ทั้งนี้ เกี่ยวกับ “โรคเมลิออยโดสิส” หรือ “ไข้ดิน” ที่หลายคน “ไม่เคยได้ยิน” และ “ไม่เคยรู้จัก” โรคดังกล่าว เรื่องนี้ได้ถูกตั้งคำถาม ทั้งในมุมการแพทย์ และในเชิงมานุษยวิทยาเช่นกันว่า… อะไรทำให้ไข้ดินเป็นโรคที่คนไม่ค่อยรู้จัก?
ทั้งที่มีรายงานพบโรคนี้ในไทยมากว่า 70 ปี
แต่กลับไม่เป็นที่รู้จักในการรับรู้ของคนไทย
จน “ไข้ดิน” ถูกมองเป็น “โรคปริศนาลึกลับ”
ทั้งนี้ ก่อนจะไปคลี่คลายถึงปัจจัยที่ทำให้ “ไข้ดินเป็นโรคลึกลับ” นั้น เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ไข้ดิน” ที่ถูกมองเป็น “โรคปริศนา” นั้น ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็มีชุดข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับโรคนี้ที่ทาง กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดทำ “คู่มือโรคเมลิออยด์” เพื่อเผยแพร่และให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ โดยอธิบายถึง “โรคไข้ดิน” ไว้ ดังนี้…
“ไข้ดิน” ชื่อโรคที่ถูกเรียกติดปากกันนั้น โรคดังกล่าวนี้ยังมีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า… “โรคเมลิออยด์” หรือ เมลิออยโดสิส (Melioidosis) ซึ่งเป็นชื่อเรียกทางการ โดยโรคนี้ได้มีการ พบครั้งแรกในโลก ปี 2455 ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์และใน ปี 2498 ไทยมีรายงานพบไข้ดินครั้งแรก หรือกว่า 70 ปีก่อน!!โดยพบจากการเพาะเชื้อตัวอย่างหนองผู้ป่วยที่เก็บมา ซึ่งตัวการที่ก่อโรคนี้คือ เชื้อแบคทีเรีย ชื่อว่า… เบอร์โคเดอเรีย ซูโดมัลลิอาย (Burkholderia pseudomallei) ที่มักจะแฝงตัวอยู่ตามดิน และแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งในไทยพบเชื้อนี้ได้ทุกภาค แต่พบมากสุดที่ “ภาคอีสาน” ซึ่งข้อมูลนี้บ่งชี้ว่า…
“ไข้ดิน” อยู่กับคนไทยมานานกว่า 7 ทศวรรษ
แต่ก็มีคนไทยจำนวนมากที่ไม่เคยได้ยินโรคนี้

นอกจากไทยแล้ว มีที่ไหนที่พบการระบาดได้อีก? โดยคู่มือเล่มนี้ให้ข้อมูลว่า… โรคเมลิออยด์ที่เป็นโรคติดเชื้อในคนและสัตว์เป็นปัญหาสำคัญสาธารณสุขเกือบทุกประเทศในเขตร้อนชื้น โดยเฉพาะแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และทางเหนือทวีปออสเตรเลีย ที่สำคัญโรคนี้ยังพบได้ทั่วโลก เนื่องจากเคยมีรายงานการพบผู้ป่วยในไต้หวัน ฮ่องกง ตอนใต้ของจีน อินเดีย บังคลาเทศ และหลายประเทศในทวีปต่าง ๆ เช่น แอฟริกา อเมริกากลาง และอเมริกาใต้… นี่เป็นพื้นที่ ซึ่งสามารถพบ “เชื้อโรคไข้ดิน” ได้ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก
สำหรับ “ตัวการ” ที่เป็น “เชื้อก่อโรคไข้ดิน” นั้นคู่มือที่กรมควบคุมโรคจัดทำให้ข้อมูลว่า… คือ “เชื้อแบคทีเรีย” ที่มีชื่อว่า… “เบอร์โคเดอเรีย ซูโดมัลลิอาย” ซึ่งทนทานต่อสิ่งแวดล้อมได้เกือบทุกภาวะ!! …ทั้งภาวะที่เป็นกรดอ่อน เป็นกลาง และภาวะด่างอ่อน ๆ โดยเชื้อเบอร์โคเดอเรีย ซูโดมัลลิอาย ที่เป็นตัวการของโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์นั้น สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ที่อุณหภูมิระหว่าง 15-42องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถพบเชื้อชนิดนี้ ในดินที่ปนเปื้อนเชื้อ ตั้งแต่ระดับผิวดินไปจนถึงความลึก 90 ซม. รวมไปถึง สามารถพบเชื้อได้ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ …เป็นข้อมูลจำเพาะของเชื้อที่ก่อโรคไข้ดิน
อย่างไรก็ดี แม้โดยปกติโรคนี้จะไม่ติดต่อจากคนสู่คน แต่อาจติดต่อจากสัตว์สู่คนได้เช่นกัน ในกรณีที่คนไปสัมผัสสารคัดหลั่งหรือรับประทานเนื้อและนมสัตว์ที่เป็นโรค เช่น สุนัข แมว หมู แพะ แกะ ม้า แต่กลับไม่พบโรคนี้ในสัตว์ เช่น โค กระบือ จระเข้ ทั้งที่สัมผัสกับโคลนตลอด จึงเชื่อว่า… สัตว์กลุ่มหลังน่าจะมีความต้านทานต่อการติดเชื้อนี้ …เป็นข้อมูล “โรคไข้ดินในสัตว์”
ที่พบในสัตว์บางชนิด และติดต่อสู่คนได้
ในขณะที่ “กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไข้ดิน” นั้น คู่มือระบุว่า… ได้แก่ เกษตรกร ที่มีโอกาสสัมผัสดินและแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อนี้ และ ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันทางเซลล์ลดลง (cell-mediated immunity defect) โดยเฉพาะ ผู้ป่วยเบาหวาน และ ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ที่จะมีความเสี่ยงสูงมากในการติดเชื้อเมลิออยด์ ขณะที่ผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ที่ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเกิดอาการรุนแรง หากได้รับเชื้อโรคนี้เข้าสู่ร่างกาย มีอาทิ ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง รวมไปถึงคนที่ดื่มสุราและสูบบุหรี่ เป็นต้น
อนึ่งคู่มือเล่มนี้ได้มีการย้ำว่า… “ไข้ดิน” หรือ “โรคเมลิออยด์” เป็นโรคติดเชื้อที่สำคัญทั้งในคนและสัตว์ และ เป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม เนื่องจาก เป็นเชื้อโรคประจำถิ่น โดยสามารถรับเชื้อได้ตั้งแต่… การสัมผัสหรือดื่มกิน ดินและน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน รวมไปถึง การหายใจสูดดมฝุ่นละออง ที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ โดยเฉพาะเมื่อ อยู่กลางที่โล่งแจ้ง และ ช่วงที่มีพายุฝนรุนแรง เช่น ช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือน พ.ค. ถึงเดือน ต.ค. ซึ่งมักจะพบผู้ป่วยไข้ดินเพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้…
ทั้งนี้ คู่มือดังกล่าวยังระบุ “ข้อมูลน่าตกใจ” ซึ่งอาจเป็น “สาเหตุ” ที่ทำให้โรคนี้ “ทั้งดุ–ทั้งอันตราย” ว่า… การศึกษาโดยใช้ข้อมูลห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาและข้อมูลการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศูนย์กับโรงพยาบาล 70 แห่งทั่วประเทศ ระหว่างปี 2555-2558 พบว่า… ไทยพบผู้ป่วยไข้ดินที่มีผลเพาะเชื้อยืนยันเฉลี่ยอย่างน้อยปีละ 1,700 ราย!! ในช่วงเวลาดังกล่าว โดย มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 40 ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้ดิน ซึ่งสูงกว่าโรคไข้เลือดออก และโรคฉี่หนูเสียอีก!!
แต่อะไรทำให้ไข้ดินหรือโรคเมลิออยด์นั้น
“มีอัตราตายสูง” กรณีนี้…วันพรุ่งนี้มาดูกัน.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



