เลือกตั้งจบแต่ปัญหายังไม่จบกับการตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่  ทั้งข้อกังขาประเด็นร้อน “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” ที่อาจตรวจสอบย้อนหลังไปถึงตัวตนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งว่ากาให้ใคร การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปโดยลับอย่างแท้จริงหรือไม่ รวมถึงประเด็น “บัตรเขย่ง” ที่มากผิดปกติ มากมายแต่กกต.ชิงประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเพื่อเปิดทางให้มีการจัดตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว “คอลัมน์ตรวจการบ้าน” จึงต้องมาสนทนากับ “ธีระ สุธีวรางกูร”ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคประชาชน จะลุยสู้กกต.เคลียร์ปมเลือกตั้งนี้อย่างไร

@การจัดการเลือกตั้งของ กกต.ครั้งนี้มีความบกพร่องแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างไร

ผมคิดว่าการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ครั้งนี้ไม่มีความสมบูรณ์  มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนตั้งแต่ระดับของการจัดหน่วยเลือกตั้ง การนับคะแนน การขีดคะแนน การส่งผลคะแนนเลือกตั้ง แม้กระทั่งการประกาศผลการเลือกตั้ง รวมไปถึงเรื่องการตรวจสอบการเลือกตั้งที่อาจจะมีปัญหา ที่มีผู้โต้แย้งถกเถียงว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ ซึ่งยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้เลย พูดรวมๆการจัดเลือกตั้งของ กกต.ครั้งนี้ ทำค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐาน อาจจะมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

@มีข้อมูลพบว่ามีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ประเด็นคนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยหรือไม่นั้น ยังมีประเด็นสงสัยกันอยู่ว่าจริงๆ มีคนมาใช้สิทธิน้อยขนาดนั้นหรือไม่ ต้องเรียกว่าน้อยกว่าทุกครั้งอย่างค่อนข้างมีนัยสำคัญ เรียกว่าความรับผิดชอบส่วนหนึ่งก็อยู่ที่การจัดการของกกต.ที่ไม่สามารถจะดึงให้คนมาใช้สิทธิเลือกตั้งได้เทียบเท่ากับการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิถึง 70 กว่าเปอร์เซ็นต์

@มีบางฝ่ายมองว่าครั้งนี้พรรคประชาชนแพ้เลือกตั้งแล้วอาจตีโพยตีพายมากเกินไปหรือไม่

ประเด็นไม่ใช่ “แพ้หรือชนะ” แต่หากการเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม พรรคก็พร้อมยอมรับเราไม่ได้โต้แย้งเพราะแพ้ แต่โต้แย้งเพราะต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ” รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องมีความชอบธรรม และความชอบธรรมนั้นเริ่มต้นจากกระบวนการที่โปร่งใส หากมีข้อสงสัย ก็จำเป็นต้องใช้กลไกทางกฎหมายพิสูจน์

@ ในเรื่องที่จะเอาผิด กกต.ได้คือเรื่องใดบ้าง

พรรคมอบหมายให้ “นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง” รองหัวหน้าพรรค ฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้อง กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเรามั่นใจว่ามีหลักฐานชัดเจนแน่นอน ส่วนจะทำให้ กกต.ติดคุกได้หรือไม่นั้น ก็อยู่ที่ศาลจะพิจารณาพิพากษา ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

@หากถึงจุดที่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ พรรคประชาชนพร้อมในการเลือกตั้งใหม่หรือไม่

หากศาลวินิจฉัยให้การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และต้องจัดเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาชนยืนยันว่าพร้อมลงสนามอีกครั้ง แม้จะเหนื่อย ส่วนคดี 44 สส. จะกระทบหากมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่นั้น ถ้าเป็นเรื่องการเตรียมความพร้อมในเรื่องการเลือกตั้งใหม่ ถ้าศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนการเลือกตั้ง และเป็นกรณีที่เป็นการเลือกตั้งใหม่โดยใช้ผู้สมัครชุดเดิม อย่างนี้ทางแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หรือว่าผู้สมัคร สส.ทั้ง 2 ระบบ ก็ยังเป็นรายชื่อเดิมอยู่เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา  ถ้าจะมีปัญหาในเรื่องการขาดคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามในระหว่างที่มีการเลือกตั้ง

หากทางศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้นก็ว่าไปตามข้อกฎหมายอีกทีหนึ่ง ซึ่งเราก็มีระบบสำหรับดันคนของเราขึ้นมาอยู่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็คือทุกฉากทัศน์ของเหตุการณ์เราเตรียมความพร้อมรับมือเสมอกับความไม่แน่นอนทางสถานการณ์การเมือง

@จากการถอดบทเรียนของพรรคที่ผ่านมา พบว่าสาเหตุที่ทำให้แพ้เลือกตั้งคืออะไร

มีบทเรียนเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง บทเรียนเกี่ยวกับการเตรียมตัวและวิธีการในการหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งการประเมินคู่แข่งขันในสนามเลือกตั้ง บทเรียนที่เรารับทราบก็คือว่าเราคิดว่าเราเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งได้ดีตามมาตรฐานในระดับหนึ่งเพียงแต่ว่าเราประเมินคู่แข่งขันในสนามเลือกตั้งอาจจะประเมินคาดการณ์ผิดไปบ้างบางส่วน โดยเฉพาะเทคนิคในการเลือกตั้ง เราพบว่าในเขตที่ทางพรรคแพ้การเลือกตั้ง ประมาณ 20 เขต  ที่คะแนนของพรรคหนึ่งพุ่งสูงผิดธรรมชาติ ขณะที่อีกพรรคซึ่งเคยมีคะแนนใกล้เคียงกันกลับลดฮวบ จนเกิดข้อสงสัยเรื่องการ แบ่งคะแนนเสียง” นี่ก็เป็นสถานการณ์อย่างหนึ่งที่ตอนแรกเราประเมินว่ามันไม่น่าจะมีอะไรอย่างนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราก็คิดได้ว่าสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าถ้าจะมีเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้อีกเราจะต้องรับมืออย่างไร

ผมไม่อยากเรียกว่าฮั้ว แต่เป็นการตกลงกันในทางปฏิบัติ ทำให้ผลออกมาผิดธรรมชาติ” จากเดิมที่พรรคได้ราว 3 หมื่นคะแนนและชนะ เมื่อคู่แข่งรวมคะแนนกัน จึงพลิกเกมได้ นี่คือบทเรียนสำคัญที่พรรคต้องวางแผนรับมือในอนาคต

@ประเมินว่าการโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มีผลที่ทำให้พรรคแพ้เลือกตั้งหรือไม่

ในที่ประชุมเราก็พูดถึงเหมือนกันว่ามันก็มีส่วน แต่ไม่ได้มีส่วนในลักษณะที่มีนัยสำคัญ คือก่อนที่จะมีการเลือกตั้งก็อาจมีคำวิจารณ์มาก ซึ่งในช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งที่เราสำรวจมาเหตุผลนี้ไม่ใช่เหตุผลหลัก แต่ว่าเหตุผลของคะแนนเสียงที่หายไปอย่างมีนัยสำคัญไม่ใช่ว่าโหวตเตอร์เราเขาไม่โหวตให้เรา เพราะเรายกมือให้นายอนุทิน แต่เป็นเพราะโหวตเตอร์ที่เคยลงคะแนนเสียงให้เราในปี 2566 เขากลับไปโหวตให้กับทางพรรคประชาธิปัตย์ ในระบบบัญชีรายชื่อ ตรงนั้นเราหายไปประมาณ 3 ล้านกว่าคะแนน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

@เรื่องแก้ธรรมนูญจะผลักดันต่ออย่างไร

ตอนนี้มีการออกเสียงประชามติให้จัดทำฉบับใหม่แล้ว หลังจากเปิดสภา ผมไม่คิดว่ามีเฉพาะพรรคเรา แต่คิดว่าสมาชิกรัฐสภาเกือบทุกพรรคที่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็จะเริ่มเสนอญัตติเข้าที่ประชุมสภา พร้อมกับแนบตัวร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในมาตรา 256/1  เหมือนกับที่เคยทำมาแล้วเมื่อ 3-4 เดือนก่อน คิดว่าไม่นานจะนานก็จะเริ่มดำเนินการได้ ทั้งนี้การจัดทำรัฐธรรมนูญมี 2 วิธี เนื่องจากร่างเดิมยังค้างอยู่ในวาระที่สอง และเราอาจจะจัดทำเป็นร่างใหม่เข้าไป ตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นแบบไหน แต่ถ้าพูดในท่าทีของพรรค ผมคิดว่าพรรคก็คงจะเสนอตัวร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่เข้าไป โดยการพิจารณาร่วมกันกับทางพรรคที่ตกลงจะมีการแก้ไขตัวรัฐธรรมนูญ เพราะหากหยิบร่างเดิมเข้ามาก็อาจจะไปชนกันในวาระที่สอง และจะต้องไปฝ่าด่านวุฒิสภาอีก.



คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่