ทั้งนี้ ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญ “ปรากฏการณ์สังคมครั้งใหญ่” เมื่อพรมแดนการเข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารออนไลน์เริ่ม “ไม่มีขีดจำกัด” อีกต่อไป โดยผู้คนแทบทุกวัยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งมุมหนึ่งถือเป็นเรื่องดี เพราะเปิดโอกาสให้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น แต่ในอีกมุมนั้นก็กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่!!…

เริ่ม “เกิดปัญหาใหญ่ในหลายประเทศ”

จนมีการนำ “มาตรการคุมเข้ม” มาใช้

เพื่อ “ควบคุมการเล่นโซเชียลของเด็ก”

กล่าวสำหรับ “โมเดลกรีซ” ที่ประกาศ “แบนโซเชียลเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี” นั้น รายละเอียดโดยสังเขปคือเป็นการตัดสินใจของรัฐบาลกรีซที่จะนำ “มาตรการกฎหมาย” มาใช้ “ควบคุมการเข้าถึงสื่อโซเชียล” หลังพบปัญหาต่าง ๆ จากการ “เล่นโซเชียลแบบไร้การควบคุม” ในกลุ่มเด็กและเยาวชนในประเทศ จึงตัดสินใจยกระดับเรื่องนี้เป็น “วาระแห่งชาติ” ด้วยการประกาศใช้“กฎหมายแบนโซเชียลเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี”ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ปีหน้า หรือปี 2027 โดยรัฐบาลกรีซให้เหตุผลการออกกฎคุมเข้มนี้ว่า…เพื่อ “ปกป้องเยาวชนจากภัยคุกคามออนไลน์” และเพื่อ “ลดปัญหาสุขภาพ” จากการที่…

เด็ก ๆ “ใช้โซเชียลโดยไร้การควบคุม”

ทั้งนี้ “กรีซ” นั้นก็ไม่ใช่ประเทศเดียวที่ยกปัญหานี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะขณะนี้ทั่วโลกก็เกิดกระแสตื่นตัวกับปัญหาดังกล่าวนี้เช่นกัน ทำให้หลาย ๆ ประเทศมีการ ออกกฎเข้มคุมเด็กใช้โซเชียล” กันแล้ว โดยแต่ละมาตรการที่ในแต่ละประเทศมีการใช้นั้น…ก็ “มีดีเทล-มีรายละเอียด…แตกต่างกันไป” โดยมีกรณีศึกษาน่าสนใจที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ได้ลองไล่เรียงและประมวลมาสะท้อนไว้โดยสังเขป ซึ่งก็อาจจะเป็น “กรณีศึกษาสำหรับประเทศไทย” ได้ โดยโมเดลที่น่าสนใจมีดังนี้…

ออสเตรเลีย” ถือเป็น “ประเทศแรกของโลก” ที่ได้บังคับใช้กฎหมาย “ห้ามเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้งานโซเชียล” ส่งผลให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ไม่สามารถล็อกอินเข้าบัญชีโซเชียลได้ โดยกฎหมายนี้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2025 ซึ่งตามกฎหมายนี้ พ่อแม่ลูกที่ฝ่าฝืนไม่ต้องรับโทษใด ๆ แต่เจ้าของแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้ใช้ต้องถูกปรับเงิน เป็นเงินสูงสุดถึง 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1 พันล้านบาท ส่วนเหตุผลที่ออสเตรเลียตัดสินใจใช้กฎเหล็กนี้ ก็มีการให้เหตุผลไว้ว่า… เพื่อปกป้องเด็กจากเนื้อหาที่เป็นอันตราย ที่ยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง ความรุนแรง และฆ่าตัวตาย

อินโดนีเซีย”ก็มีกฎหมาย“ห้ามเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลแพลตฟอร์มต่าง ๆ” มีมาตรการชื่อPP Tunas (Government Regulation No.17 of 2025) ที่ประกาศใช้ในเดือน มี.ค. 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายคือ คุ้มครองความปลอดภัยเด็ก และ ป้องกันเนื้อหาอันตราย ที่กระตุ้นให้เกิดการกลั่นแกล้ง หรือหลอกลวงบนโซเชียล ซึ่งการประกาศใช้กฎหมายนี้ อินโดนีเซียถือเป็น“ประเทศแรกของอาเซียน” ที่มีการควบคุมอายุผู้ใช้งานโซเชียลแบบเข้มข้น

นี่เป็นตัวอย่าง 2 ประเทศที่ “คุมจริงจัง”

ที่ “ใช้กฎหมายคุมอายุผู้ที่เล่นโซเชียล”

อย่างไรก็ตาม นอกจาก “กรีซ” นอกจาก “ออสเตรเลีย” และ “อินโดนีเซีย” ที่มีการ “ใช้กฎหมายคุมเข้ม” เกี่ยวกับ “อายุผู้ใช้งานโซเชียล” แล้ว… ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่มี “โมเดลน่าสนใจ”ในการนำวิธีต่าง ๆ มาใช้ “ลดปัญหาเด็กเล่นโซเชียลแบบไร้ขอบเขต” โดยที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็นำมาประมวลไว้ ณ ที่นี้ด้วย ซึ่งมีประเทศ-มีแนวทางที่น่าสนใจ คือ…

ฝรั่งเศส”มีการ ทดลองใช้โมเดลเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี “ต้องได้รับคำยินยอมดิจิทัลจากผู้ปกครอง” ผ่านระบบยืนยันตัวตนที่รัฐบาลรับรองเสียก่อน จึงจะสามารถสมัครใช้งานบัญชีแพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ ได้

นอร์เวย์”ขณะนี้เริ่ม ทดลอง “ระบบสมัครใช้งานโซเชียลผ่าน Bank-ID”เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้โซเชียลมีตัวตนจริง ๆ และป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้โซเชียลโดยขาดการดูแล ซึ่งก็เป็นโมเดลที่ เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ที่ต้องร่วมรับผิดชอบตรวจสอบสิ่งที่เด็กเข้าถึงบนโซเชียล …นี่ก็เป็นอีก 2 ตัวอย่าง 2 ประเทศแถบยุโรป คือ “ฝรั่งเศส-นอร์เวย์”

ส่วน จีน” ประเทศนี้ถือเป็น“ต้นแบบความเข้มงวดเชิงเทคนิค” โดยมีมาตรการ อาทิ… กำหนดเวลาใช้งานโซเชียล โดย เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ใช้โซเชียลได้แค่วันละ 40 นาที เท่านั้น, ใช้ระบบดิจิทัลเคอร์ฟิว (Digital Curfew) เพื่อควบคุมไม่ให้เยาวชนใช้โซเชียลมากเกินไป โดยระบบจะตัดการเชื่อมต่ออัตโนมัติตั้งแต่หลัง 4 ทุ่ม อีกทั้งจีนยัง นำระบบจดจำใบหน้า (Face ID) มาใช้ เพื่อป้องกันเด็กสลับบัญชีผู้ใหญ่มาใช้เข้าโซเชียล …นี่ก็อีกความเข้มงวดเชิงเทคนิค

ทั้งนี้ เหล่านี้ก็เป็นบางส่วนโดยสังเขป จาก “โมเดลประเทศต่าง ๆ” นอกเหนือจาก “กรีซ” ที่เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวว่าก็เป็นอีกประเทศที่ได้ประกาศ“ใช้กฎหมายควบคุมการเล่นโซเชียลของเด็ก”แล้วก็เกิดกระแสตื่นตัวขึ้นในประเทศไทยด้วย…

มีปุจฉา” กฎหมายคุมเด็กเล่นโซเชียล

ถ้าตามรอยแบบกรีซ “ไทยทำได้มั้ย?”

ปุจฉานี้ “มาดูวิสัชนากันตอนหน้า”

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์