ถ้าคนไม่เชื่อมั่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. ก็ต้อง “ไล่ออก” เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน! แต่นี่ตรรกะอะไร? ขฺองนายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งเป็นแม่งานใหญ่ในการจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จเรียบร้อย มีปัญหาน้อยที่สุด

แต่นายแสวง กลับบอกว่า “เราเนี่ยเสียหายเรื่องความมั่นใจ ถ้าคนไม่เชื่อมั่นกรรมการ อย่าไปเลือกตั้งเลย”

นายแสวงคนบุรีรัมย์ เป็นเลขาฯกกต.ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.65 จึงมีประสบการณ์จัดการเลือกตั้งใหญ่มาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อปี 66 รวมทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่น และการเลือก สว.ครั้งอื้อฉาวเมื่อปี 67

พูดง่าย ๆ ว่านายแสวงมีประสบการณ์จัดการเลือกตั้งมากกว่า กกต. 7 คน จึงน่าจะเห็นปัญหาและอุปสรรคต่างๆ อย่างทะลุปรุโปร่ง

ประเด็นแรกที่พูดถึงกันมาก คือ ทำไมนายแสวงและ กกต.จึงไม่พยายามผลักดันให้การเลือกตั้งสส.เขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ใช้เบอร์ (หมายเลข) เดียวกัน เพื่อให้ประชาชนสะดวก ไม่สับสน บัตรเสียจะน้อย ปัญหาต่าง ๆ ก็น้อยและแก้ไขง่าย รวมทั้งผู้สมัคร สส. และพรรคการเมืองต้องการใช้เบอร์เดียวกันอยู่แล้ว

ปีนี้งบประมาณใช้ในการเลือกตั้งสูงถึง 6 พันล้านบาท นายแสวงรวมทั้ง กกต.อีก 2 คน เคยผ่านงานการเลือกตั้งปี 66 มาแล้ว แต่กลับพบปัญหาซ้ำซากจากการร้องเรียนของประชาชนที่ไปเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 69 ในหลายพื้นที่ จนนำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพการทำงาน และความโปร่งใสของสำนักงาน กกต.-กกต.

ตั้งแต่ปัญหา รายชื่อผู้สมัคร สส.หายในหลายจังหวัด มีการร้องเรียนว่าไม่มีรายชื่อและรูปของผู้สมัครฯจากบางพรรคทำให้ผู้มาใช้สิทธิสับสน

ข้อมูลผู้สมัครฯ ผิดฝาผิดตัว ไม่ครบถ้วน ติดสลับที่กันบ้าง (ทั้งที่ควรเรียงตามเบอร์), กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเขียนรหัสเขตเลือกตั้งหน้าซองผิดในหลายจังหวัด เมื่อผู้ใช้สิทธิทักท้วงก็ใช้วิธี ขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่พร้อมเซ็นกำกับ แต่สร้างความกังวลว่าจะเป็นบัตรเสียหรือไม่?

บางหน่วยเลือกตั้งเป็นข้อมูลเก่าติด QR Code แสดงข้อมูลผู้สมัครฯของปี 66 แทนที่จะเป็นปี 69

“พยัคฆ์น้อย” หวังว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69 จะไม่เกิดปัญหาเดิม ๆ อีก โดยเฉพาะข้อมูลของผู้สมัครฯทุกพรรคต้องติดไว้อย่างครบถ้วน และไม่มีประเภท “บัตรเขย่ง” บัตรออกลูกในหีบโดยเด็ดขาด!

วันที่ 8 ก.พ.นี้ ไม่ใช่เลือกตั้งสส.เขต และสส.บัญชีรายชื่อเท่านั้น แต่ยังมีการออกเสียงประชามติว่า “เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่” เพื่อตัดวงจรอุบาทว์ที่ลามไปยังองค์กรอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ-ป.ป.ช.-กกต.

โดยกรรมการองค์กรอิสระ จะถูกสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน แต่เมื่อได้ชื่อแล้วต้องส่งให้ สว.เห็นชอบ ซึ่ง สว.ส่วนใหญ่ถูกพรรคการเมืองครอบงำ จากการ “ฮั้ว สว.”

ปัจจุบันบ่อยครั้งครับท่าน ที่เราได้เห็นมติกกต. 4 ต่อ 3 เสียง และต่อไปอาจจะเป็น 5 ต่อ 2 จากผลงานการฮั้ว สว. ดังนั้นหากไม่ยับยั้ง ประเทศไทยจะลำบาก!!.

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่