ถึงแม้บางคนจะได้รับคำชมจากผลงานที่ทำ ได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำ แต่แทนที่จะรู้สึกภูมิใจ กลับรู้สึกกลัวว่าสักวันหนึ่งคนอื่นจะรู้ว่าเราไม่ได้เก่งจริง กลัวว่าความสำเร็จที่ได้มาเป็นแค่โชคหรือเป็นความผิดพลาดของระบบการประเมิน

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Imposter Syndrome หรือภาวะที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็น “คนลวงโลก”

คนที่มีภาวะ Imposter Syndrome มักจะอธิบายความสำเร็จของตนเองว่าเป็น “ปัจจัยภายนอก” จากโชคชะตา ระบบที่เอื้อกับตน หรือมีคนคอยหนุนหลัง แต่ในทางกลับกันเมื่อเกิดความผิดพลาดจะกลับมามองว่า “ฉันเก่งไม่พอ” ดังนั้นคนประเภทนี้มักตั้งมาตรฐานกับตัวเองสูงมาก แต่มักมองข้ามความสำเร็จของตัวเอง และขยายความผิดพลาดให้ใหญ่เกินจริง

คำพูดในใจที่พบบ่อยของคนประเภทนี้คือ “ฉันยังไม่เก่งพอ” “เดี๋ยวเขาก็รู้ว่าฉันไม่เก่งจริง” หรือ “คนอื่นเก่งกว่าเราเยอะ” คนเหล่านี้จะหาทางลดคุณค่าในตนเองลงเรื่อย ๆ จนไม่อนุญาตให้ตัวเองมีความรู้สึกภาคภูมิใจได้อย่างเต็มที่ นานวันเข้าจะเสี่ยงเป็นความวิตกกังวลเรื้อรัง ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ (burnout) หลีกเลี่ยงโอกาสดี ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต และอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ไม่กล้าต่อรอง หรือแม้กระทั่งแยกตัว

ภาวะ Imposter Syndrome ไม่ได้เกิดจากความไม่เก่ง แต่เกิดจากการไม่ยอมรับคุณค่าของตัวเอง และการผูกคุณค่าทั้งหมดไว้กับความสมบูรณ์แบบ จนไม่สามารถรู้สึกประสบความสำเร็จจากภายในได้

การเยียวยา Imposter Syndrome จึงไม่ใช่การสะสมความสำเร็จให้มีเพิ่มขึ้น แต่คือการเปลี่ยนวิธีมองความสำเร็จที่มีอยู่แล้ว โดยเลิกยกเครดิตให้กับ “โชคชะตา” อย่างเดียว ทุกครั้งที่สำเร็จให้พยายามระบุอย่างน้อย 1 ทักษะที่ตนเองได้มีส่วนทำให้ผลงานเกิดขึ้น

การยอมรับว่าความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต เปลี่ยนจากมุมมองที่ “ต้องสมบูรณ์แบบ” เป็น “ดีพอและพัฒนาได้” การไม่รู้ทุกอย่าง ไม่ได้ทำให้เราไร้ค่า ให้ความสำคัญกับกระบวนการที่ทำมากกว่าผลลัพธ์ที่ไร้ที่ติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด growth mindset

ฝึกการเมตตาต่อตนเอง (self- compassion) ลองจินตนาการดูว่าหากเพื่อนของเราตกอยู่ในภาวะเดียวกันนี้ เราจะพูดหรือปลอบโยนเพื่อนอย่างไร ดังนั้นลองฝึกพูดกับตัวเองแบบที่เราพูดกับเพื่อน นอกจากนั้นลองฝึกให้ความเมตตาต่อตัวเองหลังจากที่เราเมตตาคนอื่นแล้ว ยอมรับว่าเราเป็นคนหนึ่งบนโลกนี้ที่มีความผิดพลาดได้ ยินยอมให้ความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราและฝึกการให้อภัยตัวเองเมื่อเกิดความผิดพลาดนั้น

ถึงแม้ภาวะนี้ไม่ได้รุนแรงมาก แต่หากอยู่กับเราระยะยาวอาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิตในด้านอื่น ลองสังเกตตัวเองหากมีอาการเหล่านี้ เช่น รู้สึกรบกวนการทำงาน นอนไม่หลับ เครียดเรื้อรัง อารมณ์เศร้า ไม่มีความสุข และพยายามหลีกเลี่ยงโอกาสที่เข้ามาในชีวิต ควรได้รับการประเมินและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ

เพราะคุณไม่ได้อยู่ตรงนี้โดยบังเอิญ ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้สมควรกับที่ยืนตรงนี้.