นิทรรศการที่ใช้ศิลปะเป็นสื่อในการสำรวจความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูธรรมชาติ ‘Undo Planet’ นิทรรศการนานาชาติที่ศิลปินผู้เข้าร่วมสะท้อนและตั้งคำถามต่อความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก พร้อมนำเสนอแนวทางที่หลากหลายเพื่อเยียวยาโลกที่กำลังเผชิญวิกฤต

“undo” มีความหมายทั้ง “การนำสิ่งหนึ่งกลับสู่สภาพเดิม” รวมถึง “การเปิดรับ” หรือ “การคลายออก” นิทรรศการจึงอาจเข้าใจได้ทั้งในความหมายของ“การนำโลกกลับคืนสู่สภาพดั้งเดิม” หรือ “การเปิดโลกที่ปิดกั้น” สะท้อนถึงสิ่งแวดล้อมเชิงนิเวศบนโลกของเรา โดยที่ผ่านมาจัดแสดงเชิญชวนผู้ชมร่วมสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินหลากหลายสาขา โดยนำเสนอประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ในบริบททั้งเฉพาะพื้นที่และระดับโลก
“Undo Planet Part 2” นิทรรศการกำลังจัดแสดง ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครโดยเป็นความต่อเนื่องจากส่วนแรก Undo DMZ และสำหรับส่วนที่สอง Land Art and Non-Human Beings ครั้งนี้ขยายมุมมองไปยังระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมโลกในวงกว้าง

“โลกประกอบด้วยองค์ประกอบที่หลากหลาย ทั้งผืนดิน มหาสมุทร รวมถึงพืชพรรณและสรรพสัตว์ แต่แทนที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้อย่างกลมกลืน กลับเลือกปฏิบัติต่อธรรมชาติเสมือนเป็นวัตถุและใช้อำนาจเหนือธรรมชาติตามวิธีคิดแบบมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ธรรมชาติจึงถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องเอาชนะ
การแสวงหาความสะดวกสบายของมนุษย์ได้ผลักให้สิ่งแวดล้อมโลกก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤต ในส่วนนี้จึง ชวนให้มองธรรมชาติเฉกเช่นสิ่งที่มนุษย์ต้องเรียนรู้ทีจะอยู่ร่วมด้วย ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเอาชนะ พร้อมสำรวจจินตนาการและการปฏิบัติการทางศิลปะหลากหลายรูปแบบ เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติ”

ส่วนหนึ่งจากนิทรรศการ อาทิ Orphalese (2567) โดย ฮาเชล อัล ลัมคี ได้แรงบันดาลใจจากเต็นท์ของชาวเบดูอินที่อาศัยอยู่ตามทะเลทรายในคาบสมุทรอาหรับ ศิลปินผสมผสานงานจิตรกรรมแบบดั้งเดิมเข้ากับการย้อมผ้าบาติกและประติมากรรม เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาที่ใช้ในการรับมือกับลมร้อนและพายุทรายในทะเลทรายมาตีความใหม่ในรูปแบบศิลปะ
Greetings to Bowing Flowers (2548) โดย ริม ดงซิก ภาพวาดที่ถ่ายทอดการแสดงกลางทุ่งดอกแดฟโฟดิลใกล้สตูดิโอของศิลปินผู้ซึ่งทำงานแนวธรรมชาตินิยมและใช้ชีวิตในชนบทของเกาหลีมาอย่างยาวนาน ผลงานสะท้อนความรู้สึกอบอุ่นของธรรมชาติ ศิลปินใช้สีน้ำมันเพียงเล็กน้อยและใช้พู่กันแตะแต้มสีลงบนผืนผ้าใบคล้ายการแต้มจุด นิทรรศการยังจัดแสดงเอกสารประกอบอื่นๆ เช่น บันทึกการแสดง ภาพถ่าย และภาพร่างแนวคิดของศิลปิน ฯลฯ

นอกจากนิทรรศการภายในห้องนิทรรศการหลัก ในพื้นที่ศิลปะที่นี่พาไปชมนิทรรศการต่อกันที่ พีเพิลส์แกลเลอรี โดย “The Tiger, The Toad, The Naga, and The Sky God” เป็นหนึ่งในนิทรรศการที่จัดแสดง โดยกลุ่มศิลปินนำเสนอภูมิทัศน์ผ่านตำนานความเชื่อของไทย สะท้อนถึงธรรมชาติที่ถูกทำลายในแง่มุมต่างๆ วิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์มักถูกผูกโยงเข้ากับธรรมชาติในความเชื่อของไทยและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งเหล่านี้ได้รับความเกรงกลัวและการเคารพบูชาเพื่อเป็นกุศโลบายในการรักษาความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ฯลฯ

นิทรรศการ 22 ชวนผู้ชมทบทวนกรอบความคิดของตนเองผ่านการเชื้อเชิญให้ “นั่ง” และ “ฟัง” คำตอบจาก “เก้าอี้” ของผู้อื่น ภายในพื้นที่สมมติที่นำพา “ตัวตน” และ “เสียง” ของผู้คนซึ่งมีพื้นฐานชีวิตแตกต่างกันมาจัดวางเรียงเคียงกัน เก้าอี้้เป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่หลากหลายในพื้นที่หนึ่งใดของเมือง เมื่อนำมาจัดเรียงติดกันกลับเผยให้เห็นความต่าง ความพยายามในการจัดระเบียบที่แฝงอยู่ในการอยู่ร่วมกันของสังคมเดียวกัน

ขณะที่ “บ้าบอ โปรเจค” อีกหนึ่งนิทรรศการที่ชวนสัมผัสพลังศิลปะ “MAD” ย่อมาจาก Meaningful • Artistic • Diverse ถ่ายทอดพลังแห่งความหลงใหล ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าที่จะเผยศักยภาพของตนเอง เปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์เติบโตอย่างอิสระ ให้ความหลากหลายได้ทำงาน เป็นสะพานเชื่อมโยงเราทุกคนในฐานะมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน



