@เริ่มต้นที่ การเมืองระดับประเทศ ที่ ครั้งแรก เข้าใจว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่โดน มรสุมรุมเร้า จากการ เลือกตั้ง ที่ “อลวนอลเวง” และ ถูก กล่าวหาจาก ทุกภาคส่วนว่าไม่ โปร่งใส  การ เลือกตั้ง อาจจะเป็น โมฆะ ต้องจัดให้มีการ เลือกตั้งใหม่ หรือความอลเวง ที่เกิดขึ้น จะทำให้การ ประกาศรับรอง สส.มีความ ล่าช้า ….แต่ ผิดคาด เพราะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศรับรอง สส.เขต เร็วกว่าที่คาดหมาย และ สัปดาห์นี้ ก็จะ ประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ สาเหตุในการที่  กกต. ประกาศ รับรอง สส.ทั้ง แบบเขต และ แบบ บัญชีรายชื่อ รวดเร็วปาน กามนิตหนุ่ม  อาจจะเพื่อสยบ ความคิดเห็น จาก นักวิชาการ นักการเมือง และ บุคคล ต่างๆ ที่ออกมา ถล่มโจมตี กกต. เกี่ยวกับการ เลือกตั้ง ที่ผ่านมา  หลังการ ประกาศรับรอง สส.ทั้ง สองระบบ เป็นอันหมดหน้าที่ของ กกต. ส่วนเรื่อง บาร์โค้ด เรื่อง คะแนน ที่ เขย่งเก็งกอย และ เรื่องอื่นๆ เป็นหน้าที่ของ องค์กรอิสระ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ ชี้ขาด เพราะ กกต.มั่นใจว่า เรื่องของ บาร์โค้ด เรื่องการเลือกตั้งเป็น ความลับ หรือ ไม่ลับ เป็นเรื่องที่ กกต. สามารถ ชี้แจง กับ ศาลรัฐธรรมนูญ และ องค์กรอิสระ ต่างๆได้ และ มั่นใจว่า การ เลือกตั้ง ครั้งนี้ไม่ โมฆะ …..การ ประกาศ รับรอง สส.ทั้งสองระบบ อย่าง รวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลา 40 วัน จะทำให้การ ฟอร์ม รัฐบาล ที่มี พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำ และมีพรรคเพื่อไทยเป็น พรรคร่วม ที่เป็นพรรคอันดับ 3 โดยมี พรรคเล็กพรรคน้อย ร่วมรัฐบาล การ ฟอร์ม รัฐบาล ของ พรรคภูมิใจไทย ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ จึง รวดเร็ว ขึ้น และจบในเดือน มีนาคม  และ ประเทศไทย สามารถ มี รัฐบาลใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ ในเดือนเมษายน 2569  เร็วขึ้นกว่าที่มีการ คาดการณ์ ว่า ประเทศไทย จะมี รัฐบาลใหม่ เข้ามาบริหารประเทศในเดือน พฤษภาคม เป็นอย่างเร็ว….

@ส่วนการ ฟอร์มรัฐบาล สำหรับ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่น่าจะมีความ ยุ่งยาก เพราะมีความได้เปรียบที่มี  สส.เกือบ 200 คน และ พรรคการเมืองที่เข้าร่วม ก็มีเพียง พรรคเพื่อไทย ซึ่งเข้าใจว่า มีการ  พูดคุย ตกลง ตำแหน่งกันก่อนที่ กกต.จะ ประกาศรับรอง สส.ทั้งสองระบบ เสียอีก วันนี้ เสี่ยหนู กับ เสี่ยเน จึงกลายเป็น พยัคฆ์ติดปีก  ถ้าไม่มี อุบัติเหตุ” ที่ไม่ คาดฝัน เชื่อว่า รัฐบาลชุดใหญ่ จะ สามารถ บริหารประเทศได้ครบ 4 ปี เช่นเดียวกับ รัฐบาล ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีต นายกรัฐมนตรี….โดยเฉพาะการสร้าง ภาพลักษณ์ ด้วยการไม่มี พรรคกล้าธรรม ของ  ผู้กองธรรมนัส หรือ รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าร่วมรัฐบาล   ทำให้ ภาพลักษณ์ ของ รัฐบาลมีความ สดใสกาววาว  ที่ สังคมเห็นชอบ ซึ่งสังเกตได้จาก โพล ของ สำนักต่างๆ ที่ออก ว่า ประชาชน เห็นด้วยกับที่ รัฐบาลใหม่ ไม่มี พรรคกล้าธรรม ร่วมรัฐบาล….การไม่มี พรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ยังมีผลต่อ ต่างประเทศ ที่ จับตามองการตั้ง รัฐบาล เพื่อเข้ามาบริหารประเทศในครั้งนี้ โดยเฉพาะ มหาอำนาจอย่าง”พญาอินทรีย์ สหรัฐอเมริกา และ พญามังกร อย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเรื่องการที่พรรคภูมิใจไทย ไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล แกนนำ ของ พรรคกล้าธรรม ทราบดีว่ามาจาก สาเหตุอะไร ดังนั้น จึงได้เห็น บทบาท ของ ผู้กองธรรมนัส ที่ไม่ได้ออก ฤทธิ์เดช อะไรมากนัก เพียงแต่ออกมาให้ สัมภาษณ์ กับ ผู้สื่อข่าว เพื่อ รักษาเหลี่ยม ของ ลูกผู้ชายชื่อไอ้แผน ที่ ฆ่าได้หยามไม่ได้ เท่านั้น และ หลังจากนี้ไป ต้องจับตาว่าใน พรรคกล้าธรรม จะมี สส.ฝากเลี้ยง และ งูเห่า เท่าไหร่ ซึ่งจะเห็นได้ในวันที่ สส.ต้อง โหวด ให้ อนุทิน ชาญวีรกุล เป็น นายกรัฐมนตรี สำหรับเรื่อง งูเห่า เรื่อง กล้วยเลี้ยงลิง ในสภาผู้แทนราษฎร์ กลายเป็นเรื่อง ปกติ สำหรับการเมืองแบบไทยๆ…. ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ นั้น เชื่อว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ไม่มีความคิด และความ กระสัน ในการเข้าร่วมรัฐบาล แม้ว่า “พรรคภูมิใจไทย จะมีการ เปิดไฟเขียว รอให้มีการ มอบตัว  แต่มี สส.ที่เป็น ผู้บริหารพรรค อย่าง กรณ์ จาติกวนิช และ ชัยชนะ เดชเดโช ที่มีความเห็นในการเข้าร่วมรัฐบาล แต่สุดท้าย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คงยอม อดเปรี้ยวไว้กินหวาน  เป็น ฝ่ายค้าน เพื่อสร้างผลงาน เลือกตั้ง ครั้งหน้า อาจจะ  พรรคอาจจะ โต กว่าเดิม….

@ไม่ใช่เรื่องของ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด แต่เป็นเรื่องของ สถานการณ์ของความ เลวร้าย ที่เกิดอย่างต่อเนื่อง ที่ทำให้ ประเทศไทย ต้องมี เศรษฐกิจ ที่ ย่ำแย่ อยู่แล้ว เมื่อต้องพบกับ ภาษีทรัมป์ เศรษฐกิจที่ ย่ำแย่ อยู่แล้ว ก็ยิ่งแย่ลง และขณะที่ การ แก้ไขเริ่มจะ ตั้งตัว ได้บ้าง จากทีม เศรษฐกิจ ของ รัฐบาล ที่มี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ศุภจี สุธรรมธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่แล้ว ประธานาธิบดี โดนัลล์ ทรัมป์ สหรัฐอเมริกา ก็เปิดฉาก ถล่มโจมตี ประเทศอิหร่าน เป็น สงครามขนานย่อมๆ ใน ตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และ ประเทศไทย ถึงจะอยู่ห่างจาก ตะวันออกกลางมากโข แต่ ผลกระทบ ก็ หนักเอาการ ตั้งแต่เรื่องของ พลังงาน เพียงวันที่ 2 ของ สงคราม ราคาน้ำมันมีการ ปรับราคา ขายส่ง ถึง 2 รอบ มีการ จำกัด โควตา   ให้กับ จ็อปเบอร์  จน เดือดร้อน ถึง ปั้มอิสระ และ ผู้กระกอบการ อุตสาหกรรม และ หาก สงครามยังยืดเยื้อ จะมีการ จำกัด น้ำมันในปั้มต่าง โดยให้เติมได้เฉพาะรถยนต์ และ จยย. ที่เข้ามาเติบในปั้ม แต่จะไม่ให้ ขาย ให้กับ ผู้ประกอบการ ที่นำเอาถัง 200 ลิตร และ แท็งค์เกอร์ มาซื้อ หมายความว่า โรงงานอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการขนส่ง ไชต์งานต่างๆ ที่ซื้อน้ำมัน จาก จ็อปเบอร์ และ จาก ปั้มน้ำมัน คือผู้ ได้รับผลกระทบ….ส่วนน้ำมัน คงคลัง ในประเทศ มีเพียง 60 วัน และ คลังน้ำมัน ในภูมิภาคต่างๆ เช่น สุราษฎร์ธานี , สงขลา , ในภาคใต้ มีน้ำมันสำรองเพียง 15 วัน ถ้า เรือบรรทุกน้ำมัน ไม่ขนส่งน้ำมันมาให้ หมายถึงความเดือดร้อนของประชาชน วันนี้ กองทุนน้ำมัน ของประเทศไทย ที่ติดลบกว่า 100,000 ล้านบาท หายติดลบและเริ่มมี กำไร ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา  ถ้าเกิด สงคราม ใน ตะวันออกกลางยืดเยื้อ คงต้องใช้เงินจาก กองทุนน้ำมัน เพื่อ พยุงราคาน้ำมันอีกครั้ง นั้นหมายถึง การ ติดลบ ของกองทุนน้ำมันก็จะเกิดขึ้นอีก และการปิด ช่องแคบฮอร์มุช ของ อิหร่าน คือการ ซ้ำเติม สถานการณ์พลังงานให้อยู่ในความ วิกฤต มากขึ้น จึงเห็นด้วยที่ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เสนาบดีกระทรวงพลังงาน สั่ง ระงับการส่งออก น้ำมัน และเปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน เพื่อการ รับมือกับ สถานการณ์….

@สำหรับราคาสินค้าอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ต้องมี มาตราการ รับมือ กับ สงครามที่เกิดขึ้น แน่นอนว่า ถ้าสงคราม กินเวลาเป็น สัปดาห์ สินค้าต้องขึ้นราคา แต่ต้อง ป้องกัน อย่าให้ ผู้ผลิต และ พ่อค้าคนกลาง ฉวยโอกาส กรีดเนื้อเถือหนัง ประชาชน เป็นการ ซ้ำเติม ความเดือดร้อน และ ที่แน่ๆ ผลกระทบกับการท่องเที่ยวเพราะการ คมนาคม  สายการบิน ที่ต้องบิน อ้อมโลก และการ ยกเลิกเที่ยวบิน ไปยัง หลายประเทศ ใน ตะวันออกกลาง ที่ทำให้มี นักท่องเที่ยว ตกค้างอยู่ในประเทศไทย รวมทั้ง ประชาชน  จาก จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เดินทางไป ประกอบพิธีอุมเราะห์ ที่ ซาอุดีอารเบีย ที่ต้อง ตกค้าอยู่ใน สนามบินมาดีนะ กลับประเทศไทยไม่ได้ นี้คือ ปัญหา ที่ รัฐบาล ที่มี อนุทิน ชาญวีรกุล ต้องเข้าไปให้การ ช่วยเหลือ …. เช่นเดียวกับ แรงงาน จากประเทศไทย ที่บินไป ขายแรง และ ทำงาน ใน อิหร่าน  อิสราเอล และ ประเทศอื่นๆ รวม 6 ประเทศในตะวันออกกลาง กว่า 110,000 คน ที่ รัฐบาล ต้อง มีแผน ในการ อพยพ หาก สงครามเกิด ลากยาว  ทั้งหมดคือ ผลกระทบ กับประเทศไทย ที่ อาจจะทำให้ เศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศ ย่ำแย่ กว่าเดิม และเป็น การบ้าน และ งานหนัก สำหรับ รัฐบาล ณ ขณะนี้ และ รัฐบาลใหม่ ในอนาคต ที่เป็นความ คาดหวัง ของ ประชาชน ว่าจะ นำพาประเทศไปในทิศทางที่ ดีกว่าเดิม…..

@แต่เรื่อง ด่วน ของ วันนี้คือเรื่อง มะพร้าวน้ำหอม ที่ราคาตกต่ำจากลูกละ 10 บาท เหลือเพียง 2 บาท ส่วนลูกที่ไม่สวยถูกดราคาซื้อลูกละ 1 บาท นี่เป็น วิบากกกรม ของ เกษตรกร ที่ทำสวนมะพร้าวน้ำหอม ที่ มีการ ส่งเสริม จาก เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด ให้ปลูก เพราะ ตลาด ในประเทศต้องการ และ ตลาดต่างประเทศยังเปิดรับเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อ เกษตรกร ปลูกและมีผลผลิตออกสู่ตลาด ล้งจีน ที่เป็น พ่อค้าคนกลาง กลับเป็นผู้ กำหนดราคาซื้อ และเป็นผู้ กุมการ ส่งออก ไป ประเทศจีน โดย ล้งจีน เกือบทั้งหมด แทนที่การปลูก มะพร้าวน้ำหอม จะสร้างความ อยู่ดีกินดี ให้กับ เกษตรกร กลายเป็นการสร้าง กำไร ให้กับ ล้งจีน ที่เป็น ต่างด้าว ท้าวต่างแดน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ภูมิภาค ทั้ง เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด ต่าง ใบ้กิน เพราะ แก้ปัญหาไม่ได้…..ปัญหา แก้ไม่ยาก ถ้า บางหน่วยงานไม่ไปมี ผลประโยชน์กับ ล้งจีน” ด้วยการทำเป็น  ใบ้บอด ไม่รับรู้ โดยการ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้ ล้งจีน ทำผิดกฎหมาย เพราะโดย กฎหมาย คนจีน ไม่มีสิทธิ์ ในการเข้ามา ตั้งล้ง และ กำหนดราคารับซื้อ โดยการ ขูดรีดกรีดเนื้อ ของ คนไทย และ กลุ่มทุนจีน ไม่มีสิทธิ์ ในการเข้ามา ถือครองที่ดิน และ ปลูกสวนมะพร้าว แข่งกับ เกษตรกรไทย  ถ้าต้องการ แก้ปัญหา ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร ต้องแก้ที่ ต้นตอ นั้นคือการ จัดการ กับ ล้งจีน  และ การ ให้ พ่อค้าไทย สามารถส่ง มะพร้าวน้ำหอม ไปยังประเทศจีนได้ แต่ทุกวันนี้ผู้ส่งออก เป็น บริษัท ของคนจีนทั้งหมด…..โดยเฉพาะ เกษตรกร ใน คาบสมุทรสทิงพระ และในหลายจังหวัดของภาคใต้ หน่วยงานที่เกี่ยวใน จังหวัด ต้องมีการ ส่งเสริม ให้ เกษตรกร มี ช่องทาง ในเรื่องการตลาด ในภูมิภาค เพราะประเด็นปัญหาของ มะพร้าวน้ำหอม ที่ราคาตกต่ำ ไม่ได้มาจาก ผลผลิตล้นตลาด เพราะตลาดยังต้องการอีกมาก และพ่อค้าปลีก ก็ยังขาย มะพร้าวน้ำหอมให้กับผู้ บริโภค ในราคาแพง ประเด็นนี้ หน่วยงานแต่ละ จังหวัด ต้องมี วิธีการ ในการ สร้างการตลาด และความเข้มแข็ง ให้กับ เกษตรกร ไม่ใช่มี หนทางเดียว คือขายให้ ล้งจีน โดยมี ล้งไทย เป็น ลูกมือ ในการ ร่วมกัน กดราคา อย่างที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบัน…..

@นี่ก็เป็นเรื่อง ยืดเยื้อเรื้อรัง เพราะ วังวนแห่งผลประโยชน์ คือเรื่อง สวนปาล์มน้ำมัน 30,000 ไร่ ที่ นายทุน หมดสัญญาเช่า จาก  กระทรวงทรัพยากรแล้ว แต่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ดำเนินการ นำที่ดินกลับมา เป็นของรัฐตามกฎหมาย โดยปล่อยให้ ผู้มีอิทธิพล ทั้งที่เป็น เจ้าของสัมปทานเดิม และ ผู้มีอิทธิพลรายใหม่ เข้าไป ครองครอง เก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายเหมือนเดิม โดยมีการ จ่ายส่วย ให้ เจ้าหน้าที่ ให้อยู่เฉยๆ “เจี๋ยะเต้ จ๋อเตี่ยมๆ” เดี๋ยว ซองขาว ก็จะไหลมาสู่มือ   เรื่องนี้ เมื่อไหร่ กระทรวงทรัพยากร จึงจะ ดำเนินการ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือ นักการเมือง ที่เกี่ยวข้อง ได้รับ ผลประโยชน์ ด้วย จึงเงียบงัน กันไปหมด ….. เช่นเดียวกับเรื่องชายแดนไทย-เมียนมา ที่ สลุย -ลับร่อ ของ จ.ชุมพร การตัดเส้นทาง 6 เส้นทาง เข้าไป บุกรุกที่ ชายแดน เมียนมา ยึดครองที่ดินมาขาย ให้กับผู้ต้องการ วันนี้ กอ.รมน.ภาค 4 กองทัพภาคที่ 4 ดำเนินการเอาผิดใครได้บ้าง  เห็นเงียบเป็น เป่าสาก  ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้คือ ผบ.กองกำลังเทพสตรี ส่วน รองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่รับผิดชอบภาคใต้ตอนบนคือ พล.ต. เฉลิมพร ขำเขียว และ ท้ายสุด ต้องถาม พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ว่า เรื่องนี้ทำไมจึง เงียบกริบ ทั้งที่ แม่ทัพ ลงพื้นที่ จ.ชุมพร บ่อยมาก…..

@เมื่อก่อน นักท่องเที่ยว ต่างด้าว ท้าวต่างแดน มาเที่ยวประเทศไทย มา ซื้อ บริการ สาวไทย เพื่อ เสพสุข ปัจจุบัน เมืองท่องเที่ยวของประเทศไทย ในภาคใต้ เช่น เกาะสมุย เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี และ เมืองท่องเที่ยว อื่นๆ กลายเป็นที่ ขายบริการทางเพศของ ชาวต่างชาติ ที่มี สารพัดเชื้อชาติ ล่าสุด ตำรวจท่องเที่ยว เกาะพงัน จับ สาว อูกันดา ที่มาขาย บริการทางเพศได้ 2 คน แต่ที่ จับไม่ได้ ไม่รู้กี่มากน้อย นี่คือ ผลพวงการ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่เปิดประเทศรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น อาชญากรรม หรือผู้ที่เดินทางมา ทำมาหากิน ในรูปแบบต่างๆ  ที่ต้องฝากให้ รัฐบาลชุดใหม่ ต้องมี นโนบาย เรื่องการท่องเที่ยววิถีใหม่ โดยไม่ปล่อยให้ ประเทศไทย เป็น ดินแดนสวรรค์ ของ อาชญากร และ เป็นที่ ทำมาหากิน ของ ชาวต่างชาติ ในขณะที่ คนไทย ในเมืองท่องเที่ยวเหล่านั้น ยังจนแจ็กๆ อยู่เต็มบ้านเต็มเมือง……อีกเรื่อง ที่ต้องทวงถาม หน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่ เจ้าหน้าที่ ใน อ.เบตง จ.ยะลา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา  และ ปปช.  ที่ลงไป ตรวจสอบ กลุ่มทุนจีน ที่มา ปลูกทุเรียน ในที่ดินของ กรมธนารักษ์ กว่า 2,000 ไร่  ขอทราบผลจากการตรวจสอบว่า 1 กลุ่มทุนจีนมีสิทธิในการถือครองที่ดินของกรมธนารักษ์ หรือไม่ และการเข้ามาดำเนินการด้านการเกษตร ผิดกฎหมายหรือไม่  และ ณ ปัจจุบัน เรื่องนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว หรือทุกอย่างมีการ”เกี๊ยเซี๊ยะ” กันไป เป็นที่ เรียบร้อยโรงเรียนจีน กันแล้ว ทราบ แล้ว เปลี่ยน……

@ชอบใจนะ ที่ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ใน ฐานะของ ฉก.นราธิวาส ออกมา ท้ารบ กับ บีอาร์เอ็น  โดยท้าให้เข้ามา โจมตี ทหาร แทนการ วางระเบิด  แต่ถ้าจะให้ดี พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ต้องเปิดเกมรุก นำกำลังเข้า โจมตี ฐานที่มั่น และ แหล่ง กลบดาน ของ กองกำลังติดอาวุธ ในพื้นที่ จ.นราธิวาส จึงจะเป็นการ”ปิดจ๊อป”  สถานการณ์ความ รุนแรง ของ ไฟใต้ ได้ เพราะถ้าไม่มี บีอาร์เอ็น ก็ไม่มีความรุนแรง การ ตั้งรับ ของ กำลังทหาร ใน ฐานปฏิบัติการ เพื่อรอให้ บีอาร์เอ็น โจมตี แสดงว่า ฉก.นราธิวาส ไม่มีงาน การข่าว ไม่รู้ว่า บีอาร์เอ็น ซ่องสุมกำลังอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่า หมู่บ้านเข้มแข็ง ของ บีอาร์เอ็น ในแต่ละอำเภออยู่ตรงไหน เอาเฉพาะ หมู่บ้านเข้มแข็ง 4 หมู่บ้าน ใน อ.สุไหงโก-ลก อยู่ตรงไหน และ ใน จ.นราธิวาส ในเป็น ผบ.ฝ่ายทหาร ของ บีอาร์เอ็น ถามว่า ณ วันนี้ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ มีข้อมูล หรือไม่…. หลังจากที่ ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตัน ทำการ ปิดท่าข้ามเถื่อน หรือ ช่องทางธรรมชาติ ระหว่าง ตากใบ-กลันตัน สุไหงโก-ลก กลันตัน ประเทศมาเลเซีย และ มีการเริ่มสร้างกำแพงกั้นเขตแดน กลันตัน –นราธิวาส โดยใช้งบประมาณ หนึ่งหมื่นกว่าล้านบาทไทย  เพราะป้องกันการ ขนยาเสพติด แรงงานเถื่อน สินค้าเถื่อน อาชญากรรมข้ามชาติ  ทำให้ บีอาร์เอ็น ต้องหา เส้นทางใหม่ ในการ ส่งกำลัง และ อาวุธยุทโธปกรณ์ เข้ามา ก่อการร้าย ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการลักลอบขนอาวุธ และ คน เข้ามาทาง เรือ มากขึ้น เพราะ ชายทะเลนราธิวาส -ปัตตานี  มีความยาวหลายร้อยกิโลเมตร  มีความ สะดวก ในการ ลักลอบ เข้ามาใน ปัตตานี -นราธิวาส  ส่วนทางบก วันนี้ อ.สะเดา อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย จ. สงขลา คือ เส้นทางใหม่ของ กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น แม้แต่ ค่ายฝึกการก่อการร้าย แห่งใหม่ ก็อยู่ในเขตชายแดนไทย-มาเลเซีย ใน รัฐเคดาห์  ถามว่า เรื่องใหม่ เส้นทางใหม่ๆ ของ บีอาร์เอ็น  พล.ท.นรธิป โพยนอก  แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4  รู้หรือไม่ และมีแผนในการ ป้องกัน อย่างไร เชื่อเถอะ สันติวิธี ที่ ท่องอยู่ ยังไม่ใช่ทางออกของการ ดับไฟใต้ เพราะ บีอาร์เอ็น ไม่เคยมี สันติวิธี กับ เจ้าหน้าที่รัฐ และกับ ประชาชน ที่เป็น มุสลิม ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้…..

@จบแล้ว สำหรับคดี ทุจริต ในโครงการ อควาเรี่ยม หรือ ปฎิมากรรมหอยสังข์สงขลา ที่เป็น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ของ กรมอาชีวศึกษา ที่ตั้งอยู่ใน วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ เชิงสะพารติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา หลัง ปปช. ให้เวลาในการ ไต่ส่วน หาผู้ทุจริตเป็นเวลา 15 ปี วันนี้ได้ผู้ถูกกว่าหาว่าอยู่ในข่าย ทุจริต 5 คน จาก 27 คน ซึ่งก็ต้องไปดูรายละเอียดว่า 5 คน ที่เป็น ผู้ถูกกล่าวหาจาก ปปช. เป็นคีย์แมน หรือเป็น ปลาซิวปลาสร้อย  แต่ที่แน่ๆ คือ งบประมาณ 1,400 ล้านบาทที่ ผู้รับเหมา เบิกไปแล้ว และ ทิ้งงาน ต้องไม่ สูญเปล่า เพราะ อบจ.สงขลา โดยนายก สุพิศ พิทักษ์ธรรม จะเข้าไป รับช่วง ในการ สานต่อ และ เพิ่ม วัตถุประสงค์ในการ ก่อสร้างอีก 4 โครงการ ในเนื้อที่ 99 ไร่ ของ ที่ตั้ง อควาเรี่ยมหอยสังข์  เรื่องอยู่ระหว่างการให้ กระทรวงศึกษา ขอมติ ขอการ อนุมัติจาก ครม. เพื่อ ให้ อบจ. เข้าไป เป็นผู้ ดำเนินการ แทน กรมอาชีวะศึกษา โดย สุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลา เปิดเผยว่า จะทำให้ อควาเรียมหอยสังข์ เป็น แลนด์มาร์ค แห่งใหม่ของ สงขลา ที่นอกจากมี พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีศูนย์ประชุม ศูนย์โอท็อบ ศูนย์เอสเอ็มอี และ ตลาดปลาน้ำลึก ที่มี เชพมือดี มาปรุงอาหาร ให้ นักท่องเที่ยวได้ ลิ้มลอง ปลาทะเลลึกที่ สงขลา  ส่วนจะทำได้ หรือไม่ และ งบประมาณ มาจากไหนเป็นเรื่องของ “คัมมิ่งซูน” โปรดติดตาม…..

@ยังไม่น่าไว้วางใจ สำหรับ สถานการณ์ใน แนวชายแดนด้าน กัมพูชา ใน 7 จังหวัด ด้าน ตะวันออก ของประเทศไทย เพราะ กัมพูชา ยังมีการ เสริมกำลังทหาร และ อาวุธยุทโธปกรณ์ การสู้รบ อาจจะเกิดได้ทุกเวลา ซึ่งน่าเห็นใจ กองทัพ ที่ต้องใช้ งบประมาณ ในการ รักษาอธิปไตย และ บูรณภาพแห่งดินแดน  ดังนั้นใน ระยะยาว รัฐบาลที่จะมาใหม่ ต้อง มีทางออก ที่ดีกว่านี้ นั้นคือการ เริ่มต้น เจรจา เพื่อการ ปักปันเขตแดน เพื่อ ลดความสูญเสียกำลังพล ลดการใช้ งบประมาณในการป้องกันประเทศ  รวมทั้งในเรื่องการ ปิดพรมแดน  ที่ไม่ใช่ทางออกที่ถาวร ของประเทศที่ติดกัน และ วันนี้ หลายประเทศ ที่มีการลงทุนใน กัมพูชา ก็มีท่าทีไม่เป็นมิตรกับไทย โดยเฉพาะ ญี่ปุ่น  ที่มีการขู่ว่า จะ ย้ายฐานลงทุน จากประเทศไทย หากยังไม่มีการเปิดพรมแดน และที่สำคัญ การปิดพรมแดน ไม่ได้ทำให้สินค้าของ กัมพูชา ส่งมาขายยังประเทศไทยไม่ได้ ไม่เชื่อไปดูที่ ตลาดไทย ที่ สินค้าของ กัมพูชาวางขายเต็มบ้านเต็มเมือง และ น้ำมันเชื้อเพลิงใน กัมพูชา ก็ไม่ ขาดแคลน ส่วนหนึ่งซื้อจาก สิงคโปร์ แต่ ส่วนใหญ่ ซื้อจาก ผู้ค้าน้ำมันใน สปป.ลาว ที่เป็น น้ำมันที่  สปป.ลาว สั่งซื้อจาก “จ๊อปเบอร์” คนไทย ที่ส่งไปให้ สปป.ลาว การป้องกันการ ส่งน้ำมันไป กัมพูชา ของ กรมน้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยการติด จีพีเอส รถบรรทุกน้ำมัน จึงเป็นเรื่องที่ น่าหัวเราะ  เพราะเรื่องที่ กรมน้ำมันเชื้อเพลิงควรทำคือ ต้องมีตัวเลขการใช้น้ำมันของ สปป.ลาว ในแขวงด้านที่ติดกับด่านพรมแดนช่องเมก ว่าเขาใช้น้ำมันเดือนละ ปีละเท่าไหร่ เหมาะสมกับน้ำมันที่ สปป.ลาว ซื้อจาก “จ็อปเบอร์”จากฝั่งไทยหรือไม่……แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก

—————————————————————————

///////////////////////////////////////////////////////

ไทยช่วยไทย.   มงคล สุระสัจจะ  ประธานวุฒิสภา พร้อมคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา ร่วมกันแถลงการจัดกิจกรรม ไทยช่วยไทย ช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประสพปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำ  ณ บริเวณโถงชั้น 1  อาคารรัฐสภา

////////////////////////////////////////

เยี่ยมชุมชน.   พล.ท,นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4  ตรวจเยี่ยมหมู่บ้านจัฬาภรณ์พัฒนา 9 ต,แม่หวาด อ,ธารโต จ.ยะลา  เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคง โดยมี ธีรยุทธ สิงห์ชัย ผู้ใหญ่บ้าน และ ยุ่ยเหลียง แซ่ซิว ให้การต้อนรับ

///////////////////////////////////////////////

ตักบาตร.  บุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีทำบุญตักบาตร และพิธีเวียนเทียน  เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2569 โดยมี กฤษณนันท์ กำไร นายชาคริต สุรณัฐกุล รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชนชาวนราธิวาส ร่วมในพิธี ณ.พุทธมณฑล จ.นราธิวาส (เขากง ) อ,เมือง จ.นราธิวาส

/////////////////////////////////////////////////

เปิดวง.  ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่เปิดงาน วงปล่อยแก่ จากกลุ่มชมรมผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีผู้รักสุขภาพ ร่วมขับร้องและเต้นรำ เพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ  ซึ่งจัดการแสดงก่อนพิธีเปิดงาน เทศกาลท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียนกตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภช เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ประจำปี 2569 ณ ลานเอนกประสงค์ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง อ.เมือง จ.ปัตตานี

///////////////////////////////////////////////////////

รอมฎอมสัมพันธ์.   นฤมินทร์ อามิน รองนายกเทศมนตรีนครยะลา วัชรนิติ์ วิจิตรเวชการประธานสภาเทศบาล พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ร่วมกิจกรรมโครงการพบปะประชาชนในเดือนถือศิลอด( รอมฎอน ) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนประเพณีการถือศีลอดตามหลักการปฏิบัติของศาสนาอิสลามให้ถือปฏิบัติร่วมกัน สร้างความรัก ความสามัคคีและความเข้าใจอันดีต่อกันตลอดจนสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีในเดือนรอมฏอนอันประเสริฐ ณ มัสยิดดารุลอิห์ชาน อ,เมือง จ.ยะลา

///////////////////////////////////////////////////

พบปะ เยี่ยมเยือน.  พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ สุริยะวงศ์ ผกก.สภ.รามัน พร้อมชุดสืบสวน ชุด ตสชจ.ยะลา พบปะเยี่ยมเยือนชาวบ้าน พื้นที่ หมู่ที่ 5 – หมู่ที่ 6 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด แจ้งเตือนข่าวสารสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมทั้งมอบของอุปโภคบริโภค เเละเครื่องดื่ม ให้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ ไว้สำหรับการเปิดบวชในเดือนรอมฎอน  ณ ต.อาซ่อง .รามัน จ.ยะลา

///////////////////////////////////////////

สร้างรอยยิ้ม.      พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผกก.สภ.เมืองยะลา ร่วมแบ่งปันน้ำใจ สร้างรอยยิ้ม ความห่วงใยและความปรารถนาดีในเดือนรอมฎอน ฮ.ศ.1447 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมแจกจ่ายอินทผลัมและน้ำดื่มให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อใช้ประกอบการละศีลอดในห้วงเดือนรอมฎอน  ณ หน้ามัสยิดดลาง จ.ยะลา ย่านชุมชนตลาดเก่า อ.เมืองจ.ยะลา

/////////////////////////////////////////////

ร่วมกิจกรรม.   ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ร่วมกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาหนึ่งในวันมาฆะบูชา ณ วัดถ้ำคูหาภิมุข อ.เมือง จ.ยะลา โดยมี พล.ต.ชาคริต อุจรัตนะ  รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธาน

///////////////////////////////////////////

พิธีบวงสรวง. ศศิพงศ์ ชูเชิด นายอำเภอสทิงพระ เป็นประธานในพิธีบวงสรวง พระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุและกวนข้าวมธุปายาส ประจำปี 2569 โดยมีปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ วัดจะทิ้งพระ ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา

//////////////////////////////////

แก้ปัญหามะพร้าว.  ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.เขต 4 จ. พรรคกล้าธรรม จ.สงขลา และ กฤตพร คงเคว็จ ส.อบจ. เขตอำเภอสทิงพระ  ขับเคลื่อนยกระดับและแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ณ สวนมะพร้าวผู้ใหญ่เอ็ม หมู่ที่ 5 ตำบลชุมพล ร่วมกับ ผวจ.สงขลา

///////////////////////////////////////////

ดูพื้นที่  ภชรพล สังขไพฑูรย์. นายกอบต.ตำบลระโนด(นายกปู)ลงพื้นที่หมู่ 2 บ้านเฉียงพงตำบลระโนด ดูพื้นที่จอดเรือประมง ของพี่น้องชาวประมงตอนที่ชลประทานปิดประตูน้ำ  ไม่สามารถนำเรือเข้าจอดได้   โดยจะประสานไปยังเจ้าท่าสงขลาเพื่อขุดลอกต่อไป

///////////////////////////////////////////

อนุโมทนาบุญ.  พ.ต.ท.ธีระพงค์  ศรีนวลขาว นายก อบต.คลองรี ขออนุโมทนาบุญกับ นิตธิ จิระนคร ประธานศาลเจ้าซาเจียงกุน วัดหงส์รัตนาราม และคณะที่ได้มีจิตศรัทธา อันแรงกล้า ร่วมถวายพระประธาน เพื่อประดิษฐ์ ณ.อุโบสถ วัดคลองรี อ.สทิงพระ จ.สงขลา

/////////////////////////////////////////////////

วันนักข่าว.  ณ ห้องประชุม ส.ว.ท.ตรัง  นิพัส เพ็ชร์ลมุล. ประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง เป็นประธานประชุม โดยมี บุษบัน สุวรรณนพ. ผอ.สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.ตรัง ธานินทร์ ทองขโชค ประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง อดีตประชาสัมพันธ์ จ.ตรัง ชูศักดิ์ ฟูเกียรติ อดีตประชาสัมพันธ์ จ.ตรัง และสื่อมวลชน เพื่อกำหนดจัดกิจกรรมวันนักข่าว ด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ นักข่าวผู้ล่วงลับ ณ วันนาโต๊ะหมิง อ.เมืองจ.ตรัง

///////////////////////////////////////////

แผนเผชิญเหตุ.   วัลภา จันทร์มีศรี ผอ.กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ชัยยุทธ สมบูรณ์ ผอ.กลุ่มอำนวยการ และเจ้าหน้าที่ สพป.ตรัง เขต 2 ร่วมสังเกตการณ์การซ้อมแผนเผชิญเหตุรับมือ “บุคคลคลุ้มคลั่ง” ในสถานศึกษา ณ โรงเรียนห้วยยอด

////////////////////////////////////////////////

จัดการขยะ.  ณฐ ย่าหลี ที่ปรึกษาโครงการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มูลนิธิอันดามัน และองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบง จัด “โครงการรณรงค์การจัดการขยะจากท้องทะเลอย่างมีส่วนร่วม บ้านเกาะลิบง ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง” ระหว่างวันที่ 27–28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ชุมชนบ้านเกาะลิบง เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะทะเลอย่างเป็นระบบ

//////////////////////////////////////////////////