แล้ว!! หน้าตาของรัฐบาลชุดใหม่ ชุดที่ 66 มีรูปร่างหน้าตา เป็นอย่างไร เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม หรือพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ คงต้องคาดเดากันต่อไป เพราะเชื่อได้แน่ว่า…แบบจะมาพรรคเดียวตีกิน คงเป็นไปได้ยาก
อย่างที่รู้กัน พรรคการเมือง ที่ติดอันดับ ก็หนีไม่พ้น พรรคประชาชน ที่เวลานี้โพลกำลังมาแรง พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ที่กำลังตีตื้น
แต่… ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนไหน? หรือรัฐบาลชุดไหน? ทั้งหมด อยู่ที่การประสานประโยชน์ระหว่างกัน ถ้าผลประโยชน์ลงตัว การเดินหน้ารัฐบาลก็ฉลุยได้เร็ว
หากผลประโยชน์ไม่ลงตัว!! การเดินหน้ารัฐบาลชุดใหม่ ก็อาจต้องล่าช้าออกไป ซึ่งตรงนี้…ถือเป็นจุดสำคัญ เพราะถ้ารัฐบาลชุดใหม่เกิดได้ช้ากว่าที่คิด ก็จะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่น้อย
เริ่มจาก…สุญญากาศทางงบประมาณ ความล่าช้าในการแต่งตั้งรัฐบาลใหม่ ส่งผลให้การจัดทำและการเบิกจ่าย งบประมาณรายจ่ายประจำปีล่าช้า แน่นอน!! ปัญหานี้ย่อมกระทบต่อการขับเคลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ
ที่สำคัญ!! ยังลดแรงส่ง…ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ภาคการส่งออก ยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เหนืออื่นใด เรื่องของความเชื่อมั่นของนักลงทุน ที่แน่นอนว่า ความไม่แน่นอนทางการเมือง ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนไม่น้อยทีเดียว
นักวิเคราะห์จาก… “ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์” ระบุว่า ไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ชัดเจน ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจฉุดรั้งให้จีดีพีไทย ปี 2569 นี้ เติบโตน้อยลง โดยเหลือเพียง 1.4%-1.6เท่านั้น
ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับด้วยว่า อำนาจของรัฐบาลรักษาการ นั้น มีข้อจำกัดตามกฎหมาย ไม่สามารถอนุมัติโครงการใหม่ที่มีผลผูกพัน หรือตัดสินใจในเรื่องสำคัญที่ต้องใช้งบประมาณผูกพันข้ามปีได้
ด้วยเหตุนี้… ย่อมส่ง ส่งแรงกระแทกไปยังเรื่องของการบริหารจัดการปัญหาเร่งด่วน อย่างกรณี ปัญหาปากท้อง ชาวบ้าน ปัญหาค่าครองชีพ หรือ แม้แต่เรื่องของภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่ทำให้เกิดการติดขัด
อีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่ไม่ควรมองข้าม เช่นกัน ก็คือ…เรื่องของความขัดแย้ง รวมไปถึงการรวมตัวกันลงถนน เพราะหากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างยากลำบาก หรือ ถูกมองว่า… ไม่เป็นธรรม !!
แน่นอน สถานการณ์เหล่านั้น ย่อมนำไปสู่การรวมตัว ชุมนุมประท้วง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่เป็นเครื่องยนต์หลักเครื่องยนต์เดียวที่เหลืออยู่ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ที่น่าเป็นห่วงที่สุด… คงหนีไม่พ้นความเสี่ยงที่มีต่อ “อันดับความน่าเชื่อถือ” หรือเครดิต เรทติ้ง ซึ่งที่ผ่านมาบรรดากูรูด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเงิน ต่างออกโรงเตือนกันอย่างหนาหูอยู่แล้ว
ถ้า! การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ยืดเยื้อจนกระทบต่อฐานะทางการคลังอย่างรุนแรง จะนำปสู่การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยได้ เพราะที่ผ่านมาบริษัทจัดอันดับต่างชาติ ก็ลดระดับลงไปบ้างแล้ว
ต่อให้ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” จะออกมาเคลมผลงานชัดเจนว่า 2 เดือนของการทำงาน นโยบายควิก บิ๊ก วิน ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน ทะยานขึ้นมาถึง 1.8% ทีเดียว ทั้งที่แรกเริ่มเดิมทีอาจผงกหัวได้เพียง 0.3% เท่านั้น
“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ยืนยันชัดเจนว่า ผลของ ควิก บิ๊ก วิน นี่แหล่ะ ที่ส่งผลให้จีดีพีในไตรมาสที่ 4 ปี 68 เติบโตได้สูงถึง 1.4% และยังมีส่วนเพิ่มมากจากการส่งออก อีก 0.3%
อย่างที่บอก… ต่อให้ทำมาดี แต่ถ้ารัฐบาลชุดใหม่ไม่เกิดขึ้นได้เร็ว ผลกระทบ แรงกระแทก ต่อเศรษฐกิจไทย ย่อมมีไม่น้อยทีเดียว !!
ดังนั้น!! จึงได้แต่หวังว่า บรรดานักการเมืองจะสามารถผสานผลประโยชน์ ระหว่างกัน ให้ลงตัวได้โดยเร็วที่สุด ก็เท่านั้น เพราะหนทางของประเทศ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอีกต่อไป!!
……………………………………….
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”



