเครียดได้ดีขึ้นด้วย.

เขียนโดย : ฐิติมา พัฒนโพธิกุล
เรียบเรียงโดย : ฐิติ ฐิติพันธุ์สรศักดิ์ นักจิตวิทยาคลินิก
โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital
โทร. 0-2589-1889 เว็บไซต์ bangkokmentalhealthhospital.com/