บรรดาผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า ประกาศของบริษัท แอมะซอน ที่ระบุว่าศูนย์ข้อมูลแห่งหนึ่งในภูมิภาคอ่าว “โดนวัตถุตกใส่” ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามระหว่างอิหร่าน ซึ่งสู้กับสหรัฐและอิสราเอล เน้นย้ำถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่สำคัญ


ขณะนี้ ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า ศูนย์ข้อมูลของแอมะซอนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งถูกตัดขาดจากโครงข่ายไฟฟ้า และได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ เป็นการโจมตีโดยเจตนา หรือความเสียหายจากเศษซากที่ตกลงมา


อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สิ่งปลูกสร้างที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ประมวลผลที่ละเอียดอ่อน เครือข่าย และระบบระบายความร้อน ยังมีจุดอ่อน แม้จะมีการวางแผนอย่างครอบคลุม เพื่อให้ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องก็ตาม


นายโจนาธาน เยมโบ จากบริษัทข้อมูล “เทเลจีโอกราฟี” กล่าวว่า ศูนย์ข้อมูลเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันเป็นสถานที่จัดเก็บแอปพลิเคชันและข้อมูลทั้งหมด


สำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่ผลักดันการให้บริการข้อมูล คลิปวิดีโอ การสตรีมเสียง แอปพลิเคชัน และอื่น ๆ แก่ผู้คนทั่วโลก การตั้งโครงสร้างพื้นฐานใกล้กับผู้ใช้ จะทำให้บริการรวดเร็วยิ่งขึ้น


“นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ตะวันออกกลางเป็นพื้นที่สำคัญ สำหรับศูนย์ข้อมูลและการพัฒนาระบบคลาวด์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทั้งหมด ย้ายไปยังพื้นที่หลายแห่งทั่วภูมิภาคอ่าว” เยมโบ กล่าวเพิ่มเติม


ขณะที่ นางซินเซีย เบียงโก จากคณะมนตรียุโรปด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (อีซีเอฟอาร์) กล่าวว่า ยูเออีมีความก้าวหน้าเป็นพิเศษ ในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล เนื่องจากประเทศมีเสถียรภาพทางการเมืองค่อนข้างดี และพลังงานที่เหลือเฟือ อีกทั้งบรรดาผู้นำยูเออีเชื่อว่า การเป็นที่ตั้งโครงสร้างพื้นฐานนี้ จะทำให้ประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะสหรัฐ มีข้ออ้างในการรักษาความปลอดภัย และให้การรับประกันด้านความมั่นคง


อนึ่ง เยมโบชี้่ให้เห็นว่า การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพของศูนย์ข้อมูลมีความเข้มงวด โดยมักใช้ระบบควบคุมการเข้าถึงด้วยไบโอเมตริกซ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และรั้วรอบนอกที่เสริมความแข็งแกร่ง แต่หากเป็น “การโจมตีด้วยขีปนาวุธ” มันมีหลายสิ่งในระดับธุรกิจที่ไม่สามารถวางแผนรับมือได้


ด้านนางสวาพนา สุบรามานี ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ประจำอินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา จากบริษัทที่ปรึกษา “สตรักเจอร์ รีเสิร์ช” กล่าวว่า ในหลายพื้นที่ ผู้ให้บริการคลาวด์ต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางกายภาพ การเปิดเผยสถานที่ตั้ง และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์


นอกจากนี้ นายเรเน บูเอสต์ นักวิเคราะห์ระบบคลาวด์ของบริษัท การ์ตเนอร์ ระบุว่า ศูนย์ข้อมูลของแอมะซอนไม่น่าจะถูกโจมตีโดยเจตนา เนื่องจากการระบุอาคารศูนย์ข้อมูลที่มีมูลค่าสูงจากภายนอกนั้นเป็นเรื่องยาก ซึ่งเขาเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ หรืออาจเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ที่ทำให้อาคารศูนย์ข้อมูลได้รับความเสียหายข้างเคียง


“อย่างไรก็ตาม ศูนย์ข้อมูลอาจตกเป็นเป้าหมายที่ถูกเลือกอย่างมีจุดประสงค์ในอนาคต โดยฝ่ายตรงข้ามอาจพยายามขัดขวางการรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง หรือการทำงานของระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)” บูเอสต์ กล่าวทิ้งท้าย.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP