โรคหัดแมว หรือ Feline Panleukopenia ยังคงเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่สร้างความสูญเสียในกลุ่มแมวเลี้ยง โดยเฉพาะลูกแมวที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วน ไวรัสดังกล่าวเกิดจากเชื้อในกลุ่มพาร์โวไวรัส ซึ่งมีความทนทานสูงในสิ่งแวดล้อม สามารถปนเปื้อนตามพื้นผิว อุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ และแพร่ผ่านสารคัดหลั่ง เช่น อุจจาระ น้ำลาย หรือสิ่งของใช้ร่วมกัน

อ.น.สพ.จตุพร หนูสุด ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยให้ความรู้เอาไว้ว่า อาการสำคัญของโรคประกอบด้วย ไข้สูงเฉียบพลัน อาเจียน ท้องเสียรุนแรง ซึม เบื่ออาหาร และภาวะเม็ดเลือดขาวลดต่ำอย่างมาก ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอและเสี่ยงติดเชื้อแทรกซ้อน อัตราการเสียชีวิตในลูกแมวอยู่ในระดับสูง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

แม้โรคนี้จะไม่ติดต่อสู่คน แต่ว่า เชื้อไวรัสดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแมวบ้านเท่านั้น เนื่องจากสามารถพบการติดเชื้อในสัตว์วงศ์ Felidae ได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแมวป่า สิงโต และเสือ โดยเฉพาะลูกสัตว์ที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง หรืออยู่ในพื้นที่เลี้ยงรวม เช่น สวนสัตว์หรือศูนย์เพาะเลี้ยง

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการประคับประคองอาการ เช่น การให้น้ำเกลือ การควบคุมอาการอาเจียน และป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด

ผู้เลี้ยงสัตว์จึงควรเร่งฉีดวัคซีนตามโปรแกรมที่กำหนด แยกสัตว์ป่วยออกจากตัวอื่น และรักษาความสะอาดอุปกรณ์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่อาจลุกลามจากแมวบ้านไปสู่สัตว์ตระกูลเสือได้ในอนาคต