ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ คือ พลอยพลอยนภัส เศรษฐีภูมิ อายุ 54 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปน้ำพริก ต. ห้วยแม่เพรียง (ตามโครงการพระราชดำริ) จังหวัดเพชรบุรี เล่าให้ฟังถึงที่มากลุ่มชุมชน ฯ เดิมที่ชาวบ้านในหมู่บ้านจะปลูกสับปะรดขายเป็นหลัก ทั้งส่งขายทั่วไปและส่งขายโรงงาน ต่อมาประสบปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำมาก เหลือกิโลกรัมละ 50 สตางค์ ราคาขายขนาดนี้ต้องบอกว่าค่าปุ๋ยก็ยังไม่ได้เลย เกษตรกรที่ทำไร่สับปะรดในหมู่บ้านก็พากันเครียดไปตามกัน เพราะต้องการเป็นหนี้ซ้ำซ้อนเช่นเดียวกับเธอ ทำให้กลับมานั่งคิดว่า จะขายอะไรดี ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่ระดับล่างถึงบน และต้องขายได้แม้จะเป็นช่วงเศรษฐกิจขาลง จึงนำสิ่งที่มีในชุมชนมาปรับให้เกิดมูลค่า สรุปที่แปรรูปน้ำพริก

แล้วก็รวมกลุ่มแม่บ้านที่อยู่บ้านและแม่บ้านที่ทำไร่สับปะรดมาตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ฯ เพื่อแปรรูปน้ำพริกสับปะรด เมื่อนำออกขาย ผลตอบรับดีมาก ๆ เพราะยังไม่มีใครทำขาย จากเดิมที่มีสมาชิกเพียง 5 คน ปัจจุบันมี 20 กว่าคน รายได้ช่วยปลดหนี้ให้ทุกคนรวมเราด้วย ตอนนี้ก็ต่อยอดน้ำพริกมี 10 กว่าสูตร อาทิ น้ำพริกกุ้งเสียบ, นรกแมงดา, นรกปลาสลิด, นรกปลาอินทรี, นรกกุ้ง, น้ำพริกเผาตาแดง, น้ำพริกเผาแมงดา, น้ำพริกเผาปลาย่าง, น้ำพริกเผากุ้ง, น้ำพริกเผาไข่เค็ม, ปลาร้าสับดิบ/สุก, น้ำพริกกากหมู, และน้ำพริกต้มยำกุ้ง”

พลอย บอกว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการทำก็สั่งซื้อมาจากคนในพื้นที่ เป็นการแลกเปลี่ยนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และยังสร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วย เมนูที่ขายดีที่สุดคือน้ำพริกเผาสับปะรด ที่มีหอมของกลิ่นสับปะรด รสชาติกลมกล่อม เปรี้ยวหวานเผ็ดลงตัวและน้ำพริกกุ้งเสียบ เพราะใช้กุ้งเสียบแท้ ๆ การคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ทำให้น้ำพริกแม่พลอยเป็นชื่อที่ติดปากของลูกค้า และพ่อค้าแม่ค้าที่นำไปขายต่อจนมีออเดอร์ มีหน่วยงานต่างมาศึกษาดูงานและเชิญให้เธอเป็นวิทยากรสอนอาชีพด้วย

อุปกรณ์ มี..เครื่องปั่นหรือครก, กระทะใบใหญ่, เขียง, มีดแกะสลัก, มีดโกน, ครก, กะละมัง, ทัพพี, กระทะ, ตะหลิว และเครื่องมือเครื่องใช้อื่น ๆ ให้หยิบยืมเอาจากในครัว

วัตถุดิบ ที่ใช้ก็มี สับปะรด, พริกชี้ฟ้าแดงแห้ง, พริกจินดาแดงแห้ง, กระเทียมจีน, หอมแดง, กะปิเผา, น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลโตนด, เกลือป่น, สับปะรด, น้ำมันรำข้าว, น้ำปลา, น้ำมะขามเปียก และเครื่องปรุงรสชาติ

ขั้นตอนการทำ “น้ำพริกเผาสับปะรด”

เริ่มจากนำเอาพริกชี้ฟ้าแดงแห้งมาแกะเอาเม็ดออกหั่นเป็นท่อน นำมาล้างพักไว้ให้แห้ง เช่นเดียวกับพริกจินดาแดง นำมาล้างแล้วพักไว้ให้แห้ง นำพริกทั้งสองชนิดไปอบหรือคั่วให้หอม กระเทียมจีน และหอมแดงปอกเปลือก นำไปล้างแล้วหั่น ก่อนจะนำไปคั่วให้หอม พักไว้, กะปิ มาคั่วด้วยไฟอ่อน ให้แห้งเกรียมและมีกลิ่นหอม

จากนั้น นำส่วนผสมทั้งหมดมาโขลกหรือปั่นให้พอละเอียด ตั้งพักไว้ นำสับปะรดที่เตรียมไว้มาปอกเปลือก แล้วสับหรือขูดทั้งเนื้อทั้งแกน บีบเอาน้ำออก 1 ใน 4 ส่วน เสร็จแล้ว พักไว้ก่อน

ต่อไปเป็นการผัด ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใช้ไฟอ่อน นำส่วนผสมที่ปั่นหรือโขลกเตรียมไว้ใส่ลงไปในกระทะ ผัดด้วยไฟอ่อน ๆ ผัดไปสักครู่พอเริ่มมีกลิ่นหอม เทสับปะรดที่ขูดเตรียมไว้ลงไป แล้วปรุงรสชาติด้วยเกลือ, น้ำตาลมะพร้าว, น้ำมะขามเปียก, น้ำปลา ผัดต่อไปเรื่อย ๆ จนน้ำพริกงวด และมีกลิ่นหอม ชิมรสให้ออกหวาน เปรี้ยว เค็ม ก็เป็นอันเสร็จ จะกินกับผักสดหรือไข่ต้มไข่เจียว หรือจะกินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยเหาะ หากเก็บไว้ในภาชนะมีฝาปิดมิดชิดแช่ตู้เย็นไว้ก็เป็นเสบียงเก็บได้นานหลายเดือน

สำหรับราคาขาย “น้ำพริกเผาสับปะรด” เจ้านี้ ขายกระปุกละ 89 บาท (น้ำหนัก 180 กรัม)

…………………………….

ใครสนใจ “น้ำพริกเผาสับปะรด” ก็ลองฝึกทำดู หรืออยากจะซื้อหามาลองชิมดู เจ้านี้จะออกขายที่งานโอทอปและตลาดนัดต่าง ๆ ที่ตั้งโรงงานผลิต 356 หมู่ 5 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 76170 ต้องการติดต่อไปออกงาน สอบถามหรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ติดต่อ แม่พลอยได้ที่โทร. 08-2998-5643, 09-7232-9593หรือ Facebook น้ำพริกแม่พลอย นี่ก็เป็นอีกบทพิสูจน์ว่า อาหารเมนูพื้น ๆ บางอย่าง หากทำดี ๆ ก็สามารถเป็นธุรกิจได้

คู่มือลงทุน…น้ำพริกเผาสับปะรด

ทุนเบื้องต้น 10,000 บาท

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 60% ของราคาขาย

รายได้ 89 บาท/ 180 กรัม

แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป

ตลาด ตลาดนัด,งานโอทอป,ชุมชน

จุดน่าสนใจ แปรรูปของในท้องถิ่นเพิ่มมูลค่า

เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง