“มีบางอย่างเน่าเฟะอยู่ในราชอาณาจักรนอร์เวย์” นายอัสลัก นอร์ นักเขียนชาวนอร์เวย์ ระบุในบทความแสดงความคิดเห็นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอ้างอิงคำพูดจากบทละครแฮมเลต ของวิลเลียม เชกสเปียร์


ชาวนอร์เวย์จำนวนมีความเห็นเช่นเดียวกัน หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เปิดเผยเอกสารชุดล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเอปสตีนเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกชนชั้นสูงของนอร์เวย์กับเอปสตีน


ในรายการเอกสารเกือบ 3 ล้านฉบับ มีอีเมลหลายร้อยฉบับที่ส่งระหว่างปี 2554-2557 ระหว่างมกุฎราชกุมารีเมตเต-มาริต แห่งนอร์เวย์ กับเอปสตีน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาล่อลวงผู้เยาว์ เมื่อปี 2551


ขณะเดียวกัน ตำรวจนอร์เวย์ก็เปิดการสอบสวน “การทุจริตร้ายแรง” ต่อนายธอร์บยอร์น จักลันด์ อดีตนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ รวมถึงนางโมนา จูล นักการทูตชื่อดัง และนายเทอร์เย รอด-ลาร์เซน สามีของเธอ ในข้อหาสมรู้ร่วมคิด


ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของการสอบสวนจักลันด์ คือ ความสัมพันธ์กับเอปสตีน ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโนเบล และเลขาธิการสภายุโรป ส่วนการสืบสวนจูล มุ่งเน้นไปยังความสัมพันธ์กับเอปสตีนเช่นกัน ในช่วงที่เธอทำงานในกระทรวงการต่างประเทศนอร์เวย์ ก่อนที่จะเป็นเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำสหราชอาณาจักร


แม้ก่อนหน้านี้ บุคคลสำคัญหลายคนลดความสำคัญของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเอปสตีน แต่ในตอนนี้ พวกเขากลับออกมาขอโทษมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมกุฎราชกุมารีเมตเต-มาริต ซึ่งทรงขอโทษพสกนิกรและราชวงศ์ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว และพระองค์ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ต่อ “มิตรภาพ” ที่ทรงเคยมีกับเอปสตีน


เรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนชาวนอร์เวย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสัญญาประชาคมของสังคมสแกนดิเนเวีย


อนึ่ง นอร์เวย์ได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการทุจริตน้อยที่สุดของโลก โดยถูกจัดอยู่อันดับที่ 5 ของดัชนีการรับรู้การทุจริต (ซีพีไอ) ล่าสุด จากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (ทีไอ) อีกทั้งนอร์เวย์ถือเป็นสังคมที่มีความเสมอภาคอย่างกว้างขวาง และการเลือกปฏิบัติเป็นสิ่งที่ถูกรังเกียจ


“ความไว้วางใจในนอร์เวย์ ไม่ได้สำคัญอย่างมากสำหรับสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ และมันมีบทบาทในหลายด้าน เช่น อัตราการใช้สิทธิเลือกตั้ง ระบบสวัสดิการ หรือการยอมรับชาวต่างชาติ” นายสตาฟฟาน คุมลิน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยออสโล กล่าว


ผลสำรวจความคิดเห็นของสถานีโทรทัศน์ทีวี2 เผยให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามสัดส่วน 76.8% เชื่อว่า การเปิดเผยครั้งล่าสุดในคดีเอปสตีน บั่นทอนความไว้วางใจในระบบการเมืองไปบ้าง หรืออย่างมีนัยสำคัญ


ด้านนายกรัฐมนตรีโยนาส การ์ สเตอร์ ผู้นำนอร์เวย์ สนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมการรัฐสภาอิสระ เพื่อตรวจสอบลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเหล่านี้กับเอปสตีน


ขณะที่ นายฮัลวาร์ด เลียรา นักรัฐศาสตร์จากสถาบันกิจการระหว่างประเทสแห่งนอร์เวย์ (เอ็นยูพีไอ) ตั้งข้อสงสัยว่า ผู้คนต่างไม่พอใจและโกรธเคือง เนื่องจากการทำลายความไว้วางใจ แต่มันเป็นเพราะคนไม่ดีเพียงไม่กี่คน หรือเป็นเพราะระบบมีช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตได้


“มันเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ว่า ความไว้วางใจจะได้รับผลกระทบในตอนแรก แต่ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการจัดการเรื่องต่าง ๆ ต่อจากนี้ไป ซึ่งหากเราสามารถแสดงให้เห็นว่ามีข้อผิดพลาด แต่เรากำลังจะแก้ไข ความไว้วางใจก็อาจจะแข็งแกร่งขึ้นได้” เลียรา กล่าวทิ้งท้าย.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP