นี่มัน “เจสัน สเตแธม” ร่างทอง???
หากคุณคิดว่านี่คือหนังแอ็กชันเกรด B ดาษดื่นที่ เจสัน สเตแธม เล่นเป็นหุ่นยนต์นักบู๊ปีละหลายเรื่อง… คุณกำลังคิดผิด เพราะ SHELTER มีมากกว่านั้น คุณจะได้เห็นความเป็นมนุษย์ดราม่าของเจสันในหนังเรื่องนี้ จนสื่อบันเทิงอเมริกันยกย่องให้เป็น “ร่างทอง”
เรื่องราวของ ไมเคิล เมสัน (เจสัน สเตแธม) อดีตทหารหน่วยรบพิเศษฝีมือพระกาฬ (Black Kites) ที่เลือกขังตัวเองจากโลกภายนอก อาศัยอยู่ในประภาคารร้างกลางทะเลคลั่งแถบหมู่เกาะเอาเทอร์เฮบริดีส แต่ความสงบสุขจอมปลอมก็พังทลาย เมื่อเขาตัดสินใจแหกกฎเพื่อช่วยเหลือ เจสซี (โบดี้ เร บรีทแนค) เด็กสาวที่ติดร่างแหจากการไล่ล่าขององค์กรมืด

นี่ไม่ใช่แค่หนังบู๊กันสนั่นเมือง แต่มันคือเรื่องราวของ “คนหลงทางสองคน” ที่ต้องมาเป็นครอบครัวจำเป็น เปรียบเสมือน Léon: The Professional หรือ Man on Fire ในเวอร์ชันที่ดิบเถื่อนและสมจริงกว่า
สื่อต่างประเทศและผู้กำกับต่างยกย่องว่า นี่คือการแสดงระดับ “Prime Time” ของสเตแธมในวัย 58 ปี เขาเล่นฉากสตั๊นท์เองแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฉากกู้ภัยกลางพายุทะเลคลั่งที่ต้องว่ายน้ำทั้งรองเท้าบูท หรือฉากต่อสู้ระยะประชิด ซึ่งทำให้เขาได้แผลมากมาย แต่ เจสัน บอกว่า “รอยแผลคือเครื่องเตือนใจ”
โดย เจสัน สเตแธม ยกให้ฉากที่ ไมเคิล เมสัน ต้องกระโดดลงไปช่วย เจสซี กลางพายุทะเล เป็นฉากที่ถ่ายทำยากที่สุดในชีวิตการแสดงของเขา เพราะฉะนั้น ห้ามพลาดฉากนี้ในโรงภาพยนตร์เด็ดขาด (อยู่ต้นเรื่องเลย)

นอกจากเรื่องบู๊แล้ว ใน SHELTER เราจะได้เห็นสเตแธมในมุมที่อ่อนโยนและเปราะบาง บทบาทของ “พ่อบุญธรรมจำเป็น” ทำให้หนังมีหัวใจ ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์นักฆ่า การประกบคู่กับ โบดี้ เร บรีทแนค (นักแสดงหน้าใหม่จาก Hamnet ที่ผ่านการคัดเลือกจาก 500 คน) ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากสื่ออย่าง Nerdspin และ Variety ว่าเป็นเคมีที่ “ยอดเยี่ยมและเป็นธรรมชาติ”
“No Green Screen” นี่คืองานสร้างระดับมาสเตอร์พีซ จุดเด่นของผู้กำกับ ริก โรมัน วอห์ คือความเกลียดชัง CGI เขาต้องการความ “สมจริง” ทำให้ทีมงานต้องสร้างประภาคารของจริง และโรงเก็บเรือขึ้นมาใหม่ทั้งหมดริมชายฝั่งไอร์แลนด์ (หาดทราเวลฮอว์ก) ท่ามกลางสภาพอากาศจริงที่โหดร้าย เพื่อให้ได้ภาพความเวิ้งว้างและอันตรายของคลื่นลมจริงๆ
ด้านฉากคลับในตำนาน นี่คือฉากแอ็กชันสุดเดือดซึ่งถ่ายทำที่ Fabric ไนท์คลับระดับตำนานของลอนดอน เพื่อให้ได้บรรยากาศแสงสีเสียงที่ดิบและเรียลที่สุด ตามความต้องการของทั้งผู้กำกับและสเตแธม
ส่วนเสื้อผ้าถูกออกแบบให้ใช้งานได้จริง เช่น เสื้อพาร์กาตัวโคร่งที่ใช้พรางตัว หรือชุดของตัวร้ายที่เน้นแบรนด์ Tactical ของจริงอย่าง ThruDark

..มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย..
หนังพล็อตเรื่อง “สูตรสำเร็จ” เดาทางง่าย ขาดความแปลกใหม่ ใครที่คาดหวังพล็อตหักมุมซับซ้อน หรือบทที่ฉีกกฎเดิมๆ บอกเลยว่าไม่มี แถมจังหวะหนังอาจจะ “อืด” เกินไปสำหรับขาบู๊ เพราะฉากแอ็กชันไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากต้องแบ่งเวลาไปปูความสัมพันธ์ระหว่าง “เมสัน” กับ “เจสซี” ค่อนข้างนาน ซึ่งอาจทำให้รู้สึกว่าหนังเดินเรื่องช้าในบางช่วง
และสำหรับบางคน แม้จะบอกว่า นี่คือ เจสัน สเตแธม “ร่างทอง” ที่มีการแสดงอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้น แต่โดยรวมแล้ว เจสัน ก็ยังเล่นเป็น “ชายหนุ่มพูดน้อย ต่อยหนัก หน้าตาย และเก่งเวอร์” เหมือนเดิม สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนคลับสเตแธม อาจจะรู้สึกว่าการแสดงของเขาดูซ้ำซากจำเจ ไม่ได้ฉีกบทบาทไปเป็นคนอื่นเลย แสดงกี่เรื่องก็เหมือนเป็นตัวเองทุกเรื่อง
และแม้หนังจะเคลมว่าเน้นความสมจริง ไม่ใช้ CGI แต่ด้วยความที่เป็นหนังแอ็กชันฮีโร่ ตัวเอกอย่างเมสัน วัย 58 ปีในเรื่อง ก็เก่งเกินมนุษย์ไปหน่อย สามารถจัดการกับศัตรูที่มาเป็นกองทัพได้ด้วยตัวคนเดียว ซึ่งอาจขัดใจคนที่ชอบความสมจริงแบบเคร่งครัด ว่า “คนคนเดียวจะเก่งขนาดนี้ได้ยังไง”

3.5/5
ถ้าคุณเบื่อหนังแอ็กชันที่ใช้ CG ลอยๆ เรื่องนี้คือคำตอบ เพราะเน้นสตั๊นท์ล้วนๆ มีความสมจริงของการต่อสู้ เนื้อเรื่องดราม่ากินใจ เน้นเรื่อง “ครอบครัว” และ “การไถ่บาป” ซึ่งทำให้อินตามได้ง่ายกว่าหนังบู๊ล้างผลาญทั่วไป เป็นส่วนผสมระหว่างความระห่ำของ John Wick และความผูกพันของ The Last of Us ในฉบับของ เจสัน สเตแธม แต่มีบางช่วงที่ “อืด” ไปหน่อย และ เจสัน สเตแธม ก็เก่งเกินมนุษย์เหมือนเดิม แถมมีฉากให้เราได้อีหยั่้งวะหลายทีอยู่เหมือนกันนะ (แนะนำให้ดูพากย์ไทย ทีมพากย์เสียงคุ้น ๆ ทั้งนั้น ทำให้หนังสนุกขึ้นไปอีก)
หมีเช



