กลุ่มมิจฉาชีพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่อลวงผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดยในระยะแรก พวกเขาพุ่งเป้าไปที่ผู้พูดภาษาจีนเป็นส่วนใหญ่ และหลอกลวงเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เกิดความโกรธเคืองของสาธารณชน แต่ในตอนนี้ พวกเขาขยายการดำเนินงานในหลายภาษา เพื่อขโมยเงินจำนวนมหาศาลจากเหยื่อรอบโลก
ในบางกรณี ผู้หลอกลวงเหล่านี้เป็นอาสาสมัครที่เต็มใจ แต่บางคนก็เป็นชาวต่างชาติที่ถูกค้ามนุษย์ ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว และถูกบังคับให้ทำงานภายใต้คำขู่การทรมาน
เมื่อปีที่แล้ว การปราบปรามส่วนใหญ่ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทูตอย่างมีนัยสำคัญในภูมิภาค ทำให้แรงงานหลายพันคนเป็นอิสระจากศูนย์หลอกลวงในเมียนมาและกัมพูชา และได้รับการส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิด ซึ่งหลายคนเป็นชาวจีน
ปัจจุบัน รัฐบาลปักกิ่งหันมาให้ความสนใจกับหัวหน้าใหญ่สุดของโครงสร้างอาชญากรรม โดยหนึ่งในเจ้าของธุรกิจฉ้อโกงรายใหญ่ที่สุดที่ถูกจับกุม คือ นายเฉิน จื้อ ซึ่งเขาถูกควบคุมตัวในกัมพูชา และถูกส่งตัวกลับจีน เมื่อไม่นานมานี้
“การจับกุมครั้งนี้ เกือบจะแน่นอนว่าเป็นผลมาจากแรงกดดันจากจีน ซึ่งมีการประสานงานกันอย่างลับ ๆ” นายเจสัน ทาวเวอร์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส จากโครงการริเริ่มระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (จีไอ-ทีโอซี) กล่าว
รัฐบาลพนมเปญระบุว่า ทางการกัมพูชาควบคุมตัวเฉิน ตามคำขอจากรัฐบาลปักกิ่ง และความร่วมมือในการสืบสวนร่วมกันนานหลายเดือนกับทางการจีน ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า การที่รัฐบาลพนมเปญไม่ดำเนินการใด ๆ กลายเป็นสิ่งที่ทนไม่ได้สำหรับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งต้องการหลีกเลี่ยงความอับอายที่เฉินต้องขึ้นศาลในสหรัฐเช่นกัน
ด้านนายเจค็อบ ซิมส์ ผู้สันทัดกรณีด้านอาชญากรรมข้ามชาติ และนักวิจัยรับเชิญจากศูนย์เอเชียของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวเพิ่มเติมว่า เฉินมีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนหลายคน ส่งผลให้จีนดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เขาถูกส่งตัวไปสหรัฐ เนื่องจากความอ่อนไหวทางการเมือง
ทั้งนี้ มันอาจมีการจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่เพิ่มอีก เนื่องจากเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ออกหมายจับผู้ต้องหาหลบหนีอีก 100 คน ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายหลักของอุตสาหกรรมการฉ้อโกง
แต่ในขณะที่หัวหน้ากลุ่มหลอกลวงรายใหญ่บางกลุ่มถูกจับกุมแล้ว ซิมส์กล่าวว่า สถานะเดิมของอุตสาหกรรมการฉ้อโกงในวงกว้าง ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง หากปราศจากแรงกดดันอย่างหนักมากและต่อเนื่อง จากประชาคมระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บางคนชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดในระบบยุติธรรมของจีน ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถเปิดเผยขอบเขตทั้งหมดของแผนการฉ้อโกงทางไซเบอร์ได้ เนื่องจากจีนไม่ใช่สังคมเปิดที่การสืบสวนจะเผยความจริงให้เห็นทั้งหมด.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



