โครงการริเริ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เสนอการจ้างงานแบบเร่งรัด และเงินทุนสนับสนุนจำนวนมาก เพื่อดึงดูดผู้สันทัดกรณีจากต่างประเทศ ในสาขาที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากจีนและสหรัฐกำลังแข่งขันเพื่อชิงความเป็นใหญ่ทางเทคโนโลยี


กระนั้น บรรดานักวิชาการกล่าวว่า จีนกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม แม้กระทั่งในกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายของรัฐบาลปักกิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ


สิ่งจูงใจอย่างเป็นทางการของจีน มักมุ่งเป้าไปยังนักวิจัยชั้นนำในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกว่า “สเต็ม” (STEM) ซึ่งสามารถช่วยให้รัฐบาลปักกิ่งบรรลุเป้าหมายในการเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม


แม้ไม่มีฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติที่เข้ามาในจีน หรือนักวิทยาศาสตร์ที่กลับมาทำงานในจีน แต่ประกาศของมหาวิทยาลัย และประกาศส่วนตัวที่สำนักข่าวเอเอฟพีตรวจสอบ เผยให้เห็นว่า ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มสเต็มที่มีชื่อเสียงอย่างน้อย 20 คน ทำเช่นนั้นในช่วงปีที่ผ่านมา


“ดูเหมือนว่านักวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน กลับมาทำงานทำงานในจีนอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับประมาณ 10 ปีก่อน” นายฟู่เถา หวง ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮิโรชิมะ ประเทศญี่ปุ่น กล่าว


ขณะที่นักวิชาการคนหนึ่งกล่าวว่า การเข้าถึงอุตสาหกรรมที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในตลาดขนาดใหญ่ของจีน หมายถึงโอกาสที่มากขึ้นสำหรับ “การวิจัยที่มีพื้นฐานทางวิชาการ แต่เน้นการประยุกต์”


“คุณภาพของงานวิจัยที่ผลิตโดยสถาบันชั้นนำของจีนในปัจจุบัน ไม่ได้ด้อยไปกว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐหรือยุโรปเลย และในบางสาขาก็มีความสามารถในการแข่งขันสูง หรืออาจเป็นผู้นำด้วยซ้ำ” นักวิชาการ กล่าวเพิ่มเติม


ด้านหวงระบุว่า นักวิชาการเชื้อสายจีนที่ทำงานในสหรัฐ เผชิญกับปัจจัยผลักดันหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น กฎระเบียบด้านความปลอดภัยในการวิจัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น การตรวจสอบวีซ่า และความอ่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความไม่แน่นอน


อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยู่สำหรับผู้ที่ย้ายไปยังจีน โดยหวงชี้ให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพและความเป็นอิสระทางวิชาการ รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อการรับรู้ของนานาชาติ และการตัดสินใจเกี่ยวกับการเคลื่อนย้าย


ทั้งนี้ จีนควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอย่างเข้มงวด เช่น นักวิทยาศาสตร์ต่างชาติไม่สามารถร่วมมือกับสถาบันของจีนที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยทางทหารได้ เนื่องจากความอ่อนไหวทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งบางคนต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางวิชาการของจีน ซึ่งเน้นความสัมพันธ์ส่วนตัวและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมแบบตะวันตกที่กระบวนการต่าง ๆ มักจะไม่เป็นส่วนตัว และยึดตามกฎระเบียบมากกว่า.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES